งานติดตามการรักษาได้นำรูปแบบกลุ่มปัญญาสังคมมาใช้เป็นกิจกรรมในการดำเนินการติดตามการรักษา ได้พบปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้น ทั้งจากตัวผู้ป่วย ครอบครัว และผู้บำบัด จึงดำเนินการวิเคราะห์บทเรียน "กลุ่มปัญญาสังคม"เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการติดตามผู้ป่วย ระยะติดตามการรักษาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วย ครอบครัว และผู้บำบัด กิจกรรมกลุ่มปัญญาสังคม1. กลุ่มแรงใจ เป็นแนวทางในการทำกลุ่มที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อุปสรรคปัญหาในขณะที่พยายามเลิกเสพยา โดยผู้ดำเนินการกลุ่มจะมีส่วนในการกระตุ้นสมาชิกให้เกิดพลังในการค้นหา ปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้เกิดพลังในการเลิกยาของตนเอง และมีการประยุกต์หลักการต่างๆ ที่จะทำให้เลิดยาเสพติดได้สำเร็จจากการเก็บข้อมูลของงานติดตามการรักษาโดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 1,088 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มแรงใจ จำนวน 274 ราย 2. กลุ่มสมัครใจ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 795 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มแรงใจ จำนวน 102 ราย ข้อเสนอแนะ พบว่า พื้นฐานทางครอบครัว และความสามารถในการรับรู้ของผู้ป่วยแต่ละคนไม่เท่ากัน ประกอบกับการให้ความร่วมมือของครอบครัวมีน้อย ไม่ยอมรับในแรงใจที่ผู้ป่วยมี เนื่องจากญาติของผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อว่า ผู้ป่วยยังไม่เลิกเสพยาเสพติด ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยได้รับ Program แรงใจแล้ว เมื่อกลับไปบ้าน ผู้ป่วยขาดแรงสนับสนุน และกำลังใจที่เป็นแรงใจสำคัญกับผู้ป่วยจากครอบครัว
2. กลุ่มยึดเหนี่ยว เป็นการสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวและแรงบันดาลใจ และนำสิ่งยึดเหนี่ยว ความศรัทธาและแรงบันดาลใจเป็นพลัง ให้ตนเองเข้มแข็ง ลักษณะการดำเนินการกลุ่ม ใช้เทคนิคประสบการณ์ตรงในเรื่องของสิ่งที่ตนเองยึดเหนี่ยว ศรัทธา และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ทำให้เกิดการเรียนรู้ในการนำสิ่งที่เราเชื่อมั่น/ศรัทธา หรือแรบันดาลใจ มาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว จูงใจ ในการเลิกยาเสพติดต่างๆกันออกไปเช่น การเลิกสารเสพติดเพื่อเป็นของขวัญวันแม่จากการเก็บข้อมูลของงานติดตามการรักษาโดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 1,088 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มยึดเหนี่ยว จำนวน 387 ราย 2. กลุ่มสมัครใจ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 795 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 128 ราย
ข้อเสนอแนะสภาวะอารมณ์ของผู้ป่วยไม่คงที่ จากการสังเกตกลุ่ม พบว่าในระหว่างการทำกลุ่มผู้ป่วยจะเปลี่ยนสิ่งยึดเหนี่ยว โดยเฉลี่ย 1 คน ประมาณ 3 ครั้ง โดนเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยยาบ้า และพบว่า กลุ่มผู้ป่วยเดิมที่มาติดตามการรักษาจะเป็นกลุ่มที่เลยวัยรุ่นไปแล้ว
