GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

แนะแนวการศึกษา ชี้เส้นทางชีวิต

ถ้าจะสร้างสังคมแห่งความดีที่ยั่งยืน ผู้ใหญ่ต้องชี้นำทางให้ถูกต้อง
            ช่วงนี้เป็นช่วงการแนะแนวของสถาบันการศึกษาต่างๆ สังเกตได้จากจดหมายเอกสารและซีดีมากมายหลายสถาบันที่ส่งถึงโรงเรียนและคงจะมีหนังสือนัดโรงเรียนเพื่อเข้ามาแนะแนวการศึกษา ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  ที่จะต้องเลือกเพื่อกำหนดทิศทางการศึกษาของตนเองว่าจะไปในทิศทางไหน จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปแล้วจะเรียนอะไร เรียนที่ไหน นับว่าเป็นคำถามยอดฮิตกันในช่วงนี้
            ฝ่ายแนะแนวของโรงเรียนจึงต้องทำหน้าที่หนักในการต้อนรับคณะแนะแนวจากสถาบันต่างๆ ที่จะเข้ามาแนะแนวเชิญชวนนักเรียนไปเรียนที่สถาบันของตนเอง สถาบันต่างๆ ต่างก็เอาทีเด็ดไม้ตายมานำเสนอกัน เพื่อจูงใจนักเรียนให้ยอมรับในสถาบันที่ตนเองมานำเสนอ จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการลงทุนมาถึงที่ก็ต้องมีวาระซ่อนเร้นเป็นธรรมดา
            การเข้ามาแนะแนวนับเป็นเกียรติจากหลายๆ สถาบันที่มาเยี่ยมถึงโรงเรียนและให้ความสนใจกับนักเรียนและสร้างทางเลือกให้นักเรียนได้มีทางเลือกมากยิ่งขึ้น ซึ่งควรที่จะให้การต้อนรับทุกๆ สถาบันที่เข้ามาร่วมแนะแนวให้กับโรงเรียนเป็นอย่างดี
            การรับฟังการบรรยายของทุกสถาบันอาจจะสร้างความสับสนให้กับนักเรียน เชื่อว่าในใจลึกๆ ของนักเรียนบางคน คงจะมีสถาบันที่ได้เลือกไว้แล้ว และบางคนก็ยังลังเลกับการเลือกเรียนต่อในครั้งนี้ ความลังเลไม่รู้จะเลือกสถาบันไหน เมื่อฟังสถาบันนั้นมานำเสนอก็รู้สึกดี พออีกสถาบันมานำเสนอก็รู้สึกคล้อยตาม แล้วหันไปถามเพื่อนว่าเลือกสถาบันไหนแล้วหรือยัง!?
            ความลังเล ตัดสินใจไม่ได้ นึกไม่ออก จะเอาอย่างไรดี จะเลือกตามที่ใจอยากไปหรือจะเลือกตามเพื่อน หรือว่ารอปรึกษาอาจารย์ อุสตาส หรือใครที่เราคิดว่าให้คำแนะนำให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ ในสถานการณ์เช่นนี้ นักเรียนจะทำอย่างไร?
            ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์นั้นย่อมมีทางออกที่ดีเสมอ ดีสำหรับเรา ดีสำหรับอนาคตของเรา ทั้งดุนยาและอาคีรัต การเปิดวิสัยทัศน์กว้างไกลถึงโลกหน้าอย่างนี้ ไม่ใช่ทุกคนจะประสบได้ง่ายๆ เพราะทางเลือกที่จะไปไกลสู่อาคีรัต ต้องคิดกันหลายด้าน คิดอย่างรอบคอบและมีสติ โดยแยกออกจากความต้องการของอารมณ์ ถ้าถามคนที่ไม่ศาสนา ย่อมตอบได้ทันทีว่า สิ่งที่เขาเลือกนั้น คือสิ่งที่ตรงกับความต้องการของอารมณ์ เช่น เรียนต้องรวมกันหญิงชาย สามารถร้องรำทำเพลงได้ สามารถทำอะไรตามอำเภอใจ เป็นต้น
            หากแต่คนที่มีศาสนาอย่างนักเรียนที่เรียนโรงเรียนศาสนา อาจจะต้องใช้สติในการเลือก ถ้าการเลือกเดินบนเส้นทางที่เอาใจเป็นใหญ่ นั่นหมายถึงประตูสู่ความหายนะ ดังที่อัลลอฮฺได้ตรัสในซูเราะห์ ศอด อายะห์ที่ 26 ไว้ว่า
 (( ولا تتبع الهوى فيضلك عن سبيل الله ))
ความว่า  และสู่เจ้าอย่าได้หลงตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ มันจะทำให้ท่านหลงไปจากหนทางของอัลลอฮฺ
และได้ตรัสในซูเราะห์ อัล-เกาะศอศ อายะห์ที่ 50 ว่า
(( من أضل ممن اتبع هواه بغير هدى من الله إن الله لا يهدي قوم الظليمين ))
ความว่า  และผู้ใดเล่าจะหลงผิดยิ่งไปกว่าผู้ปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของเขา โดยปราศจากแนวทางที่ถูกต้องจากอัลลอฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์จะไม่ทรงชี้แนะทางที่ถูกต้องแก่กลุ่มชนผู้อธรรม
           
และซูเราะห์ อัลกะฮฺฟฺ อายะห์ที่ 28 ว่า
(( ولا تتع من أغفلنا قلبه عن ذكرنا واتبه هواه وكان أمره فرطا ))
และเจ้าอย่าเชื่อฟังผู้ที่เราทำให้หัวใจของเขาละเลยจากการรำลึกถึงเรา(*4*) และปฏิบัติตามอารมณ์ต่ำของเขา และกิจการของเขาพินาศสูญหาย
            หลักฐานบางส่วนข้างต้น คงจะเป็นข้อคิดให้กับนักเรียนในการเลือกทางเดินของตนเองได้ ดังนั้นการที่เราจะเลือกเดินในทางใดทางหนึ่ง จึงจะต้องพิจารณาสิ่งสำคัญดังต่อไปนี้
1.    ตัวเรา ต้องรู้จักตัวเราเองก่อนสิ่งใด รู้ว่าตัวเรามีจุดยืนและอุดมการณ์ที่มั่งคงหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเพราะมันชี้ชะตาถึงชีวิตหลังความตายเลยที่เดียว หากคนใดไม่มีจุดยืนหรือยังอ่อนแอในเรื่องของจิตใจ ไม่รู้อุดมการณ์ชีวิต เขาจะมีภาวะเสี่ยงที่จะเดินทางไปสู่หายนะ ฉะนั้น ควรจะประเมินตนเองก่อนการตัดสินใจไปอยู่ในสังคมใดสังคมหนึ่งที่บางทีเราอาจจะพลาดพลั้งหลงทางไปอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เพราะเพียงแค่การตัดสินใจเลือกที่ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที จนเป็นความหายนะของชีวิตในโลกนี้และโลกหน้า
