กลับมาเขียนบันทีกอีกครั้ง ในตอนดึก(ตี 2 กว่า )   เมื่อวันที่ 11-14 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ ที่กรุงมะนิลา ตั้งอยู่บนเกาะลูซอน ซึ่งในประเทศนี้มีเกาะมากมายกว่า 7,000เกาะ    มีประชากรมากกว่าประเทศไทย(ประมาณกว่า   80  ล้านคน )ประเทศนี้จัดว่าทรัพยากรด้านธรรมชาติมากมาย แต่สังเกตเห็นว่าผู้คนในเมืองมะนิลา ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมาก  เดินไปตามท้องถนนมีตึกใหญ่โต   และบ่อนคาสิโนมาก ไกด์ได้บอกว่าบ่อนในเมืองนี้ควบคุมโดยรัฐ  ที่สังเกตเห็นอีกอย่างหนึ่งว่าของใช้ที่จำเป็นพวกปัจจัยสี่มีราคาค่อนข้างแพง  ส่วนของอบายมุข เช่นเหล้า หรือบุหรี่มีราคาถูกมาก

             ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าประเทศไทยยังมีอะไรดีๆอีกมาก(แต่ทุกคนในประเทศต้องช่วยกัน) ผู้รู้ท่านหนึ่งบอกว่าที่ประเทศนี้เป็นแบบนี้เนื่องจากผู้นำในอดีตที่ผ่านมา มีการคอรัปชั่นกันมาก  ในอดีตเมื่อสามสิบกว่าถึงสี่สิบปีที่แล้วฟิลิปปินส์มีความเจริญมาก รองจากประเทศญี่ปุ่น  หลังจากประเทศอเมริกาถอนฐานทัพออกไป เศรษฐกิจ และด้านการศึกษา (คนไทยในอดีตนิยมส่งลูกหลานไปเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์) เริ่มซบเซาทำให้คนไทยไม่นิยมส่งลูกหลานไปเรียนที่นี่เหมือนแต่ก่อน

            ประเทศไทยเองน่าจะถือเอาประเทศฟิลิปปินส์ไว้เป็นกรณีศึกษาพูดถึงข้อได้เปรียบของพลเมืองฟิลิปปินส์โดยมากพูดภาษาอังกฤษได้ดี และส่วนมากผู้มีความรู้ความสามารถ ถ้ามีโอกาสส่วนมากจะไปทำงานต่างประเทศเนื่องจากได้รับเงินเดือนที่สูงกว่าทำงานในประเทศและงานในประเทศหางานค่อนข้างยาก ผู้เขียนจึงเห็นว่าประเทศไทยยังไงก็ยังน่าอยู่กว่าหลายๆประเทศ   เพียงแต่คนไทยต้องรักประเทศและช่วยให้ประเทศอยู่ได้ ขอจบเรื่องเล่าจากประเทศฟิลิปปินส์แค่นี้ก่อน.................

              เมื่อกลับจาก..........แล้วผู้เขียนมีโอกาสพานิสิตป.ตรี มรภ.บส.ไปทัศนศึกษาโครงการวิจัยและพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯแหลมผักเบี้ย ณ ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีเมื่อวันที่ 17-18 ตค.ซึ่งโครงการนี้ดำเนินการมาเกือบ ยี่สิบปี โครงการดำเนินในเรื่องการบำบัดน้ำเสียโดยอาศัยวิธีธรรมชาติ  โดยอาศัยวิธีบ่อผึ่งมีด้วยกัน 5 บ่อ ใช้วีธีหญ้ากรองน้ำเสีย เช่น  กกกลม  ธูปฤาษี  หญ้าอินโดนีเซีย  เป็นต้น นอกจากนี้ยังอาศัยป่าชายเลนที่เป็นป่าปลูก      (ในสมัยเรียนป.โท ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ปลูกด้วย) ซึ่งปัจจุบันต้นไม้ในป่าชายเลนโตเต็มที่แล้ว    บริเวณรอบนอกที่ติดกับทะเลอ่าวไทยเป็นป่าธรรมชาติ .........ป่าชายเลนบริเวณแหลมผักเบี้ยพรรณไม้ส่วนใหญ่เป็นพวกแสม และมีพรรณไม้พวกโกงกางบ้าง   เจ้าหน้าที่ของโครงการบอกกับพวกเราว่าในอนาคตบริเวณนี้ นอกจากจะเป็นที่ศึกษาวิจัยของสถาบันฯการศึกษาในด้านต่างๆแล้ว    ป่าชายเลนบริเวณนี้ยังช่วย      ดักตะกอนที่พัดพามาจากทะเล   และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง

 ตลอดจนสามารถบำบัดนำเสีย   ดักตะกอนและสารพิษที่มากับน้ำเสียในอำเภอเมืองเพชรบุรีที่รวบรวมมา  และส่งมาตามท่อถึงโครงการฯ   โดยน้ำเสียส่วนหนึ่งจะถูกบำบัดน้ำเสียโดยอาศัยป่าชายเลนการปล่อยออกสู่ทะเลนอกจาก 2 วิธี ข้างต้นแล้ว   ในอนาคตบริเวณนี้จะมีป่าชายเลนขึ้นอย่างหนาแน่น  และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล เช่น ปลา ปู   หอย ตลอดจนเกิดเป็นแผ่นดินงอกเนื่องจากการทับถมของตะกอนชายฝั่ง,,