3. กลุ่มเด็ดเดี่ยว เป็นการให้สมาชิกในกลุ่มสามารถกำหนดเป้าหมายชีวิตของตนเอง ใช้เทคนิคการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ว่าการมีชีวิตอย่างมีคุณค่าต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นเป้าหมายเป็นแนวทางที่บอกว่า “เรากำลังทำอะไรอยู่ และทำไปเพื่ออะไร” ความมุ่งมั่นในเป้าหมายสุดท้ายเป็นสิ่งสำคัญและต้องคำนึงถึงจากการเก็บข้อมูลของงานติดตามการรักษาโดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 1,088 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเด็ดเดี่ยว จำนวน 109 ราย 2. กลุ่มสมัครใจ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 795 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเด็ดเดี่ยวจำนวน 86 ราย
ข้อเสนอแนะจากการทำกลุ่มพบว่า ผู้ป่วยยังไม่เข้าใจกับคำว่า “เป้าหมาย” ของตนเองอย่างแท้จริง กระบวนการกลุ่มกระตุ้นให้ผู้ป่วยตั้งเป้าหมายด้วยตนเอง ดังนั้นเป้าหมายของผู้ป่วยที่ตั้งไว้ขณะทำกลุ่มเป็นเป้าหมายระยะสั้น หรือ บางครั้งผู้ป่วยจะนำเป้าหมายของตนเองมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายของสมาชิก และเป็นเป้าหมายที่เกินความเป็นจริงดังนั้นผู้บำบัดจึงต้องอธิบายให้ผู้ป่วยทุกคนให้เข้าใจถึงเป้าหมายที่ชัดเจน และจะเกิดผลอย่างไรบ้าง สิ่งที่สำคัญสำหรับกิจกรรมกลุ่มเด็ดเดี่ยว ผู้บำบัดต้องแม่นในกิจกรรมและสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างดี
4. กลุ่มรู้ตน เป็นแนวทางให้สมาชิกประเมินตนเองได้ตามความเป็นจริง และกำหนดแนวทางในการปรับปรุงตนเอง เกี่ยวกับพฤติกรรม ทั้งในส่วนดี และข้อด้อยของตนเอง ต่อการ ดำเนินการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ หลังจากนั้นสมาชิกในกลุ่มต้องวิเคราะห์ จุดดี- จุดด้อย และสิ่งที่เป็นอุปสรรค ที่สนับสนุนให้ตนเอง ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้จากการเก็บข้อมูลของงานติดตามการรักษาโดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 1,088 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มรู้ตน จำนวน 58 ราย 2. กลุ่มสมัครใจ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 795 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มรู้ตน จำนวน 65 ราย
ข้อเสนอแนะ ผู้ป่วยหลายราย ไม่ยอมเปิดใจให้กว้างพอ ผู้ป่วยส่วนมากมักมองไม่เห็นจุดด้อยของตนเอง แต่จะพูดถึงในสิ่งที่ดีของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มองไม่เห็นปัญหาอุปสรรคในชีวิตของตนเอง ดังนั้นผู้บำบัดต้องพยายามค้นหาความรู้สึกและความต้องการภายในที่แท้จริงของผู้ป่วยให้ได้ จึงจะเกิดการพัฒนาและประสบผลสำเร็จในการทำกลุ่ม งานติดตามการรักษา ได้ทดลองนำกลุ่มรู้ตนมาประยุกต์ใช้แบบ Individual case และจากข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วย จำนวน 5 รายที่ทำแบบกลุ่ม และ จำนวน 5 รายที่ทำแบบIndividual case พบว่าระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยในกลุ่มIndividual case คิดเป็นร้อยละ 83.50
ข้อสังเกต กลุ่มรู้ตน ค่อนข้างใช้เวลานาน ถ้าผู้บำบัดไม่มีประสบการณ์ หรือแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าในการช่วยควบคุมกลุ่มไม่ได้ จะส่งผลให้กลุ่มประสบความล้มเหลวเนื่องจากสมาชิกอื่นๆ เกิดความเบื่อหน่าย รำคาญ งานติดตามการรักษา ได้ทดลองนำกลุ่มรู้ตนมาประยุกต์ใช้แบบ Individual case และจากข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ป่วย จำนวน 5 รายที่ทำแบบกลุ่ม และ จำนวน 5 รายที่ทำแบบIndividual case พบว่าระดับความพึงพอใจของผู้ป่วยในกลุ่ม Individual case คิดเป็นร้อยละ 83.50
