ผลของโลกาภิวัฒน์
ผลทางการเมือง+กฏหมาย
ส่งผลให้ค่านิยมทางการเมือง ทุกประเทศในโลกต้องเป็นแนวประชาธิปไตยแบบตะวันตก ซึ่งประเทศต่างๆ หากจะต้องมีรูปแบบการเมืองการปกครองในแบบเดียวกัน มิฉะนั้นก็จะถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือใช้กำลังทหารเข้าไปปลดปล่อยให้เป็นประชาธิปไตย โดยไม่สนใจต่อความพร้อมหรือวิถีชีวิตของคนในประเทศเหล่านั้น ซึ่งการเมืองในระบบประชาธิปไตย เมื่อถูกผ่านการครอบงำผ่านทางข้อมูลข่าวสารจากโลกตะวันตก ก็จะทำให้ประชาชนมีค่านิยมที่จะเลือกผู้นำที่มีแนวความคิดแบบการค้าเสรีหรือเป็นนายทุนเศรษฐกิจแบบตะวันตกไปเป็นรัฐบาล ซึ่งก็จะมีการแก้ไขกฎเกณฑ์ กฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทข้ามชาติสามารถเข้าไปแข่งขันกับธุรกิจท้องถิ่น ซึ่งมีความอ่อนแอกว่า ซึ่งจะมีผลต่อจะต้องมีการพึ่งพาโลกตะวันตก
ผลทางเศรษฐกิจ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"> ส่งผลให้ค่านิยมทางเศรษฐกิจ โลกจะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ มีการแบ่งงานกันทำ (Division of Labour) โดยถือหลักการว่าที่ไหนถูกก็ผลิตหรือซื้อที่นั่น โดยต่างฝ่ายจะใช้มาตรการทางภาษีให้มีน้อยที่สุด โดยโลกตะวันตกก็จะมีการปกป้องธุรกิจที่ไม่สามารถแข่งขันกันได้ในรูปแบบของการกีดกันทางการค้า ในแบบที่เรียกว่า NTB (Non Tariff Barrier) การค้าของโลกจะตกอยู่ภายใต้กติกา WTO (World Trade Organization) ที่โลกตะวันตกไม่กี่ประเทศเป็นผู้บงการ และข้อตกลงในลักษณะที่เป็นทวิภาคี ได้แก่ ที่มาในรูปแบบของ FTA ซึ่งหาก WTO ไม่สามารถเอื้อประโยชน์ก็จะมีการทำข้อตกลงความร่วมมือในระดับภูมิภาค เช่น ASEAN , NAFTA , APEC เป็นต้น ต้องเข้าใจว่าการค้าเสรีของ Globalization นั้นเป็นความเสรีบนความไม่เท่าเทียมกัน จึงไม่ใช่ความยุติธรรมทางการค้า</p>
ผลทางการแข่งขัน
ส่งผลให้มีการพัฒนาไปสู่เป็นภัยคุกคาม (Threats) ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการที่ได้ ก็จะสร้างความพินาศให้กับองค์กร ภายใต้อิทธิพลของ Globalization ซึ่งออกมาในรูปแบบข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น FTA ของประเทศไทยกับประเทศจีน และในอนาคตก็อาจจะเป็นออสเตรีย , สหรัฐอเมริกา และอินเดีย รวมทั้งการลดพิกัดอัตราภาษีของ AFTA ซึ่งจะมีผลทำให้เรื่องของภาษีไม่เป็นอุปสรรคต่อการค้ากลายเป็น “ไม่มีพรมแดนทางการค้า” ตลาดในปัจจุบันจะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับศักยภาพในการแข่งขัน การบริหารจัดการเชิงระบบ (SYSTEM MANAGEMENT) และทรัพยากรมนุษย์ (HUMAN RESOURCES) ที่จะต้องทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ พัฒนาองค์กร เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ ดังนั้น การสร้าง คุณค่าแก่ลูกค้า (CUSTOMER VALUE) และการสร้าง คุณค่าเพิ่ม (VALUE ADDED) บนตัวสินค้าและบริการก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ผู้บริโภคจะได้รับรู้ข้อมูลและนำเอาไปประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
ผลทางสังคมและวัฒนธรรม
ส่งผลให้เกิดการครอบงำทางสังคมวัฒนธรรม โดยผ่านทางข้อมูลข่าวสาร ทำให้การค้าของโลกจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสิทธิมนุษยชน (Human Right) การบริโภคนิยม (Consumerism) การนิยมวัตถุ (Materialism) รวมถึงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Environment) ซึ่งจะอนุรักษ์เฉพาะในสิ่งที่ประเทศด้อยพัฒนาไม่พร้อม แต่โลกตะวันตกพร้อม
ผลต่อสภาพภูมิศาสตร์
กระแสโลกาภิวัฒน์ทำให้โลกของเรา ซึ่งแต่เดิมมีสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นสัณฐานกลม กลายเป็นโลกที่แคบลงโดยมีความสะดวกในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร การค้าขาย และการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน ไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดของโลกก็ตาม
ผลทางเทคโนโลยี
กระแสโลกาภิวัฒน์ ส่งผลทางเทคโนโลยี เช่น จากหนังสือ เรื่อง THE WORLD IS FLAT ที่แต่งโดย Thomas L. Friedman พบว่ากระแสโลกาภิวัฒน์ส่งผลทางด้านเทคโนโลยี ดังนี้1) 11/9/89 The wall came down and Windows came up. วันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 (11/9) กําแพงเบอร์ลินถูกทําลาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ของการเริ่มโลกไร้พรมแดน และหลังจากนั้นอีก 5 เดือน โปรแกรมWindows 3.0 เริ่มวางตลาด2) (2) 8/9/95 People to people connectivity วันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1995 บริษัท Netscape เข้าเป็นบริษัทมหาชน ซึ่งทําให้เกิดสิ่งสําคัญ 3 เรื่องคือ 1) มี browser ที่ทําให้การใช้ Internet เกิดเป็นที่นิยมทั่วโลก 2) ทําให้มีมาตรฐานที่การติดต่อสื่ อสารและเชื่อมโยงกันระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ระบบต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ 3) เกิดกระแส Dot-Com boom จนเกิดการลงทุนในการวางสาย Fiber Optic มูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งทําให้เกิด การสื่อสารได้ทั่วโลกโดยต้นทุนการส่งเอกสาร เพลง หรือข้อมูลลดลงอย่างมหาศาล
(3) Work Flow Software (Application to application connectivity) การที่มีมาตรฐานและการเชื่อมโยงให้เกิดการสื่อสารกันได้ระหว่างผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ต่างกันและโปรแกรมต่างกันได้ ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทํางาน (work flow) อย่างมาก การแบ่งปันความรู้และการร่วมงานกันเกิดขึ้นระหว่างคนที่อยู่ต่าง สถานที่ ต่างเวลา อย่างไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
(4) Open-sourcing เช่นการเปิดให้ใช้โปรแกรม Linux ฟรีแก่คนทั่วไป ทําให้เกิดรูปแบบใหม่ของการสร้างสรรค์(new industrial model of creation) และการร่วมทํางานกัน
(5) Outsourcing เป็นรูปแบบใหม่ของการร่วมกันในกระบวนการทํางาน โดยกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท สามารถ แยกออกไปทํานอกบริษัทในที่อื่นได้
(6) Offshoring การที่จีนเข้าร่วม WTO กระตุ้นการย้ายฐานการผลิตหรือแยกกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทไป ต่างประเทศ (offshoring) ที่มีต้นทุนถูกกว่ามากขึ้น
(7) Supply Chaining การบริหารห่วงโซ่อุปทานในปัจจุบันทําได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก บริษัท Wal-Mart ซื้อของจากประเทศจีนเป็นมูลค่าอันดับที่ 8 เมื่อเทียบกับประเทศคู่ ค้าของจีน (มากกว่าการส่งออกของจีนไป คานาดา หรือ ออสเตรเลีย)
(8) Insourcing คือการที่บริษัทเข้าไปทํางานต่าง ๆ ในบริษัทอื่น เช่น UPS ซึ่งขณะนี้รับทํางาน logistics ให้กับหลายบริษัท การดูแลและให้บริการแก่ลูกค้าซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Toshiba หรือการให้บริการลูกค้า สั่งซื้อรองเท้าทาง nike.com นั้นจะดําเนินการโดย UPS ตั้งแต่การตอบโทรศัพท์ ซ่อมของ ห่อของ ส่งของ จนถึงการเก็บเงิน
(9) In-forming เราสามารถหาข้อมูลให้ตัวเองได้อย่างง่ายดายจาก Internet และ search engine เช่น Google
(10) The Steroids Wireless and Voice over the Internet เป็นเครื่องมือที่เหมือนยาชูกําลังที่จะทําให้การร่วมงาน ในรูปแบบต่างๆ ทําได้โดยมีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากเราจะสามารถเชื่อมต่อกับใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ ด้วย เครื่องมือที่หลากหลาย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 72.0pt" class="MsoNormal"> ซึ่งผลจากเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัฒน์ ทำให้ มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การค้าขาย การบริหารจัดการ การพัฒนาประเทศ </p>
เป็นต้น
สรุป โลกาภิวัฒน์ หมายถึงการแพร่กระจายไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง กฏหมาย การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการแข่งขัน ลดสภาพภูมิศาสตร์ที่กว้างใหญ่ให้แคบลง โดยนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการสื่อสาร และประโยชน์ด้านอื่นๆ ซึ่งสามารถมีผลต่อสังคมและวัฒนธรรมต่างๆในโลก
</span></span></span></span></span>
ขอบคุณมากค่ะ
เป็นประโยชน์มากเลย ^^
ดีที่สุด++++
ดีมากค่ะ
เ๋จ๋งมากเลยค่ะ