ท่านดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาและอะมีรุ้ลหัจญ์ ประจำปี ๒๕๕๐ ได้เขียนโอวาท 12 ประการมอบแด่หุญาจญ์ ผมเห็นว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับหุญาจญ์ หรือผู้แสวงบุญจึงนำมาลงเผยแพร่ในบล็อกครับ
<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 1cm; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>
</span></span></span><p></p><p>หุจญาจญ์ผู้เป็นอาคันตุกะของอัลลอฮฺ
ที่รักยิ่งทุกท่าน</p><p>السَّلامُعَلَيْكُمْوَرَحْمَةُاللهِوَبَرَكَاتُهُ</p><p>เพื่อเป็นการน้อมรับคำบัญชาของอัลลอฮฺ
ที่กำชับให้บ่าวของพระองค์หมั่นให้การตักเตือนซึ่งกันและกันสู่การตอบรับคำเชิญชวนของพระองค์และยึดมั่นในสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ
ดังนั้น เนื่องในโอกาสที่บรรดาหุจญาจญ์ผู้เป็นอาคันตุกะของอัลลอฮฺ
กำลังจะเดินทางมุ่งสู่ มหานครมักกะฮฺ กระผมใคร่มอบโอวาทด้วยคำแนะนำที่คิดว่าจะยังประโยชน์- ด้วยความประสงค์ของอัลลอฮฺ
-ต่อกระผมเองและพี่น้องหุจญาจญ์ในฐานะอาคันตุกะของอัลลอฮฺ
ที่รักยิ่งทุกท่านดังต่อไปนี้</p><p></p><p>1.จงบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) ต่ออัลลอฮฺ
ในทุกๆ กิจการของท่าน เพื่อเป็นการน้อมรับคำเชิญชวนของอัลลอฮฺ และเป็นการยำเกรงต่อพระองค์ พร้อมทั้งพยายามปฏิบัติอิบาดะฮฺและอิริยาบถต่างๆ ให้สอดคล้องกับสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ
จงตระหนักอยู่เสมอว่า ทุกย่างก้าวและการกระทำใดๆ ของเรา จะอยู่ภายใต้การตรวจสอบดูแลของอัลลอฮฺ
ตลอดเวลา เราถูกสั่งกำชับให้ตระเตรียมเสบียงที่มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสบียงแห่งการตักวา ความรู้และจริยธรรมที่ดีงาม</p><p></p><p>2. จงรำลึกอยู่เสมอว่า อิบาดะฮฺหัจญ์ต้องปฏิบัติในรูปของกลุ่มและถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้นแต่ละคนจงปฏิบัติหน้าที่ของตนภายในกลุ่ม นั่นคือ ผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มในทุกระดับ จำเป็นต้องขบคิดเตรียมการ วางแผน จัดระเบียบและออกคำสั่งอยู่เสมอ พร้อมทั้งปกป้องและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ทุกประการตลอดจนความปลอดภัยของบรรดาผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของตนด้วยความรู้สึกรับผิดชอบอย่างแท้จริง ตามนโยบายที่กลุ่มได้วางไว้ ส่วนผู้ตามในทุกระดับจำเป็นต้องเชื่อฟังผู้นำของตนด้วยความเคารพและอดทน ตราบใดที่ระเบียบหรือคำสั่งของผู้นำของตนไม่ขัดแย้งกับคำสอนของอัลลอฮฺ
และรสูลของพระองค์ และจงฟื้นฟูบรรยากาศแห่งความเป็นพี่น้องและจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือให้เกิดขึ้นไม่ว่าภายในกลุ่มด้วยกันเองหรือระหว่างกลุ่มต่างๆ จงให้เกียรติซึ่งกันและกัน เห็นอกเห็นใจกัน ให้อภัยต่อกัน และจงปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศเราและกฎระเบียบของประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างเคร่งครัด</p><p></p><p>3. จงหมั่นเพียรและมุ่งมั่นเพื่อให้ได้รับหัจญ์ที่มับรูรอยู่เสมอ ซึ่งผลตอบแทนคือสรวงสวรรค์ ด้วยการยึดมั่นกับพื้นฐานของมัน นั่นคือความบริสุทธิ์ใจ (อิคลาศ) และการปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านรสูลุลลอฮฺ