5.กลุ่มภาคภูมิ เป็นกลุ่มที่ทำให้สมาชิกเกิดความภาคภูมิใจในตนเองและสร้างพลังใจให้กับตนเองได้ โดยกำหนดและเลือกแนวทางในการดำเนินชีวิตแต่ละคนที่มีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน ซึ่งประสบความสำเร็จ ล้มเหลว ความสมหวัง ความผิดหวัง ความสุข และความทุกข์ ที่เกิดขึ้นเป็นของ คู่กัน เราต้องรู้จักเลือกสิ่งดีๆ ที่เป็นความสุข เพื่อเป็นแรงใจ ให้กับตนเอง ในกรต่อสู้อุปสรรคและดำเนินชีวิตได้ และยังมีโอกาสช่วยเหลือตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเป็นรากฐานของความสุขอย่างแท้จริง จากการเก็บข้อมูลของงานติดตามการรักษาโดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 1,088 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มภาคภูมิ จำนวน 143 ราย 2. กลุ่มสมัครใจ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 795 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมภาคภูมิ จำนวน48 ราย
ข้อเสนอแนะ กลุ่มผู้ป่วยที่ผ่านเกณฑ์การบำบัด ส่วนใหญ่จะผ่านการทำกลุ่มมาหลายครั้ง และรู้แนวทางในการแสดงความคิดเห็นเพื่อให้กลุ่มดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ดังนั้นผู้นำกลุ่มต้องมีศักยภาพ และรอบรู้ในกระบวนการทางความคิดของสมาชิก และพยายามดึงเข้าสู่ความเป็นจริงตามธรรมชาติ สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ผ่านเกณฑ์การบำบัด ส่วนใหญ่ จะไม่แสดงความคิดเห็นในกิจกรรมนี้มากนัก เนื่องจากยังไม่เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง เพราะจดจำในความล้มเหลว ความผิดหวังในชีวิตจนมองไม่เห็นความสำเร็จในตนเอง ทำให้ไม่เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ผู้นำกลุ่มต้องให้กำลังใจกับผู้ป่วยกลุ่มนี้ว่า “ทุกคนมีคุณค่า เพียงแค่คุณมาหาเราในวันนี้ คุณก็มีคุณค่าสำหรับคัวคุณ และคุณค่าสำหรับคนที่รักคุณที่ยังรอคุณอยู่ และพร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือคุณอยู่ตลอดเวลา”
6. กลุ่มตั้งมั่น เป็นแนวทางที่ทำให้สามารถเรียนรู้กระบวนการควบคุมกำกับตนเอง และวางแผนกำกับพฤติกรรมตนเอง ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เน้นการมีส่วนร่วม หยุดคิดถึงสิ่งวุ่นวายใจและทบทวนว่า เป้าหมายในการดำเนินชีวิตของเราคืออะไร และให้เลือกเป้าหมายที่สำคัญที่สุดเพียงเป้าหมายเดียว ว่าเราจะเริ่มจากอะไร และ ทำอะไรต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น จากการเก็บข้อมูลของงานติดตามการรักษาโดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 1,088 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มตั้งมั่น จำนวน 52 ราย 4. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 795 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมตั้งมั่นจำนวน 0 ราย กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมิน ส่วนใหญ่สามารถดำเนินชีวิตไปตามเป้าหมายที่วางไว้อยู่ในระดับค่อนข้างดี กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมิน สมาชิกใน กลุ่มจะไม่มาร่วมกิจกรรมกลุ่ม ตั้งมั่น จากการโทรศัพท์ติดตามให้สมาชิกมาเข้ากลุ่มเพื่อร่วมกิจกรรม จำนวน 50 ราย
สามารถติดต่อได้ 42 ราย (ร้อยละ 84)
กลับไปเสพซ้ำ 27 ราย (ร้อยละ54)
กลับมาเข้ารับการบำบัดใหม่ 8 ราย (ร้อยละ 16)
