อาหารง่ายๆ แต่อร่อยจนอยากบอกต่อ

มีโอกาสได้ไปคลุกคลีกับครอบครัวเพื่อนมาหลายสิบปี เพื่อนที่ว่านั้เป็นชาวสุรินทร์ วัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารจึงมีหลากหลาย ทั้งเขมร ส่วย ไทย ที่ได้กินแล้วติดใจ...ไม่อ้วนด้วย จนอยากจะบอกต่อ (และขอบันทึกสูตรไว้) เพราะอาหารชนิดนี้ไม่พบว่ามีการทำจำหน่ายแบบอาหารสำเร็จรูป

โบ๊ะลิด หรือตำกะปิหวาน (โบ๊ะ-แปลว่าตำ)

รสชาติ : คล้ายกับน้ำพริกกะปิ  หน้าตาจะข้นมากกว่า แบบว่าเติมน้ำนิดหน่อย

วิธีทำ :

1. โขลกพริกขี้หนูสวน หรือพริกสด (3-4 เม็ด) แล้วแต่ชอบเผ็ดหรือไม่เผ็ด พร้อมกับกระเทียมสด (1-2 กลีบเล็ก)

2. เติมกะปิดีประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ (หรือหากมีผู้ร่วมสมาคมมาก ก็เพิ่มตามสัดส่วน) โขลกรวมพร้อมกัน

3. เติมน้ำตาลทราย 1 ชั้อนโต๊ะ โขลกต่อไปให้เข้ากัน

4. หากเป็นฤดูที่มีแมงดานา (แล้วแต่ท่านที่ชอบชอบกลิ่นแมงดา)  ให้นำแมงดาที่เผาไฟสุกแล้ว แกะปีกและขาที่แข็งออก นำมาโขลกรวมกับเครื่องที่โขลกไว้ทั้งหมด 

5. เมื่อทุกอย่างผสมเข้ากันดีแล้ว ชิมรสดู หากอ่อนหวานก็เติมน้ำตาลอีก หากอ่อนเค็ม ให้เติมกะปิ (ไม่เติมน้ำปลา)

6. หากมีใบผักแขยง (ผักอีออม-ชื่อพื้นบ้านสุรินทร์)เด็ดใบใส่ลงไปสัก 5-6 ใบ โบ๊ะจะมีกลิ่นหอมชวนกินยิ่งขึ้น ไม่มีไม่ใส่ก็ได้

7. หากโบ๊ะที่ได้ข้นหรือเหนียวเกินไป ให้เติมน้ำอุ่น หรือนำสุกสะอาดนิดหนึ่ง หน้าตาจะคล้ายน้ำพริกกะปิ แต่จะมีน้ำน้อยกว่ามาก ท่านใดชอบรสจี๊ดจ๊าด...บีบมะนาวสักซีกนะคะ...แต่ระวังน้ำมะนาวจะทำให้โบ๊ะโหรงเหรง เอาเป็นว่าบีบมะนาวก่อนเติมน้ำอุ่นก็แล้วกัน

 

โบ๊ะลิดกินกับอะไรจึงจะอร่อย

อ๋อ...โบ๊ะลิดนี่กินได้กับผักทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักสดหรือผักต้ม ผักลวก ที่ชอบมากก็ได้แก่

ผักสด- แตงกวา ถั่วพู  ถั่วฝักยาว มะระขี้นก กระหล่ำปลีสด ที่ขาดไม่ได้คือ หน่อไม้หวานต้ม...ประเภทผักต้มหรือลวก ที่ชอบอีกอย่าง คือ ดอกขจรลวก ดอกแคลวก แครอทลวก...

ได้ข้าวสวยร้อนๆ สักจาน เท่านี้ก็อร่อยเหาะไปแล้ว ยิ่งถ้ามีปลาทอด ไข่เจียว ทำให้ต้องเติมข้าวอีกหลายจาน

 ธันวาคม ลมหนาวมาแล้ว เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยว...ผักอีออม หรือผักแขยง กำลังโตเต็มที่ แล้วดอกแคกำลังออกดอก ขาวพราวเต็มต้น...คงเป็นสัญญาณว่า ควรนำเมนูนี้มาขึ้นโต๊ะอาหารได้แล้ว