(อิตติบาอฺ) และปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ อย่างสมบูรณ์ อาทิ การทำความเข้าใจในสารัตถะของการทำหัจญ์ มีความยำเกรง (ตักวา) และจริยธรรมอันงดงาม มีความเสียสละอันสูงส่งและห่างไกลจากอบายมุข พร้อมทั้งฟื้นฟูวิถีทัศน์ (สโลแกน) ของหัจญ์ นั่นคือ คำกล่าว ตัลบิยะฮฺ (ลับบัยกัลลอฮุมมะลับบัยก์) หมายความว่า “ฉันได้ตอบรับคำเชิญชวนและคำสั่งของพระองค์แล้ว” ในด้านการกล่าวตอบรับและการประยุกต์ใช้คำสอนในชีวิตประจำวัน ด้วยการสนองตอบคำเชิญชวนและคำสั่งของอัลลอฮฺ
และสุนนะฮฺของท่าน รสูลุลลอฮฺ
ตลอดจนผู้นำผู้ทรงคุณธรรม</p><p></p><p>4. จงให้เกียรติแผ่นดินหะรอมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นที่มักกะฮฺหรืออัลมะดีนะฮฺก็ตาม จงเคารพสถานที่ที่มีเกียรติยิ่งในทัศนะของอัลลอฮฺ อาทิ กะอฺบะฮฺ มะกอมอิบรอฮีม เขาศอฟาเขามัรวะฮฺ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ ทุ่งมุซฺดะลิฟะฮฺ มัชอะริลหะรอม มินา เสาหิน (ญะมะรอต) และสัตว์พลี (ฮัดย์) จงห่างไกลจากการกระทำที่เป็นภาคี (ชิริก) ต่ออัลลอฮฺ
จงอย่ากระทำสิ่งที่ฝ่าฝืน และจงอย่ากระทำสิ่งไม่ดีในเขตหะรอมเป็นอันขาดแม้เพียงเจตนาอกุศลก็ตาม ขณะเดียวกัน ให้กล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ (ซิกิร) และขอดุอาอ์ให้มากๆขณะที่อยู่ในสถานที่ที่มีเกียรติยิ่งในทัศนะของอัลลอฮฺดังกล่าวข้างต้น</p><p></p><p>5. พึงตระหนักว่า เราทุกคนกำลังเป็นอาคันตุกะของอัลลอฮฺ
ที่มีเกียรติยิ่ง ดังนั้น ท่านจงระวังรักษาเกียรติของท่าน เกียรติของประเทศชาติ และเกียรติของบรรดาอาคันตุกะของอัลลอฮฺ
ทั้งหลาย ด้วยการใช้วาจาที่สุภาพ ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และการมีปฏิสัมพันธ์ด้วยกิริยามารยาทที่ดีงาม หมั่นให้สลามอยู่เสมอ ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และอดทน พร้อมทั้งให้อภัยต่อพฤติกรรมของผู้อื่นที่แสดงกิริยาที่ไม่สุภาพต่อเรา จงพยายามทำความรู้จักกับบรรดาอาคันตุกะของอัลลอฮฺ
ที่มีความหลากหลาย ทั้งที่มาจากประเทศของเราเองและประเทศอื่นๆ และจงสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นกับมิตรสหายของเราด้วยการทำความดีต่างๆ อาทิ ถามไถ่ทุกข์สุขอยู่ตลอดเวลา เยี่ยมเยือน เลี้ยงอาหาร แลกเปลี่ยนที่อยู่และของที่ระลึกระหว่างกัน ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้อภัยต่อกัน ฯลฯ พึงตระหนักว่าโอกาสที่เราจะได้อยู่ภายใต้บรรยากาศของบรรดาพี่น้องของเราระดับนานาชาติที่หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ โดยไม่มีพรมแดนด้านเชื้อชาติ สัญชาติและภาษา ณ สถานที่อันทรงเกียรติที่สุดและเวลาอันสุดประเสริฐเช่นนี้มีไม่บ่อยนัก ดังนั้น จงรีบฉกฉวยโอกาสทองอันล้ำค่านี้ เพื่อสานสายใยแห่งความเป็นพี่น้องในโครงการการรังสรรค์ประชาชาติที่เป็นเอกภาพ เผยแผ่ดะอฺวะฮฺและความเมตตาแห่งอิสลามไปทั่วทุกมุมโลก</p><p></p><p>6. จงกล่าวตัลบิยะฮฺด้วยการเปล่งเสียง จงกล่าวซิกิร ตะฮฺลีล ตักบีร ตะหฺมีด ตัสบีหฺ อิสติฆฟาร และเตาบะฮฺให้มากๆ และจงหมั่นขอดุอาเป็นประจำ โดยเฉพาะดุอามะซูรฺที่มีรายงานจากท่าน รสูลุลลอฮฺ
