คนที่มันทำอะไรรุนแรงเหลือเกินเหลือทนแล้วเนี้ยะ ผมคิดว่ามันไม่คู่ควรกับคำว่าไว้ใจ

                รู้สึกเหนื่อยหลังจากทำงานหนักมาตลอด อะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาในชีวิตได้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ได้เจอเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ทัศนคติใหม่ แต่ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้คือตัวผมเอง ยังคงมีแผลเป็นอยู่ถึงแม้ว่ามันจะหายไปแล้ว แต่เมื่อมีอะไรที่มาสะกิดแผลเป็นนั่น มันก็จะทำให้คิดถึงความเจ็บปวดทรมานตอนนั้นทุกที นี้คือสิ่งที่ผมเปลี่ยนแปลงไม่ได้สักที แต่ผมสามารถปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้นได้ มันก็ยังไม่ดีพอ เพราะผมอยากจะลบแผลเป็นนั่น ใครจะช่วยผมได้ล่ะ ก็มันเป็นแผลแล้วนิ ลบยังไงก็ลบไม่ได้หรอก

               หลังจากข้าวมื้อแรกที่มีความสุข เราก็เป็นที่รู้จักของเพื่อนๆในมหาลัย แล้วเราก็เริ่มออกไปกันบ่อยขึ้น ทานน้ำชา นั่งคุยกัน มันก็เริ่มก่อตัวเป็นความผูกพันกันทีละนิด จนต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้รักไม่ได้

               มีปัญหาหลายอย่างตามมาทีหลัง จนแทบจะรับไม่ได้ สอบเสร็จเราก็กลับบ้านกัน เราอยู่จังหวัดเดียวกัน และเราก็มีเพื่อนจังหวัดเดียวกันหลายคน ซึ่งต่างคนต่างรู้จักกันทั้งนั้น ผมอยู่บ้าน เขาก็อยู่บ้าน ว่างก็ออกมาเจอกันบ้าง แต่ไม่ถึงกับบ่อย ทางบ้านผมค่อนข้างจะไม่ให้ไปไหน มันเริ่มสังเกตุเห็นก็ตอนที่อยู่บ้านนี้แหละ ไปหาเธอแล้วก็ออกไปไหนด้วยกันครั้งหนึ่ง มันรู้สึกแปลกๆไม่เหมือนตอนที่เราออกไปด้วยกันที่มหาลัย จากเดิมที่เราเคยสนิทกัน กลับไม่เหมือนเดิม พยายามไม่คิดมาก ใครจะห้ามได้ล่ะ เราเคยสนิทกันยังไงกลับมาต้องห่างๆกัน

               บอกตามตรงน่ะ มันถูกของเธอ เพราะเราไม่เคยตกลงกันว่าเราคบกัน แต่เราเหมือนกับคบกันมาก ซึ่งตอนนั้นเธอก็รู้น่ะว่าผมคิดยังไงกับเธอ ทำไมเธอไม่ปฏิเสธผมก็ไม่รู้น่ะ ดูไม่ออกเลยมาเธอไม่รักผม ส่วนผมน่ะเหรอ ใจง่ายรักเธอไปเต็มๆแล้วล่ะ

              ตอนปิดเทอมเราคุยกันทางโทรศัพท์อย่างเดียว ไม่ค่อยมีอะไรมาก คุยกันทุกวัน ไม่มีวันไหนไม่คุย อยากให้เปิดเทอมเพราะจะได้เจอเธอบ่อยๆ

             คิดว่าอะไรจะดีขึ้นหลังจากเปิดเทอม กลับมาเจอเพื่อนๆอีกครั้งหนึ่ง "เป็นไงบ้างปิดเทอม" เพื่อนผมถาม เรา chat กันระหว่างหอพัก ทักทายกันตามประสาเพื่อนฝูง "คิดยังไงกับผู้หญิงคนนั่นล่ะ" เพื่อนคนนี้ผมค่อนข้างจะสนิทมาก ไม่ได้สนิทกับเธอหรอก แต่รู้จักกันน่ะ เราคุยกันอย่างเปิดอก เขาแนะนำว่าอย่าคิดมาก เขาเจอเธอไปกับผู้ชายคนอื่น ดูท่าทางสนิทกันมาก ทานข้าวด้วยกันอย่างที่ผมเคยไป ผู้ชายคนเดิม เกือบทุกวัน ด้วยความหวังดีเขาแอบขับรถตาม ได้เจออะไรหลายๆอย่างแบบที่คนรักกันทำกัน หรือแบบที่ผมเคยทำกับเธอ วันนั้นฝนมันตก เขาก็ตามดูเธอกับผู้ชายคนนั้น เราคุยกันนานมากจนทำให้ผมแน่ใจได้ว่าเขาไม่ได้โกหกผม

