ป้านวลจะทำการตักดินเพื่อ "ตากดิน" ในช่วงเช้าที่แดดยังไม่ออก ไม่ร้อนนัก คงเหนื่อยน่าดูเพราะท่าน้ำก็มีพื้นที่ไม่น้อย และต้องทำแข่งกับเวลาไม่ปล่อยให้ดินที่ถูกน้ำท่วมแห้งไปเองก่อน ชาวบ้านริมน้ำแถวนี้ที่ยังทำเกษตรอยู่ก็ทำอย่างนี้ทุกบ้าน

อากาศหนาวค่อยๆปรากฎกายชัดขึ้นทีละน้อย ในขณะที่น้ำที่เคยท่วมผืนดินท่าน้ำก็ค่อยๆลดลงทุกทีๆ ที่บ้านทำที่ปลูกผักเป็นขั้นๆ ไล่ระดับลงไป ที่สุดแนวต้นไม้คือที่ที่เป็นผืนดิน ท่านผู้อ่านคงจินตนาการได้ว่าน้ำไต่สูงขึ้นมาไม่น้อย

ค้างฟักเขียวเน่าดึงทิ้งไปแล้วแต่จนป่านนี้ที่เก็บไว้ลูกหนึ่งยังทานไม่หมดเลย เหลือแต่ฟักทองที่ป้านวลลงต้นไว้ข้างบนแล้วทำค้างยื่นออกไป ฟักทองติดลูกเยอะมาก แต่พอเริ่มเท่ากำปั้นเด็กก็จะเน่าร่วง คงจะเหลือติดให้ได้ทานไม่กี่ลูก คงต้องหาความรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร และต้องแก้อย่างไร

หลังน้ำลดป้านวลจะเหนื่อยกว่าปกติเพราะต้องเร่ง"ตากดิน" โดยรีบใช้จอบตักดินที่ยังนิ่ม นำขึ้นผึ่งอย่างที่เห็นเป็นบล๊อกๆ เสียงป้านวลตักและโปะดินดังตั้บๆ เป็นจังหวะ ไม่อย่างนั้นพอหน้าดินแห้ง ดินจะแข็งปลูกอะไรไม่ได้ การทำอย่างนี้ยังเป็นการช่วยเสริมคันดินด้านบนด้วยเพราะที่บ้านนั้นคนข้างกายไม่ชอบทำเขื่อนคอนกรีต น้ำฝนก็จะชะดินลงมา น้ำท่วมก็จะพาตะกอนมาด้วย ดินที่เห็นจึงเป็นดินดี แห่งความหวัง ดินแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่จะปลูกพืชผักนานาได้อีกครั้ง

ป้านวลจะทำการตักดินเพื่อ "ตากดิน" ในช่วงเช้าที่แดดยังไม่ออก ไม่ร้อนนัก คงเหนื่อยน่าดูเพราะท่าน้ำก็มีพื้นที่ไม่น้อย และต้องทำแข่งกับเวลาไม่ปล่อยให้ดินที่ถูกน้ำท่วมแห้งไปเองก่อน ชาวบ้านริมน้ำแถวนี้ที่ยังทำเกษตรอยู่ก็ทำอย่างนี้ทุกบ้าน

เด็กๆยังไม่เปิดเทอม ป้านวลชอบพาหลานมาด้วย มาช่วยกวาดใบไม้บ้าง ช่วยให้ข้าวน้องหมาบ้าง หลานป้านวลชื่อ "ทราย" เป็นเด็กเรียบร้อย แต่แจ่มใส ร่าเริง อายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลานคนโตของพี่น้อย ซึ่งเราให้ไปเรียนรำไทยในเมืองทุกวันอาทิตย์ เลยให้ทรายไปเรียนด้วยกัน อยู่กันแบบญาติ มีความสุขจากการได้เอื้อเฟื้อมีน้ำใจซึ่งกันและกัน

วันนี้ทรายนึกสนุกลงไปเดินงมหอยทราย บอกว่าได้พอสมควรทีเดียว จนเพลิน ป้านวลต้องร้องเรียกให้ขึ้นได้แล้ว

ส่วนที่ด้านบนต้นไม้ใหญ่ ใบพากันโบกสะบัดตามสายลม อากาศเริ่มแห้ง ใบไม้ ดอกไม้ ร่วงพราว ช่วงนี้ได้เห็นลูกมะเกลือสีดำหล่นเกลื่อนพื้น ที่ยังไม่สุกค้างบนต้นเป็นสีเขียวอมขาว ต้นมะเกลือนี้อายุมากแล้ว อยู่ที่หน้าบ้านสูงราวตึกสี่ชั้นแต่ต้นออกจะผอมๆ ลูกน่ารักดี

 

เลยนำภาพต้นครามที่บ้านมาให้ชมด้วย ออกฝักมากมาย ฝักแห้งสีน้ำตาลเป็นแท่งตรงๆเล็ก มีเมล็ดเรียงเป็นแถว ได้เก็บฝักไว้ จำได้ว่ามีผู้อ่านบล็อกเคยถามหาอยากได้เมล็ดครามไปเพาะ จะเก็บไว้ให้

ได้ทราบมาว่ามะเกลือและคราม นั้นเป็นสีย้อมธรมชาติเพียงสองสีที่ใช้เทคนิคการย้อมเย็น หรือการหมัก ที่เรียกว่าVat Dye สีที่ใช้ติดแน่นทนนาน ซึ่งหากจะย้อมให้ได้สวย สีติดดีเรียบสม่ำเสมอ ฝ้ายที่นำมาย้อมจะต้องล้างจนสะอาด เมื่อสีติดดีแล้วจะติดแน่นทนนานไปตราบเท่าอายุของผ้า

ทำให้นึกถึงการปฏิบัติธรรม ซึ่งหากตั้งใจศึกษาเรียนรู้น้อมนำมาปฏิบัติ อย่างจริงใจ ชีวิตจะเปลี่ยนไปเดินบนหนทางที่ดีงามไม่มีวันกลับไปเดินบนหนทางแห่งทุกข์อีก เหมือนผ้าครามที่ก่อนย้อม ได้เตรียมเส้นฝ้ายอย่างดี ล้างสะอาดหมดฝุ่นผง เมื่อย้อมเสร็จ ได้เป็นผืนผ้างามที่คงทน สีไม่หมองตกกลับคืนเป็นสีด้ายเดิม

"...ดูซิ เราข้ามกันไปหมด พากันทำบุญ แต่ว่าไม่พากันละบาป ...ผ้าสกปรก ไม่ฟอก แต่อยากจะรับน้ำยัอมนะ..."

 ข้อคิดธรรมะจาก หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง

 หนังสือ "ผลไม้ในสวนธรรม"