2.    สภาพสังคม ปัจจุบันสภาพสังคมซึ่งเป็นสังคมพุทธ ย่อมมีข้อแตกต่างในหลักการศาสนา และข้อห้ามต่างๆ ข้อห้ามของอิสลามจึงไม่ปรากฏในสังคมนี้ ซึ่งเป็นสังคมที่ทุกอย่าง (รวมทั้งข้อห้ามในหลักการอิสลาม) ทำได้หมด เพราะไม่มีใครมาดูแลพฤติกรรม ไม่มีใครมาเห็น ไม่มีใครสนใจ ไม่มีมากล่าวตักเตือน และไม่ต้องสนใจใคร แม้อัลลอฮฺที่ทรงเห็นก็ลืมไปโดยสิ้นเชิง เช่นนี้คือสิ่งล้อแหลมที่จะทำให้นักเรียนโรงเรียนศาสนาทำตัวแหลกเหลว ดังที่ปรากฏอยู่ในสังคมทุกวันนี้ เรื่องราวเหล่านี้ อาจจะถูกปกปิด แต่ตอนนี้มันถูกเปิดโปงแล้วว่า เด็กที่เสียคน รวมทั้งเสียตัว อย่าว่าแต่เสียตัว แค่การแต่งกายก็สาธยายไม่หมดแล้ว ซึ่งส่วนมากเป็นนักเรียนจากโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ) ซึ่งเป็นผลจากสภาพสังคมเสียส่วนใหญ่ ดังนั้น การที่จะเลือกเรียนในสภาพสังคมที่เป็นเช่นนี้ ขอยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ล้อแหลมยิ่งนัก เพราะไม่รู้ว่าเราจะถูกหลอกจากไซตอนได้เมื่อใด  แต่ที่แน่ๆ ทุกวินาทีไซตอนจะพยายามหลอกตลอกเวลาจนวันปรโลก
ทางเลือกสุดท้าย
            การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นควรจะมองทั้งสองมิติ มิติของคุณภาพชีวิต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในดุนยา คือ อนาคตทางการงาน คุณภาพชีวิต ความสะดวกสบาย และอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยในการใช้ชีวิตในดุนยา ซึ่งเป็นสิ่งที่หามาได้นั้นสิ้นสุดแค่เพียงลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น มิติที่สองคือ มิติของจิตวิญญาณ ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตหลังความตายในโลกหน้า ที่ทุกชีวิตในโลกนี้ต้องประสบกับมันโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นชีวิตที่ไม่จบสิ้น ชีวิตนี้มีความสัมพันธ์กับดุนยา สิ่งที่นำพามาได้เพียงแค่ไม่กี่อย่าง นั้นคือ คุณธรรมความดีที่สะสมไว้ ฉะนั้นการเลือกเดินก็ต้องเลือกให้ได้ทั้งสองมิติข้างต้น มิติดุนยา ก็ฮะซะนะห์ มิติอาคีเราะห์ก็ฮะฮะนะห์  หากจะทอดทิ้งมิติใดมิติหนึ่งเสียไม่ได้
การเลือกทางเดินทางการศึกษา แม้จะในแง่หนึ่งของชีวิตแต่มนุษย์ปราศจากการอยู่ร่วมกับสังคมไปมิได้  และเป็นที่ประจักษ์ดีว่าสังคมในยุคสมัยนี้ เป็นสังคมที่มากมีด้วยอบายมุข เป็นสังคมที่มีปัญหาตลอดอย่างแก้ไขปัญหาไม่ได้จนเป็นปัญหาเรื้อรัง เรื่องราวร้ายๆ ในสังคมยังมีให้ประสบอยู่ตลอดเวลารวมทั้งศัตรูตัวฉกาจคือไซตอนที่ค่อยชี้ทางเลวไม่มีวันหยุดหย่อน ชีวิตในทุกบริบทของมนุษย์ล้วนตั้งอยู่บนเส้นด้าย จะหักเหไปทางที่ไม่ดีนั้นง่ายนัก
            การเลือกเรียนในสถาบันก็ไม่ต่างกับการเลือกเข้าสังคม การคบเพื่อน เมื่อไหร่ที่เข้าสังคมของคนไม่ดี ก็จะไม่ดีตาม เมื่อไหร่คบเพื่อนไม่ดี ก็จะไม่ดีตาม เว้นแต่ อุดมการณ์อันลึกซึ้งที่ส่องประกายระยิบระยับในดวงจิต บ่งบอกถึงอีหม่านที่เข็มแข็ง สามารถนำมาต่อสู้กับสภาพสังคมและความเลวร้ายได้ สามารถเผยแผ่ทางนำแก่คนอื่นได้เท่านั้น แต่จะหาผู้คนประเภทนี้ได้ยากเย็นนักในสังคมปัจจุบัน