               นั่นแค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับคนทั่วไป ตอนนั้นผมรู้สึกไม่ดีไปแล้ว แต่ผู้ชายคนนั่นกับเธอรู้จักกันมาก่อนหน้าผมอีก เขาไปด้วยกันมานานแล้วก่อนที่จะมาเจอผม เธอสารภาพกับผมว่าเธอคิดอย่างไรกับเขาคนนั้น ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเธอยอมให้ผมเข้าไปหาเธอทำไมตอนนั้น แต่ก็มาเข้าใจภายหลัง

               ตอนนั้นเจ็บมาก จริงใจมาก จริงจังด้วย ที่สำคัญรักไปแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่อยากจะลืมให้ได้ ผมหยุดไปกับเธอ แต่ก็โทรหา ทำไมต้องโทรหาล่ะ แล้วทำไมเธอยังทำให้ผมเหมือนๆเดิมล่ะ การพูดคุย ดูไม่ออกว่าไม่ได้รักกัน กลับพยายามทำให้ผมมากขึ้นว่าเธอแคร์ความรู้สึกผมมาก สุดท้ายเราก็กลับมาเหมือนๆเดิม ไปด้วยกันอีก

              ครั้งนี้แหละ เธฮโดนอะไรหลายๆอย่าง เพื่อนๆผมเล่นงานเธอซะแย่เลย รองเท้าเธอหาย รถโดนกรีด เดินไปกินข้าวมีจ้องมองด้วยสายตาที่ไม่ดี ทำไมล่ะ เธอไม่เพียงแค่ออกไปกับผมคนเดียว แต่เธอออกไปกับผู้ชายอีกคนที่มหาลัยเดียวกัน ซึ่งเธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนั่นคิดยังไงกับเธอ เธออาจจะไม่ทำอย่างที่ผมทำ แต่เธอไปไหนด้วยกัน

             ครั้งหนึ่งเธอไปร่วมกิจกรรมต่างจังหวัด กับเพื่อนๆของเธอ ไปเที่ยวทะเลด้วยกัน เขาคนนั้นก็ไปด้วย ผมหมายถึงคนที่อยู่มหาลัยเดียวกันกับผมและเธอ ไม่ได้หมายถึงผู้ชายที่เธอออกไปเวลาเธอกลับบ้าน อย่างงน่ะ

              ครั้งนั่นมีเพื่อนผมไปด้วยเหมือนๆกัน คืนหนึ่งคนที่ไปเที่ยวครั้งนั้นต้องไปร่วมกิจกรรม แต่เธอ เขาคนนั่นไม่ได้ไปร่วม อยู่กันตามลำพัง แต่ก็มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ด้วย ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มีคนพูดกันว่าเธอกับเขาสนิทกันมาก อะไรกันเนี้ยะ รู้สึกแย่มากๆ เธอบอกผมว่าเธอไม่ได้คิดอะไร ทำไมคนอื่นๆเขามองกันอย่างนั่นน่ะ เธอบอกว่าเขาชอบเพื่อนเธอ แล้วทำไมเขาไม่ยอมไปกับเพื่อนเธอล่ะ เธอก็ไม่ยอมทิ้งผมน่ะ เธอก็ยอมผมเหมือนๆเดิม ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยไว้ใจผู้หญิงคนนี้อีกเลย ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าจะลงเอยกันอย่าง ว่าสิ่งที่ผมทำอยู่คิดอยู่นั่นถูกไหม คำพูดเธอที่ได้อธิบายผม ว่าเธอกับเขาไม่คิดอะไรกัน เธอร้องไห้ว่าทำไมผมถึงมองเธอเป็นผู้หญิงอย่างนั่น ทำไมต้องดูถูกเหยียดหยามด้วยคำพูดที่ไม่ดี ยอมรับผมพูดไม่ดีกับเธอมากๆ แต่เธอก็ยอมผม ไปกับผมอีก คุยกับผมอีก เธอยอมผมทำไม ตั้งแต่นั่นมาผมไม่เคยพูดดีกับเธอเวลาที่ผมรู้สึกว่าเธอหักหลังผม ร้อยคำหยาบที่ผมสรรหามาได้เธอได้ยิน ได้ฟังจากผมหมด ถ้าเป็นตัวผมโดนผู้หญิงมาดูถูกเหยียดหยามอย่างนั่น ผมจะไม่คุย ไม่เอาด้วยแล้ว แต่เธอก็ยอมรับฟัง ทำไมล่ะ ผมคิดว่าเธอผิดต่อผม อยากจะคิดเหมือนกันว่าสิ่งที่เธออธิบายผมว่ามันไม่จริง อย่างนั่น ไม่ใช่อย่างนี้ มันเป็นเรื่องจริง แต่ทำไม่ได้หรอก ถ้ามันไม่มีมูล มันจะมีกลิ่นได้ไง

                    มันเล็กน้อยสำหรับสังคมปัจจุบันในเรื่องที่ผมเล่ามาถึงตอนนี้ อยากให้อ่านต่อ มันมีร้ายแรงกว่านี้หลายเท่าตัว บอกได้ว่าหลายเท่าตัว