นักเพลงในยุคก่อน ในสมัยเก่า ๆ เขาเล่นเพลงด้วยชีวิต เล่นด้วยจิตใจและวิญญาณ เมื่อเขาเลิกเล่นเพลง เขายังคงบอกเล่าเรื่องราวเก่า ๆ และให้ความรู้แก่คนรุ่นหลังได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เราเรียกบุคคลผู้ทรงคุณค่าแห่งความรู้นี้ว่า ปราชญ์ชาวบ้าน

 

ความคิดสร้างสรรค์

ในการแสดงออก

ตอนที่ 1 นักแสดงเพลงพื้นบ้าน

(คนเล่นเพลง)

          จากประสบการณ์ในการทำงานด้านสืบสานศิลปะพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นแขนงนี้มานาน ถ้าจะให้แบ่งระยะเวลาของชีวิตผมที่ผ่านมาเกือบ 57 ปี ขอจัดแยกเอาไว้เป็น 3 ระยะ คือ

          ระยะเริ่มแรก เป็นการติดตามดูและจดจำที่ผู้ใหญ่เขาปฏิบัติ เขาเล่นเพลงกัน  ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก เรียกว่าเริ่มเข้าโรงเรียนดูเพลงพื้นบ้านเป็นแล้ว แต่ว่าติดตามดูเฉพาะในละแวกใกล้ ๆ บ้าน

          ระยะที่สอง เป็นช่วงเวลาแห่งการไขว่คว้า หาความรู้ใส่ตัว ชอบเพลงพื้นบ้านชนิดใด ก็ไปขอฝึกหัดเพลง ส่วนใหญ่ในช่วงนั้นจะฝึกหัดตามพ่อคุณ ฝึกตามน้าชาย และนักเพลงข้างบ้าน อาศัยครูพักลักจำ ร้องตาม นำเอามาร้องคนเดียว ร้องดัง ๆ ร้องบ่อย ๆ เข้าก็พอร้องเป็นร้องได้ และใช้ความสามารถแสดงออกบนเวทีโดยมีการแสดงหลาย ๆ อย่าง เช่น แสดงลิเก ละคร ร้องเพลง เชียร์รำวง เพลงอีแซว ทำขวัญนาค จนมีความกล้าที่จะนำเสนอผลงานกลอนด้นสด ๆ ได้

          ระยะที่สาม เป็นระยะแห่งการถ่ายเทความรู้หรือถ่ายทอดสู่เยาวชนเนื่องจากว่าผมมีอาชีพเป็นครู มีลูกศิษย์ที่รับผิดชอบหลายคน หลายกลุ่ม จนได้พบความจริงที่ว่า  เด็ก ๆ เขาก็มีความ สามารถที่จะฝึกหัดเพลงพื้นบ้านได้ และทำได้ดีอีกด้วย ผมจึงเดินทางเข้ามาสู่เวทีแห่งการแสดงรับสมัครนักเรียนที่มีความสนใจมาฝึกหัดเพลงพื้นบ้านและจัดตั้งคณะเพลงขึ้นรับใช้งานในสังคมทุกระดับ ทุกสถานที่มายาวนาน 

         

          คำว่านักแสดง คือผู้ที่ทำหน้าที่เล่นบทของตัวละครสมมติ แม้แต่การเล่นที่เป็นเรื่องที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง นักแสดงสามารถแสดงเลียนแบบบุคลิกลักษณะของคนจริงได้  คนเล่นเพลงก็เป็นนักแสดงประเภทหนึ่งที่จะต้องทำหน้าที่ตามบทบาทสมมุติ ตามเค้าโครงเรื่องที่ได้วางแผนเอาไว้เพียงแต่ว่า นักแสดงเพลงพื้นบ้าน มีบทร้องเข้ามาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกับการแสดงพื้นบ้าน ประเภทลิเก ที่ตัวแสดงจะออกมาร้องรำ เกริ่นหัวเรื่อง ก่อนที่จะมีการเจรจาเข้าสู่บทตอนที่เป็นเรื่องราว โดยนักแสดง คนเล่นรับบทบาทเป็นบุคคลต่าง ๆ  นักแสดง คือชื่อเรียกอาชีพของบุคคลที่แสดงหรือเล่นตามบทบาทในการแสดงสด นาฏ กรรม ละคร ภาพยนตร์ โทรทัศน์ นักแสดงมักเล่นบทของตัวละครสมมติ หรือเป็นเรื่องที่มีเค้าโครงมาจากความเป็นจริง นักแสดงนั้น ไม่จำกัดว่าจะเป็นบุคคลเพศใด มาจากอาชีพอะไร หรือ อายุเท่าไหร่ แต่ขอเพียงให้ มีความสามารถทางด้านการการแสดงออกทางหน้าตา อารมณ์และองค์ประกอบอื่น ๆ จึงเป็นนักแสดงได้ คำว่า นักแสดงและคำว่า ดารา มักจะเคยได้ยินคู่กันมาเสมอ นอกจากนี้นักแสดงยังแบ่งประเภทย่อย ๆ ได้อีก เช่น นักแสดงชาย นักแสดงหญิง นักแสดงประกอบ  นักแสดงตัวแทน         