อีกทั้งการใช้ชีวิตของนักศึกษาที่ได้ผ่านสังคมสถาบันที่ไม่ใช่อิสลาม สังคมที่ปะปนหญิงชาย ทำกิจกรรมร่วมกัน ฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ละเว้นหลักการศาสนาต่างๆ เมื่อจบมาทำงานแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นพิษภัยที่ฝังอยู่ในจิตใจเขาตลอด จนเป็นสิ่งที่คุ้นเคยและไม่รู้สึกผิดบาปประการใด หากเข้ามาเป็นครูก็ทำตัวเป็นตัวอย่างตามหลักศาสนาได้ลำบาก   
ดังนั้น ทางเลือกสุดท้าย คือ การเลือกเรียนในสังคมที่ดี สถาบันที่ใกล้สังคมมุสลิม หรือสถาบันที่เป็นสถาบันอิสลาม ซึ่งปัจจุบันมีหลายสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลายขึ้น และอย่ามองว่า สถาบันที่ยึดหลักศาสนานั้น เป็นสถาบันที่ล้าหลัง แท้จริงแล้ว การสอนเรื่องราวศาสนา เป็นเรื่องที่ไม่จบสิ้นเพียงโลกนี้ แต่มันจะต่อเนื่องไปสู่โลกหน้าที่จีรัง ต่างกับวิชาที่มนุษย์คิดค้น หากใช้ไม่ถูกก็จะได้ประโยชน์เพียงแค่ในโลกนี้เท่านั้น
การแนะแนว
            สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่วิกฤติ จำเป็นต้องเยียวยาในทุกด้าน  ปัจจัยในการเยียวยาสังคมให้ดีขึ้นการแนะแนวการศึกษาที่ถูกต้องให้แก่ศิษย์  สถาบันใหนควรสนับสนุน สถาบันใดไม่ควรสนับสนุน โดยยึดประโยชน์จากผลความเป็นคนด้านคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช่แต่แนะแนวสถาบันที่ห่างจากหลักคุณธรรมอิสลามโดยสิ้นเชิง
            สถาบันที่โด่งดังนั้น ไม่ใช่เกณฑ์การประเมินว่าผู้ที่จบมาเป็นที่ประสบความสำเร็จในสังคมเสมอไป แต่หากจบมาแล้วยึดหลักคุณธรรมอิสลามเป็นที่ตั้งถือว่าเยี่ยมยอด แต่หากจบมาแล้วเป็นคนที่ส่งเสริมอย่างอื่นนอกเหนืออิสลามแล้ว ก็แย่มาก เพราะอัลลอฮฺจะทรงประเมินที่คุณธรรมความดีความดีต่างหาก  ดังที่ได้ตรัสในซูเราะห์ อัลมุลก์ อายะห์ที่ 2 ความว่า “พระองค์ผู้ทรงให้ความตายและให้ชีวิตเพื่อทดสอบพวกเจ้าว่า ผู้ใดบ้างในหมู่พวกเจ้ามีผลงานการปฏิบัติที่ดียิ่ง”
            ฉะนั้นจงส่งเสริมทุกสิ่งสู่การปฏิบัติแต่คุณงามความดี เลือกสรรให้เยาวชนพบพานแต่สิ่งที่ดีงามในสังคม การแนะแนวให้ผู้คนเดินในแนวทางที่ดีนั้นเป็นบุญสะสมที่เราฝากไว้กับอัลลอฮฺเพื่อไปใช้ในโลกหน้า อย่าหวังเพียงแค่ผลประโยชน์ในโลกนี้ที่ไม่จีรัง จงแนะนำแนวทางที่ดีสำหรับประชาชาติมุสลิมผู้ที่จะเป็นความหวังสังคมต่อไป.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 14343
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอ "ติเพื่อก่อ" นิดหนึ่งนะคะ บทความยาวมากค่ะ คนที่ไม่ค่อยมีเวลา อาจเปลี่ยนใจไม่อ่านได้ค่ะ ทั้งๆที่อยากอ่าน