ที่มันมีปัญหาก็คือ มันไม่สามารถที่จะดึงดูดคนมาได้ 5 ปีแรกของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย นี่มันลำบากมาก จะไปสอนที่ไหนก็ไม่มีใครเชิญเพราะไม่มีใครรู้จัก ทำงานวิจัยก็ไม่มีโอกาสเพราะว่าคนเค้าไม่เคยรู้ว่าคุณมีฝีมือ เพราะคุณเพิ่งเรียนจบมาเมื่อปีที่แล้วนี้ ค่าตอบแทนเบื้องต้นก็ต่ำ แต่อยู่ไปสักระยะหนึ่ง สำหรับคนที่มีใจ มันจะมีโอกาสได้ทำวิจัย เขียนหนังสือขาย มีค่าสอนสำหรับการสอนปริญญาโท ปริญญาเอก แต่ถ้าคุณเป็นอาจารย์ปริญญาตรีเกียรตินิยมเข้ามา ถามว่าใครจะไปเชิญคุณไปสอนปริญญาโท ใครจะขอให้คุณทำวิจัย มหาวิทยาลัยเอกชนที่ไหนจะเชิญคุณไปสอนตอนเย็นหรือวันเสาร์ อาทิตย์ ไม่มีหรอก นี่คือปัญหาเบื้องต้นของมหาวิทยาลัย

ปํญหาในตอนนี้คือ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยไม่เต็มใจที่จะสอนในระบบราชการ ??

 

          ไม่ใช่  คนที่อยู่ในมหาวิทยาลัยในวันนี้ รู้มาก่อนแล้วว่าจะได้เงินเดือนเท่านี้  หลายคนไม่ได้มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ  หลายคนมาจากครอบครัวที่มีฐานะ  หลายคนพ่อแม่เลี้ยง หลายคนใช้เงินทางบ้านมากกว่าเงินเดือนข้าราชการ  แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งทำงาน 10 ปี 15 ปี  ระบบราชการมันเริ่มมีค่าตอบแทนที่ดีใกล้เคียงหรือจนเกือบเท่าเอกชน   คือ คุณมีตำแหน่งทางวิชาการ  แต่ที่สำคัญก็คือ เมื่ออยู่ไประยะหนึ่งระบบราชการมันเปิดช่องให้ทำอะไรได้ เช่น ทำงานวิจัย เช่นเขียนตำรา  เช่นมีค่าสอนเพิ่มขึ้น  สำหรับคนที่ได้รับเชิญไปสอนตามมหาวิทยาลัยอื่นๆ  สอนตอนเย็น  มันก็ใกล้เคียงกับภาคเอกชน

          แต่ที่มันมีปัญหาก็คือ  มันไม่สามารถที่จะดึงดูดคนมาได้ 5 ปีแรกของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  นี่มันลำบากมาก  จะไปสอนที่ไหนก็ไม่มีใครเชิญเพราะไม่มีใครรู้จัก  ทำงานวิจัยก็ไม่มีโอกาสเพราะว่าคนเค้าไม่เคยรู้ว่าคุณมีฝีมือ  เพราะคุณเพิ่งเรียนจบมาเมื่อปีที่แล้วนี้  ค่าตอบแทนเบื้องต้นก็ต่ำ  แต่อยู่ไปสักระยะหนึ่ง สำหรับคนที่มีใจ  มันจะมีโอกาสได้ทำวิจัย  เขียนหนังสือขาย มีค่าสอนสำหรับการสอนปริญญาโท  ปริญญาเอก  แต่ถ้าคุณเป็นอาจารย์ปริญญาตรีเกียรตินิยมเข้ามา  ถามว่าใครจะไปเชิญคุณไปสอนปริญญาโท  ใครจะขอให้คุณทำวิจัย  มหาวิทยาลัยเอกชนที่ไหนจะเชิญคุณไปสอนตอนเย็นหรือวันเสาร์ อาทิตย์  ไม่มีหรอก  นี่คือปัญหาเบื้องต้นของมหาวิทยาลัย

          ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่อยู่ในมหาวิทยาลัยทุกวันนี้ไม่มีใจ  หลายคนเริ่มต้นมาด้วยใช้เงินทางบ้าน  ฐานะครอบครัวไม่ได้มีปัญหาอะไร  หลายคนฐานะทางครอบครัวไม่ดีแต่รักที่จะทำอาชีพนี้  ก็ยอมทน  ทนไปสักระยะหนึ่งมันก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นมา  ได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศกลับมาเป็นอาจารย์สอนปริญญาเอก  ก็มีที่ที่จะไปสอนวันเสาร์ อาทิตย์ได้  มีงานวิจัยที่จะเข้ามา  มันก็มีค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น  จนกระทั่งมันอาจจะใกล้เคียงกับภาคเอกชน  สำหรับคนที่อยู่นานาๆ  ผมคิดว่า เมื่อไหร่ที่คุณจบปริญญาเอกแล้ว คุณทำงานมาซัก 10 ปี  คุณจะไม่ค่อยเดือดร้อน  ปัญหาของผมคือปัญหาของคนรุ่นใหม่  ถ้าปีแรกเนี่ย อาจารย์มหาวิทยาลัยลำบากมั้ย  เงินเดือนต่ำ  และก็วุฒิการศึกษายังเป็นปริญญาตรีเกียรตินิยม หรือเพิ่งจบปริญญาโทมา  ไม่มีใครเชิญคนที่เพิ่งจบปริญญาโทไปสอนปริญญาโท  มันต้องมีงานวิจัย  มันต้องมีอะไรซักระยะหนึ่งก่อน  ปัญหาของเราคือ  เราไม่สามารถดึงคนเข้ามาได้  ตอนนี้ค่าตอบแทนของอาจารย์อาวุโสหรือมีตำแหน่งทางวิชาการบวกกับผมใช้คำว่าเงินที่ได้จากการวิจัยก็ดี  หรือการไปสอนเสาร์อาทิตย์ในมหาวิทยาลัยเอกชนก็ดี  มันไม่ค่อยต่างจากภาคเอกชนหรอก  ถ้าคุณเป็นอาจารย์ผู้ใหญ่  ถ้าคุณเป็นรองศาสตราจารย์ขึ้นไป  ถ้าคุณจบปริญญาเอกมาแล้ว  แต่นี่มันหมายความว่า มันต้องการ 10 ปี หรือ15 ปี ในมหาวิทยาลัยก่อน  ก่อนหน้านั้นก็ต้องช่วยตัวเอง  ถ้าเราขยับระบบขึ้นมาได้  ผมบอกว่า ในธรรมศาสตร์ขณะนี้มีหลายที่ที่ออกนอกระบบที่จ่ายเงินเดือนเป็นสามเท่าของราชการ  บางที่ก็สองเท่า  แต่นี่เราต้องออกนอกระบบไปแล้ว  แต่ในระบบมันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่      ถามว่า ทำยังไงเราจะยกมหาวิทยาลัยทั้งหมดออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับได้  ผมขอได้มั้ยว่า 2,050 ล้านที่ให้ธรรมศาสตร์มา  หมวดเงินเดือนผมจะจ่ายเงินคนอย่างที่ควรจะต้องจ่าย  ผมจะไม่จ่าย 7,600

 

เงิน 2,050 ล้าน เป็นเงินก้อนเดียวกับที่ได้ผ่านๆ มาใช่ไหมคะ ??

 

          ใช่

 

แล้วเราจะเอาเงินส่วนนี้จ่ายให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น ??

 

          ไม่ได้  เพราะเค้าบอกว่านี่คือเงินเดือนข้าราชการซึ่งต้องจ่ายตามบัญชีเงินเดือนข้าราชการสำหรับคนที่เป็นข้าราชการ