           นักแสดงเพลงพื้นบ้าน หรือคนเล่นเพลง ซึ่งมีอยู่หลายชนิดในอดีตนั้น เขามีการฝึกหัดมาจากครูเพลงที่พวกเขารัก เคารพและศรัทธา ไปฝากตัวเป็นศิษย์ขอรับใช้ ทำงานในบ้านหรือทำงานตามคำสั่ง เพื่อแลกกับการฝึกหัดเพลง เป็นความรู้ติดตัวของเขา เพื่อที่จะนำเอาไปทำมาหากิน เป็นอาชีพเลี้ยงกายและครอบครัวต่อไป ความใกล้ชิดสนิทสนมของครูเพลงกับลูกศิษย์จึงมีมาก และมีมานานจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่น่ายกย่อง คนเล่นเพลงในอดีต จะฝึกหัดเพลงกับครูฝึกกันแบบตัวต่อตัว คำต่อคำ ครูทำให้ดูศิษย์ทำตาม ตอนไหนทำได้ไม่เป็นที่พอใจของครู ก็จะทำการแก้ไขจนเป็นที่พึงพอใจของครู ศิษย์คนใดที่ครูเพลงเชื่อใจได้ว่า เล่นเป็นแล้วก็ให้ไปฝึกหัดต่อที่บ้าน ได้เนื้อร้องที่ต่อให้ใหม่แล้วก็กลับมาร้องให้ครูเพลงฟัง ศิษย์คนใดเป็นที่รักของครูก็จะได้วิชาความรู้เอาไปมากกว่าคนอื่น (ครูเพลงเก่า ๆ เขามักจะหวงวิชากันมาก) ครูไม่ค่อยให้เพลงใครไปง่าย ๆ ทั้งนี้เพราะ สิ่งนั้นคือ เครื่องมือหากินของครูเช่นเดียวกัน

         

          ความยาก ลำบากทั้งหลายทั้งปวงนี้เอง จึงเป็นที่มาของความรักเคารพ ศรัทธาเลื่อมใสของลูกศิษย์ทีมีต่อผู้เป็นครูอย่างเหนียวแน่น จึงทำให้เกิดการแบ่งฝ่าย ระหว่างศิษย์ครูเดียวกันกับศิษย์ต่างครู แม้แต่ก่อนที่จะเล่นเพลง เขายังตั้งพานกำนลกันคนละพาน ครูใครครูมันแยกกันอย่างเด็ดขาด คนเล่นเพลงในยุคเก่า ๆ จะถอดแบบออกมาจากครูผู้ฝึกอย่างไรก็อย่างนั้น ทำให้เกิดเป็นเพลงเหนือ เพลงใต้ เพลงรุกเร้า เพลงหวาน เพลงโฉ่งฉ่าง เพลงตลกขำขัน เพลงทะลึ่งตึงตัง จนถึงเพลงหยาบคาย เป็นไปตามแนวของครูเพลง  แต่ในความเป็นจริงรูปแบบของการเล่นเพลงพื้นบ้าน อาจเกิดจากการปรับเปลี่ยนไปตามสถานที่ที่ไปแสดง หรือเล่นตามความนิยมของท้องถิ่นนั้น ๆ ก็อาจเป็นได้ และครูเพลงทุกคณะ ทุกวงจะเป็นคนเขียนเพลงด้วยตนเอง จึงทำให้แนวทางการเล่น หรือรูปแบบการเล่นเพลงเป็นเอกลักษณ์ส่งต่อมาถึงลูกศิษย์ในวงอีกด้วย 

                 นักแสดงเพลงพื้นบ้านหรือคนเล่นเพลงในยุคปัจจุบัน หรือในวันนี้ พ.ศ. 2550 มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปโดยที่ไม่อาจจะเรียกกลับคืนมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันนี้บ้านเราไม่มีครูเพลงที่มีวิถีชีวิตแบบนั้นอยู่ให้เราได้ศึกษาอีกแล้ว มีแต่เอกสารที่ไร้ชีวิต จิต วิญญาณ เรียนรู้ได้แบบ รับรู้ บอกได้ อธิบายได้ แต่คงไม่สามารถที่จะอ่าน หรือฝึกหัดจากตำราได้  เพราะเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวจนทำให้คนดูติดใจ ต้องติดตามไปหา จ้างวาน เอาไปดู มีเหลือเพียง 1-2 คน หรือบางสถานที่ไม่มีเสียแล้ว

          เหตุนี้เองจึงทำให้คนเล่นเพลงในวันนี้ ไม่สามารถถอดแบบ จากต้นฉบับออกมาได้อย่างต่อเนื่องเหมือนเมื่อ 25 -100 ปี ที่ผ่านมาได้  สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือ คนที่เล่นเพลงพื้นบ้านในวันนี้ ไม่ใช่คนรักเพลง หลงใหลในการแสดงจนต้องไปฝึกหัดจนทำได้เป็นอาชีพ แต่ที่เขาทำเพราะมีคนไปชักชวน มีคนขอร้องหรือบังคับให้ช่วยเล่นเพลง เมื่อเขาหมดภาระนี้แล้ว เงื่อนไขที่รับมาหมดเวลาแล้ว คนเล่นเพลงเหล่านั้น ก็กลายเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับคำว่า เพลงพื้นบ้านอีกเลย  ต่างจากนักเพลงในยุคก่อน ในสมัยเก่า ๆ เขาเล่นเพลงด้วยชีวิต เล่นด้วยจิตใจและวิญญาณ เมื่อเขาเลิกเล่นเพลง เขายังคงบอกเล่าเรื่องราวเก่า ๆ และให้ความรู้แก่คนรุ่นหลังได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เราเรียกบุคคลผู้ทรงคุณค่าแห่งความรู้นี้ว่า ปราชญ์ชาวบ้าน