หรือบรรดาเศาะหาบะฮฺไม่ว่าซิกิรฺหลังละหมาดหรือบทซิกิรเช้าเย็น(อัซการนะบะวียะฮฺ) เช่นเดียวกับซิกิรและดุอา ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ อัลมัชอะริลหะรอม เสาหิน (ญะมะรอต) เวลาเข้าออกมัสยิด และเวลาขึ้นยานพาหนะ เป็นต้น พร้อมทั้งหมั่นอ่านอัลกุรอานเป็นประจำ อย่างน้อยหนึ่งเที่ยวจบตลอดช่วงเวลาที่พำนักอยู่ ณ มหานครมักกะฮฺและอัลมะดีนะฮฺ ด้วยเสียงที่เบาและไม่รบกวนผู้อื่นที่กำลังทำอิบาดะฮฺอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่อยู่ในมัสยิด และช่วงเวลาที่มีการตอบรับดุอา เวลาที่กำลังวุกูฟอยู่ ณ ทุ่งอะเราะฟะฮฺ และเวลาที่พักแรมอยู่ ณ ทุ่งมีนา เป็นต้น7. จงกล่าวเศาะละวาตต่อท่านนบีมุหัมมัด
ให้มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ไปเยี่ยมเยือนท่านและเวลาที่กำลังพำนักอยู่ในมัสยิดนะบะวีย์ และจงวิงวอนขอดุอาต่ออัลลอฮฺ
เพื่อให้พระองค์ทรงบันดาลให้เราเป็นประชาชาติที่ยึดมั่นกับสุนนะฮฺของท่านนบี
ทั้งในด้านหลักการศรัทธา อิบาดะฮฺ จริยธรรม และการมีปฏิสัมพันธ์ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมด้วยความผูกพันและศรัทธามั่นต่อท่านนบี
เพราะอัลลอฮฺ
จะทรงประทานเราะหฺมัตและความโปรดปรานของพระองค์แก่บรรดาผู้ที่กล่าวเศาะละวาตต่อท่านนบี
และพระองค์จะรักใคร่บรรดาผู้ที่สามารถปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านรสูล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิธีการปฏิบัติหัจญ์ ตามคำอธิบายของบรรดาอุละมาอ์ที่ได้รับการยอมรับทั้งหลาย</p><p></p><p>8. จงทำละหมาดฟัรฎูในมัสยิดโดยญะมาอะฮฺอย่างเป็นกิจวัตร รวมทั้งละหมาดสุนัตเราะวาติบ ละหมาดตะหัจญุดและวิติร ละหมาดฎุฮา ละหมาดเอาวาบีน และละหมาดตะหิยะตุลมัสยิด ขณะที่พำนักอยู่ที่มหานครมักกะฮฺและอัลมะดีนะฮฺ พร้อมทั้งตั้งเจตนา (นิยัต) อิอฺติกาฟทุกครั้งที่เข้าไปในมัสยิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งมัสยิดหะรอมและมัสยิดนะบะวีย์ และจงพยายามรักษาความสะอาดของมัสยิดอย่างสุดความสามารถ</p><p></p><p>9. จงทำเฏาะวาฟรอบๆบัยตุลลอฮฺให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกครั้งที่เข้าไปในมัสยิดอัลหะรอม เพื่อเป็นการให้เกียรติ(ตะหิยะฮฺ) มัสยิดอัลหะรอม จงเข้าไปจูบหินดำ (หะญะรุลอัสวัด) หากมีความสามารถและไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น แต่หากไม่มีความสามารถจงเอามือไปแตะหินดำและมุมรุก่นยะมานีย์หรือเพียงพอแค่ยกมือโบกเท่านั้น และจงดื่มน้ำซัมซัมให้มากๆ ด้วยเจตนาเพื่อให้อัลลอฮฺ
