วันที่สาม ลาจากโออิตะ ไปคุมาโมโต้


เช้าวันที่สาม เก็บของออกจากบ้านโดยมี โอโต้ซัง โอก้าซังมาส่งขึ้นรถ

     เช้าวันที่สาม ครบกำหนดที่อยู่ในโออิตะแล้ว ต้องลาจาก Notsumachi Green Homestay โอโต้ซัง กับ โอก้าซังขับรถเล็กๆ คนละคัน มาส่งที่ศูนย์รวม แต่ละบ้านมาส่งกันพร้อมหน้า ร่ำลากันอย่างอาลัย ภาพที่เห็นมีพ่อบ้านสองหลังที่ตาแดง น้ำตาซึมจนเราเองพลอยซึมไปด้วย พี่ไกด์เป็ดพูดได้ประทับใจ กินใจมาก บอกว่า เขาเปิดบ้านให้เราไปอยู่พร้อมกับเปิดหัวใจต้อนรับเราเต็มร้อย เมื่อเราจะจากไป เขาย่อมรู้สึกอาลัย ตอนจะจากกันเหมือนกับว่ารู้จักกันมานาน ไม่น่าเชื่อเลย

good bye

     นั่งรถไปดูภูเขาไฟอะโสะ ที่อยู่ใจกลางเกาะคิวชู โชคไม่ดี วันที่เราไปเป็นวันอาทิตย์มีนักท่องเที่ยวมามาก ภูเขาเลยผลิตควันออกมาต้อนรับมากเกินไป ทำให้เราไม่สามารถขึ้นไปดูปล่องภูเขาไฟได้ เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จากกัมมะถัน

Aso

     หลังอาหารกลางวัน ได้ไปดูประสาทคุมาโมโต้ ที่มีอายุกว่า 420 ปี ไปเดินแล้วทำไมเหมือนอยู่อยุธยา ก็ไม่รู้ อารมณ์เดียวกันเลย แต่ที่นี่ถูกซ่อมแซมหลังไฟไหม้ ทำให้ไม่เหลือความเป็นปราสาทไม้แบบเดิม แต่สิ่งที่ยังคงไว้ คือกำแพงที่ทำด้วยหินภูเขาไฟก้อนใหญ่ๆ มีเหลี่ยมแหลมคมยากต่อการปีน ต้องเดินขึ้นไปจนถึงชั้นสี่หรือห้า จำไม่ได้จะเป็นจุดชมวิว ซึ่งน่าเสียดายที่รายรอบนั้นเป็นตึกรามบ้านช่องจนหมดแล้ว

kumamoto

    kumamoto

      ที่สุดท้ายสำหรับวันนี้คือสวนซุยเซ็นจิ ที่สร้างด้วยฝีมือคนแต่เหมือนธรรมชาติ คล้ายสวนลุมเงียบจัง ทำให้เดินแล้วเหงาหงอย วันนี้แวะไปรับประทานอาหารเย็นที่มีชื่อเสียงของที่นี่ เจ้าของเป็นซูโม่ชื่อดัง ขออภัยที่จำไม่ได้เพราะไม่ประทับใจในบริการ มีน้องคนนึงไม่ได้อาหาร พอนำมาให้ในชุดนั้นขาด ตะเกียบ กับผลไม้ โชคดีที่น้องเขาไม่บ่น แค่บอกว่าเขาไม่ได้ถือศีลอดนะ  แต่เราเองต้องบอกให้พี่
ไกด์เป็ดทราบ จะได้ไม่ต้องไปให้ทิปเยอะ

    เข้าที่พักชื่อว่า Romanesque Resort Kikunan เป็นที่พักเล็กๆ จุดเด่นคือมี Onsen ด้วย  สมาชิกหลายคนเลยได้ลงอาบน้ำแร่ อีกรอบ  แต่ถ้าใครไม่ลง น้ำที่ใช้อาบในห้องก็เป็นน้ำแร่เหมือนกัน คืนนี้ต้องรีบนอน รีบตื่นแต่เช้า เริ่มมีปัญหากับกระเป๋าเดินทาง เพราะช้อปปิ้งกันจนกระเป๋าตังค์ก็ฉีก เพราะควักบ่อย กระเป๋าเดินทางก็ขาด (แคลน) เพราะขนซื้อของทุกที่ แม้แต่ร้านสะดวกซื้อ เราก็ซื้อกันได้ไม่เบื่อ และไม่เว้นแม้แต่บนรถโดยสารก็มีของให้ซื้อด้วยเช่นกัน เรื่องราวเป็นไง ต้องถาม อ.แป๋ว กับ ภรรยา ของ อ.คนไร้กรอบค่ะ

หมายเลขบันทึก: 141489เขียนเมื่อ 24 ตุลาคม 2007 15:52 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 18:29 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (4)

ภาพบนสุด

คู่สามี ภรรยา ทางซ้าย คือ เจ้าของบ้าน Home stay ของ น้องส้ม

ส่วนของ ครอบครัวผม   คือ คู่ ทางขวามือครับ

สามีใส่สูท  เป็นนักธุรกิจ  เกี่ยวกับ รถแทรคเตอร์   เป็นสมาชิกโรตารี่

 

สวัสดีค่ะ อาจารย์

P

ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ ที่ช่วยอธิบายเรื่องรูป แม่บ้านของครอบครัวอาจารย์ เป็นคนขี้เล่นมาก ตอนสอนทำ ดังโงจิรุ ที่เหมือนราดหน้า  เขาจะสอนให้เรายืดเส้นแป้ง พร้อมกับพูดว่า ดังโงจิรุ โดยทำเสียงคล้าย ตอนตัวหนอนเรียกยอดใบชา "ชินเมโจได๋" เป็นเทคนิคที่ดี ทำให้เราจำชื่ออาหารชนิดนี้ได้ ทำกับข้าวไป ก็สนุกสนานกับการพูดไปด้วยค่ะ

  • ขอบคุณมากคะที่นำสิ่งดีๆมาให้ดูคะ
  • ดูแลสุขภาพด้วยนะคะอากาศไม่เหมือนบ้านเรา

 

สวัสดีค่ะ อ. P

รู้สึกว่า อ.จะเปลี่ยนรูปอีกใช่ไหมคะ
ขอบพระคุณ อ.มากเลยค่ะ ที่เป็นห่วง ที่น่าแปลกคือ อากาศที่โน่นเย็นมาก แต่ก็สบาย ไม่ทำให้เราอ่อนเพลียเหมือนอยู่ในห้องแอร์ คงเป็นเพราะอากาศบริสุทธิ์จริงๆ ค่ะ ตอนอยู่ในชนบท
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี