สมรรถนะคนในสถานศึกษา

การจัดการความรู้ให้ประสบผลสำเร็จ จะต้องมีการให้คำปรึกษาหารือกันเพื่อลงมือปฏิบัติ หาที่ปรึกษาด้านการลงมือทำมาช่วยเหลือ  โดยให้เริ่มทำในกลุ่มเล็ก ๆ ไปก่อน  ใช้วิธีการง่าย ๆ ก่อน  แล้วจึงค่อย ๆ ขยายไปใช้วิธีการที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น  สิ่งสำคัญก็คือต้องให้เกิด การแลกเปลี่ยนเรียนรู้(Knowledge Sharing) ระหว่างกันของบุคคลในสถานศึกษา

                วิธีการใดก็ตามที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนางานของกลุ่มหรือของตน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์หรือความรู้ที่เกิดจากการทำงาน ถือเป็นการจัดการความรู้ทั้งสิ้น  ซึ่งมีวิธีการจัดการความรู้มากมายหลายวิธี   ควรใช้วิธีที่มีความง่ายในช่วงเริ่มต้น  แล้วค่อย ๆ ใช้วิธีการที่ยากหรือซับซ้อนขึ้นตามลำดับและความจำเป็น   ในที่นี้จะแนะนำวิธีการจัดการความรู้อย่างง่าย 2 วิธีการคือ1.       การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากวิธีการทำงานแบบ Best Practice                  วิธีทำงานที่เป็น best practice คือ วิธีทำงานที่เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติอันดีเยี่ยม  เป็นวิธีที่เกิดผลงานในลักษณะที่มีผลสัมฤทธิ์สูง มีประสิทธิภาพสูง หรือมีคุณภาพสูง                องค์กรขนาดใหญ่ต้องหา best practice ของการทำงานเรื่องต่าง ๆ นำมากำหนดเป็นมาตรฐานการทำงาน  จัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างทีมเจ้าของ best practice กับทีมงานอื่น ๆ   ให้ทีมงานอื่น ๆ สามารถปฏิบัติงานตามเป็นมาตรฐานแบบอย่างได้             และยิ่งกว่านั้น ต้องส่งเสริมให้มีการพัฒนา best practice ใหม่ขึ้นให้เป็นวิธีการที่ดีกว่าเดิม เป็นวงจรเรื่อยไปไม่สิ้นสุด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                ในองค์กรรวบรวม และนำวิธีการทำงาน และประสบการณ์ทำงานโดยวิธีการที่เป็น best practice  เขียนเป็นเอกสารขึ้นไว้บน intranet หรือ website ของสถานศึกษาให้ครูนักเรียนและบุคลากรใช้ password เข้ามาดูได้ตลอดเวลา จะช่วยอำนวยความสะดวกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากร</p>2.       การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนนักปฏิบัติ” (Community of Practice ; CoP)                ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice) อาจเป็นชุมชนที่มีความสนใจในปัญหาเดียวกัน เรื่องเดียวกัน  ชุดความรู้ชุดเดียวกัน  แต่อาจทำงานอยู่ในต่างหน้าที่กัน หรือเผชิญกับปัญหาคนละปัญหากัน                  วิธีการแลกเปลี่ยนของชุมชนนักปฏิบัติที่ธรรมดาที่สุดคือ  การนัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอ เช่น กำหนดประชุมทุกวันศุกร์ เวลา 12.00-13.00 .  เอาอาหารเที่ยงมารับประทานร่วมกัน หรือทานกาแฟร่วมกัน  และมีคนมาเล่าประสบการณ์ของคนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ทำให้เกิดประเด็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกัน  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">                หรือการใช้วิธีการทำ website  ขึ้นมา  แล้วเปิดโอกาสให้สมาชิกใน CoP ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ได้มาแลกเปลี่ยนประสบการซึ่งกันและกันผ่านทางกระทู้คำถามต่างๆ และก็มีผู้ที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์มาช่วยกันตอบคำถาม  และแชร์ความรู้ร่วมกัน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการที่จะทำให้คนในสถานศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ได้ เป็นบุคคลที่มีคุณภาพที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อการนำพาประเทศให้รอดพ้นจากปัญหาอุปสรรค ทั้งภายในและภายนอกประเทศ “รู้ทันเอาไว้แก้ รู้แน่เอาไว้กัน” </p>