เนื่องด้วยอุบัติเหตุของอารมณ์และหัวใจ ทำให้เราต้องระหกระเหินไปอยู่กทม. ทั้งที่ชีวิตที่มช.ก็แสนสุข  ...ก็ไปหลบเลียแผลซักเล็กน้อย ครั้งนั้นก็ได้โอกาสเล่นเส้นกับอาจารย์ที่เคยสอนมาสมัยอยู๋มช...ขอไปสมัครทำงานอยู่รพ.เอกชนชื่อดัง แห่งหนึ่งในกทม..(ขอไม่ประสงค์ออกนามเพราะจะนินทาเขาต่อคะ...โอ้โห...ก็เป็นยายพยาบาลขาเม้าท์น่ะ) ซึ่งต้องบอกว่าใช้เส้นสาย เนื่องด้วยตามปกติที่รพ.เอกชนแถวๆนั้นจะมีแต่คนสวยๆทั้งนั้นแถมดูมีอันจะกิน แต่เราไปแบบบ้านนอกเข้ากรุงไปเลยคะ หอบข้าวของกันไป 1 คันรถพร้อมญาติพี่น้องไปส่งขึ้นห้องพักที่อยู่ชั้นดาดฟ้าของรพ. นอนรวมกัน 4 เตียง/ห้อง ห้องกว้างดีคะ มีโทรศัพท์และห้องน้ำให้ใช้รวมกันทุกห้อง วิวสูงน่าตื่นเต้นดี

     ไปถึงวันแรกเขาก็พานิเทศงานโดยให้พนักงานฝ่ายบุคคลมานิเทศ พร้อมแจ้งว่า

1. ห้ามพูดคุยกันเรื่องเงินเดือน รายได้

2. ให้เรียกหมอทุกท่านว่าอาจารย์

3. ลุกยืนต้อนรับ และยกมือสวัสดีทักทายทุกคนที่เข้ามาในรพ.

4. เวลาชี้บอกทางห้ามใช้การชี้นิ้ว ให้ผายมือแทน

5. ไม่ให้อธิบายการรักษาให้กับคนไข้ เว้นให้เป็นหน้าที่ของแพทย์เท่านั้น

แล้วก็บรรยายเกี่ยวกับโรคต่างๆให้ฟังพร้อมกับพนักงานท่านอื่นๆ ทั้ง แม่บ้าน พนักงานเปล พนักงานบัญชี  ตรงนี้ไม่ติดใจเท่าไหร่หรอกคะ มาติดใจตรงที่คนบรรยายไม่ได้เรียนทางการแพทย์หรือพยาบาลมาซักหน่อยเลยนะสิคะ บรรยายไปก็หันมาพยักเพยิดกับเราที...แปลกดี

แล้วมีการเก็บค่ามัดจำไว้ 2000 บาท ถ้าอยู่ครบ 4 เดือนจึงจะได้รับเงินนี้คืน มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์ไป  ก็ ok นะคะ

    พอไปเริ่มทำงานตอนแรกก็ปรับตัวมากนิดนึง เพราะเราเคยอยู่ห้องผ่าตัดมา ไม่เคยชินกับการทำงานตามแผนกที่มีคนไข้นอน  ก็ทำได้พยายามไม่ให้ใครมาว่าได้   ...เรื่องแปลกๆที่เจอก็มีอยู่ว่า

     คุณพยาบาลส่วนหนึ่งที่เราเจอต่อหน้าคนไข้พูดดีมากเลย แต่ลับหลังพี่ท่านนินทากันเสียหาย  คงอยากระบายความอัดอั้นและฝึกการละครอยู่

    คุณหมอส่วนหนึ่งไม่บอกความจริงกับคนไข้ แถมถ้าแกถามอาการชั้นมากชั้นก็จะคิดค่า df คือค่ามาเยี่ยมในครั้งนี้มากเป็นพิเศษ

    คนไข้แปลกๆก็มีมาก เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าคนมีกะตังส์เนี่ยเขาช่างหาโรคแปลกให้ตัวเองจังเลยนะ  

- ก็มีรายนึงเขาบอกว่าเขาแพ้น้ำเกลือที่ติดสติกเกอร์สีแบบนี้ ให้ไม่ได้เพราะจะสั่นถ้าให้ เราก็เอ้!! มันไม่น่าเกี่ยวกันนะ เพราะน้ำเกลือที่เขาบอกว่าเขารับได้เนี่ยมันก็ส่วนประกอบคล้ายกันต่างกันแค่ความเข้มข้นเท่านั้นเอง ส่วนไอ้ขวดที่เขาเคยได้มาแล้วสั่นน่าจะเกิดจากการที่น้ำเกลือไม่สะอาดมากกว่า แล้วทำให้เชื้อโรคเข้ากระแสเลือดเขา แต่ไม่ต้องอธิบายคะ เสียเวลาเขาไม่เชื่อเรา เพราะเขาเชื่อมาแบบนั่นแล้ว หมอก็ไม่อธิบายให้ไปอย่างที่คนไข้ต้องการ

- อีกรายที่เจอเวลาแจกยาต้องแจกแกตรงเวลาแป๊ะ  จะเกินกว่า5 นาทีไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องจำไว้ว่าคนนี้ต้องเข้าแจกตรงเวลา ไม่งั้นแกโวยทันที..

- อีกรายเป็นอาม้าน่ารัก  เราไปแจกยาให้ ถูกใจให้ tip มาซะด้วย 200 แน่ะไม่เอาก็ไม่ยอม งงไปเลยไม่เคยได้มาก่อนในชีวิต

อีกเรื่องที่เจอแล้วตกใจ คือพยาบาลแอบเบิกยากับคนไข้ โดยไม่มีใครรู้เพราะเขาจะพูดดี ผู้บริหารชอบ แต่พวกกันเองรู้..ก็ไม่พูด ไม่ใช่เรื่องของตัว

"สุดท้ายเราอยู่แล้วอึดอัดใจมากทั้งด้วยไม่ถนัดกับงานแบบนี้ ทั้งไม่ถนัดกับสังคมแปลกๆ ก็เลยอดทนอยู่เก็บประสบการณ์มา 4เดือนรอรับเงินมัดจำคืนก็อำลา"...มาอยู่บ้านนอกของเราดีกว่า