เข้ารับการบำบัดรักษา 7 ราย (ร้อยละ 14)
ไม่สามารถติดต่อได้ 8 ราย (ร้อยละ 16)
จากการติดตามประเมินผล กลุ่มตั้งมั่น พบว่า กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมิน เห็นความสำคัญของกิจกรรมกลุ่มตั้งมั่น ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ และผ่านโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทำให้เกิดการเรียนรู้กระบวนการแต่ละโปรแกรม ว่า กิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับ ทำให้ผู้ป่วยสามารถต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคปัญหาต่างๆ ได้ สำหรับกลุ่มสมัครใจไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน งานติดตามการรักษาได้ติดตามเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในรูปแบบผู้ป่วยใน และ รูปแบบ Matrix program ในกรณีที่ผู้ป่วยบางส่วนไม่พร้อมที่จะบำบัดใน 2 รูปแบบ งานติดตามการรักษาได้นำผู้ป่วยกลุ่มนี้มาบำบัดในระบบผู้ป่วยนอกรูปแบบ Shop model จำนวน 76 ราย คิดเป็น ร้อยละ 24.05
ข้อสังเกต กลุ่ม ตั้งมั่น จะสามารถใช้ได้ประสบผลสำเร็จ ในกลุ่มผู้ป่วยที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
7. เข้มแข็ง เป็นแนวทางช่วยให้สมาชิกสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับตนเองและกลุ่ม ตลอดจนมีแนวทางในการสร้างเครือข่ายในชุมชนเพื่อการมีส่วนร่วม ที่เกิดประโยชน์สำหรับผู้ติดยาเสพติดคนอื่นๆต่อไป โดยเริ่มจากตัวเราที่มีวิธีปฏิบัติตนเองเป็นแบบอย่างในด้านต่างๆ และประสบความสำเร็จในชีวิตได้ เพราะผ่านการเข้ากลุ่มปัญญาสังคม จนครบเกณฑ์การติดตามการรักษา โดยนำเอาความฉลาดทางอารมณ์ที่มีภายในตัวบุคคลและระหว่างบุคคลเป็นแรงผลักดันให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมาย จากการเก็บข้อมูลของงานติดตามการรักษาโดยแบ่งผู้ป่วยออกเป็น2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 1,088 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเข้มแข็งจำนวน 65 ราย2. กลุ่มสมัครใจ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวนผู้ป่วย 795 ราย ได้เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มเข้มแข็งจำนวน 0ราย
ข้อเสนอแนะ จะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยกลุ่มสมัครใจผ่านเกณฑ์การประเมิน สามารถมาเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มปัญญาสังคมได้ครบ 7 ครั้ง แต่กลุ่มสมัครใจ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจะมาร่วมกิจกรรมได้ไม่ครบตามโปรแกรมกลุ่มปัญญาสังคม จากการวิเคราะห์บทเรียน “กลุ่มปัญญาสังคม” ในงานติดตามการรักษา สถาบันธัญญารักษ์ มีข้อสังเกต อย่างเด่นชัดประการหนึ่งว่า... “ ครอบครัว” เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ ในการช่วยประคับประคองผู้ป่วยให้สามารถเลิกใช้สารเสพติดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าผู้ป่วยบางรายจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากคนในชุมชน ในช่วงระยะแรกของการเลิกใช้ยาเสพติด แต่หากมีกำลังใจที่ดีจากครอบครัวในการช่วยฟันฝ่ากับอุปสรรคปัญหา ร่วมกับการมารับโปรแกรมการบำบัดรักษาอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญในการช่วย “คืนคนดีสู่สังคม” อีกหนทางหนึ่ง...
อยากดูระบบการติดตามผลการรักษา
เกณฑ์การประเมินตาม KPI กรม