ทรงขัดเกลาจิตใจเราให้ใสสะอาดและสว่างไสว และให้เราหายขาดจากโรคต่างๆ และจงละหมาดทางด้านมะกอมอิบรอฮีม </p><p></p><p>10. จงระวังรักษาความปลอดภัยและสุขภาพของตนเองและบรรดาผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเราให้ดี โดยเฉพาะในเวลาเดินทาง จงรักษาความสะอาดและความมีระเบียบวินัยในด้านโภชนาการเครื่องแต่งกาย สถานที่พัก สถานที่สาธารณะ และบนถนนหนทาง</p><p></p><p>11. จงหลีกห่างการกระทำใดๆ ที่เป็นภาคีต่ออัลลอฮฺ
อบายมุขและสิ่งลามกอนาจาร การทะเลาะเบาะแว้ง และสร้างความเดือนร้อนแก่ผู้อื่น รวมทั้งสิ่งต่างๆที่เป็นสิ่งต้องห้ามขณะทำหัจญ์ จงอ่อนน้อมถ่อมตนในด้านการมีปฏิสัมพันธ์ จงระวังการคุลวะฮฺ(การอยู่กันสองต่อสองระหว่างชายหญิงที่สามารถแต่งงานได้) และระมัดระวังอวัยวะที่พึงปกปิด(เอาเราะฮฺ)ระหว่างสตรีกับบุรุษเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่พัก ในแค้มป์ และบนยานพาหนะ</p><p></p><p>12. จงให้ความสำคัญและทุ่มเทเวลากับการศึกษาเพิ่มเติมและใฝ่รู้ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำหัจญ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมัสยิดอัลหะรอมและมัสยิดนะบะวีย์ และจงฟื้นฟูบรรยากาศแห่งการตักเตือนระหว่างกันในเรื่องของสัจธรรมและขันติธรรม ด้วยการหลีกห่างจากการทะเลาะวิวาท กล่าวนินทา ใส่ร้ายป้ายสี และกล่าวหาผู้อื่นที่นำไปสู่ความรู้สึกแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายและบั่นทอนจิตวิญญาณแห่งความเป็นพี่น้องในอิสลามที่แท้จริง ขณะเดียวกัน จงพยายามแก้ไข เยียวยาความบาดหมาง แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ตลอดจนประสานรอยร้าวที่เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องอย่างเร่งด่วน ด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมด้วยความยำเกรง เผื่อว่าจะได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺ
สุดท้าย ขอวิงวอนต่อเอกอัลลอฮฺ
ได้โปรดทำให้หัจญ์ของเราทุกคนเป็นหัจญ์ที่มับรูรที่มีสรวงสวรรค์เป็นสิ่งตอบแทน</p><p></p><p>رَبَّنَاآتِنافيالدُّنياَحَسَنَةًوَفيالآخِرَةِحَسَنَةًوَقِناعَذَابَالنَّار ِرَبَّنَاتَقَبَّلْمِنَّاإِنَّكَأَنْتَالسَّمِيْعُالْعَلِيْمُوَتُبْعَلَيْنَاإِنَّكَأَنْتَالتَّوَّابُالرَّحِيْمُ وَصَلَّىاللهُعَلىنَبِيِّنَامُحَمَّدٍوَعَلىآلِهوَصَحْبِهوَسَلَّم سُبْحَانَرَبَّكَرَبِّالْعِزَّةِعَمَّايَصِفُوْنَوَسَلاَمٌعَلىالْمُرْسَلِيْنَوَالْحَمْدُِللهِرَبِّالْعَالَمِيْنَ.</p><p></p><p>ดร.อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา</p><p>1 ซุลหิจญะฮฺ ฮ.ศ.1428 11 พฤจิกายน ค.ศ.2007 </p><p> </p>
ขอบคุณอาจารย์มากๆ ขออัลลอฮ์ทรงตอบแทนในสิ่งที่ดีแก่ท่านและครอบครัวด้วย เคยเป็นแขกของอัลลออ์แล้วแต่เมื่ออ่านโอวาท 12 ข้อพบว่ายังบกพร่องหลายเรื่องด้วยกัน อยากให้พี่น้องมุสลิมที่จะไปได้อ่านมากเลยทุกคนจะได้มีจุดอันเดียวกันและจะได้เป็นไปตามอุดมการ์ฮัจญ์จริงๆ เป็นโอวาทที่สำคัญมากก็จะพยายามเผยแพร่ต่อให้เท่าที่จะทำได้ อินชาอัลลอฮ์ อยากให้อาจารย์ได้มีเวลาเขียนลงบล็อกไปเรื่อยๆ
ขอบคุณครับ ถึงแม้ไม่ได้ไปในปีนี้ก็จะจำเอาไว้ อินชาอัลลอฮ์ปีหน้าคงได้ไป
ครับ อินชาอัลลอฮฺ ขออัลลอฮฺทรงให้ความปรารถนาของอาจารย์บรรลุผล อามีน