สนุกกับภาษาไทย – ภาษาอัชฌาไศรย ๑๘. ประวัติศาสตร์กับการศึกษาวรรณคดีไทย (๑๗)


4.2 วรรณคดีไทยในฐานะข้อมูลประวัติศาสตร์ไทย
         นอกจาก ไตรภูมิพระร่วง แล้ว วรรณคดีไทยเรื่องอื่น เช่น ยวนพ่าย  ซึ่งพระปัญญาพิศาล แต่งสรรเสริญพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถและอาจแต่งในรัชกาลนั้นเลย ก็นับว่า เป็นเอกสารประวัติศาสตร์สำคัญ ที่ช่วยให้นักประวัติศาสตร์ได้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่กล่าวถึงในพระราชพงศาวดารหลายตอน โดยเฉพาะเกี่ยวกับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถผู้ทรงเป็น “ทวิวงศ์” และแนวคิดเรื่อง เทวมนุษย์ ที่กลายมาเป็นรากฐานความเชื่อเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระมหากษัตริย์10 และลำดับเหตุการณ์ที่ดำเนินไป

         ผมชอบวรรณคดีไทยเรื่อง มหาชาติคำหลวง เป็นพิเศษ เนื่องจากชอบศึกษาคำเก่า การศึกษาด้านนิรุกติประวัติของคำไทยใน มหาชาติคำหลวง ทำให้ผมเข้าใจประวัติศาสตร์ไทยบางประเด็นดีขึ้น ในการศึกษาวรรณกรรมเรื่อง มหาชาติคำหลวง เราต้องเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน ความสำคัญของวรรณคดีเรื่องนี้อยู่ตรงประเด็นที่วา แต่งขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ในช่วงความรู้สึกวิกฤตเกี่ยวกับปีพุทธศักราช 2000 จึงถือว่า เป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยั้งความเสื่อมของพระพุทธศาสนาตามคำทำนายของพระยาลือไทย โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องพระปริยัติอันตรธาน ถึงขนาดที่ว่า เทศน์มหาชาติจะขาดมีต้นไม่มีปลาย ผมชอบสำนวนการเขียนใน มหาชาติคำหลวง อย่างเช่น ความในกัณฑ์จุลพนตอนหนึ่งที่บรรยายถึงเฒ่าชูชกว่า

        "เถ้าก็ตระโหมดมุ่งเมอล ตกตื่นเดอรชช่อง ยังชั้นช่องวไว่ ทวยเท้าไผ่ผผ้ำ ท่องทางถ้ำทิวเทิน ข้ามเขาเขินไพรพนอง ลำลองเดอรโดดดยว เขงช่ำชยวครวยเคร่ง ราคาแรงเร่งบ่มิอยุด ดลแดนกุฎิพระอรรจุตเจ้าใจอารยนั้น"

         โดยสัญชาติญาณของนักประวัติศาสตร์ ผมมองหาสิ่งที่โยงไปหาประเด็นทางประวัติศาสตร์จากวรรณคดีอายุต้นสมัยอยุธยาเรื่องนี้ ด้วยความเห็นชอบของพลตรีหม่อมราชวงศ์ ศุภวัฒย์ เกษมศรี ผมขอให้พิจารณาทบทวนความเชื่อเก่าเกี่ยวกับที่มาที่ไปของคำว่า “เจ้าฟ้า” ซึ่งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เคยทรงสันนิษฐานไว้ว่า ไทยนำศัพท์นี้มาใช้ภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 เพราะพม่าใช้คำนี้เรียกพวกเจ้าเมืองไทใหญ่ และนำมาใช้กับสมเด็จพระมหาธรรมราชาในฐานะเจ้าฟ้าสองแคว   ความจริงคำนี้มีปรากฏใน มหาชาติคำหลวง อยู่ก่อนแล้ว ก่อนเสียกรุงฯ ตั้งร้อยปี และใช้แปลคำภาษาบาลี คือ “สกฺโก เทวราชา ตสฺสา..” ว่า “อันว่า เจ้าฟ้าฟอกไพชยนต..” และ “เทวินฺโท เวตทพฺรวิ..” ว่า “สมเด็จอำมรินทรเจ้าฟ้า”   ซึ่งหมายความว่า สักกะ หรือ พระอินทร์ เป็น เทวราชา หรือ ไทยเรียกว่า เจ้าฟ้า ดังนั้น ลัทธิเทว ราชา แบบไทยจึงเป็นแบบพุทธ หาได้มีรากฐานมาจากลัทธิเทวราชาในจารึกสด็กก๊อกธมของเขมรดังที่ยอช เซแดส(GeorgeCoedes) และพระองค์เจ้าธานีนิวัติ เสนอแต่ประการใดไม่

วิจารณ์ พานิช
๑๙ ต.ค. ๕๐

----------------------------------------------------------------------------------------

10 ดู วินัย พงศ์ศรีเพียร, “ความรู้เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์และกฎมณเทียรบาล” ในสูจิบัตรที่ระลึกการเปิดตัวหนังสือ กฎมณเทียรบาล ฉบับเฉลิมพระเกียรติ ณ ห้องคริสตัลบอลรูม โรงแรมตวันนารามาดา กรุงเทพมหานคร วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2548

หมายเลขบันทึก: 145762เขียนเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2007 08:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 21:27 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (1)

อยากเรียนถามท่าน 2 ข้อค่ะ

1. เคยอ่านมาว่า ในตอนแรกการแปลยกศัพท์มหาชาติจากภาษามคธเป็นภาษาไทย เป็นการแปลตรงตัว  ต่อมาแปลโดยมีการขยายความมากขึ้น อยากเรียนถามท่านว่า แปลโดยขยายความทำในสมัยใดคะ

2. อยากทราบประวัติของคำว่า "แปล" (translate) มาจากภาษาใด เริ่มใช้เมื่อใด และความหมายเดิมต่างจากความหมายปัจจุบันหรือไม่

ขอบพระคุณมากค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี