ข้าวโพข้าวโพดพืชที่เป็นได้ทั้งอาหารและยา
ข้าวโพดเป็นอาหารท้องถิ่นของคนไทยที่มีให้รับประทานในทุกฤดูกาล ใช้ทำอาหารได้ทั้งคาวหวานและให้คุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีทั้งวิตามินเอ วิตามินบี เบต้าเคโรทีน แคลเซียม แมคนีเซียม โพรแตสเซียม และเมไธโอนีน ข้าวโพดนำมาปรุงอาหารได้ทั้งคาวหวานฝักอ่อนใช้ทั้งแกงเลียง แกงส้ม แกงป่า ผัดจืด ลวกจิ้มน้ำพริกฝักแก่ทำเป็นของหวานได้หลายชนิด เช่น ข้าวโพดคลุก ข้าวโพดต้ม ข้าวโพดปิ้งหรือทำอาหารว่าง เช่น ข้าวโพดทอด ข้าวโพดยังนำมาผลิตเป็นน้ำมันข้าวโพด จะได้น้ำมันที่ประกอบไปด้วยกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเป็นส่วนใหญ่ เช่น กรดไลโนเลอิก 50 เปอร์เซ็นต์ กรดโอเลอิค 37 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกรดไขมันประเภทนี้มีประโยชน์แก่ร่างกายส่วนประกอบและคุณค่าทางอาหารของข้าวโพดมีมากมาย เช่น คาร์โบไฮเดรต อยู่ในส่วนเนื้อของเมล็ดข้าวโพดที่แก่จัดจะมีคาร์โบไฮเดรตอยู่ประมาณร้อยละ 72 จึงจัดเป็นอาหารจำพวกแป้งที่ให้พลังงานในปริมาณ 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี่ ไขมันเมล็ดข้าวโพดที่แก่จัด จะมีไขมันอยู่ประมาณร้อยละ 4 สามารถสกัดเป็นน้ำมันใช้ประกอบอาหาร น้ำมันข้าวโพดมีกรดไขมันอิ่มตัวโดยเฉพาะกรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นในปริมาณสูงถึงร้อยละ 40 ซึ่งจะมีฤทธิ์ควบคุมคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับปกติและยังช่วยลดหรือ ป้องกันโรคความดันโลหิตสูงจากภาวะคอเลสเตอรอลสูงได้ ข้าวโพดมีวิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 ในปริมาณ 0.08-0.18 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ไนอะซีน 1.1-1.5 มิลลิกรัม สำหรับวิตามินเอมีเฉพาะในข้าวโพดสีเหลือง มีส่วนประกอบของเกลือแร่ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายเช่น แคลเซียมและเหล็ก แต่มีในปริมาณน้อย นอกจากประโยชน์ด้านอาหารแล้วข้าวโพดยังมีประโยชน์ทางยาอีกด้วย ฝอยข้าวโพดสดหรือไหมข้าวโพดที่เก็บในขณะเมล็ดข้าวโพดเป็นสีน้ำมันมีสารแอลคาลอยด์ที่ระเหยได้ คือ กรดเมซีนิก และน้ำตาล ซึ่งไหมข้าวโพดนี้นำมารักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะขัด โดยนำไหมข้าวโพดประมาณ 4 กรัม ต้มกับน้ำ 1 แก้ว เคี่ยวไฟอ่อน ๆ ให้เหลือครึ่งหนึ่งใช้ดื่มแทนน้ำชา เมล็ดข้าวโพดใช้เป็นยาฝาดสมาน บำรุงหัวใจ ทำให้เจริญอาหาร ซังข้าวโพด ใช้ปรุงเป็นยาแก้พิษซางสำหรับเด็ก ต้นแก่ตากแห้งนำมาต้มกินใช้เป็นยารักษานิ่วได้ข้าวโพดมีประโยชน์ทั้งทางยาและคุณค่าทางอาหาร ปัจจุบันยังนิยมนำข้าวโพดมาปั่นทำเป็นน้ำนมข้าวโพด ซึ่งได้อาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย ผู้ที่เป็นโรคไต ก็สามารถดื่มได้ไม่เป็นอันตราย เพราะในน้ำนมข้าวโพดมีไขมันและโซเดียมต่ำ