วิถีของชาวพุทธ
ผมสนทนากับลูกเรื่องการไปทำบุญที่วัดป่าแห่งหนึ่ง ลูกสาวถามว่า ทำไมพระจึงนำอาหารทุกอย่างเทลงในบาตรทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวานหรือผลไม้ แล้วก็ฉันในบาตรของตนทุกรูป ทำไมพระไม่ฉันเป็นสำหรับเหมือนพระทั่วไป แล้วทำไมพระจึงไม่รับเงิน( ซองปัจจัย ) แล้วถ้าหนูไม่อยากนับถือศาสนาพุทธหนูไปนับถือศาสนาอื่นได้ไหม ? นับถือศาสนาพุทธแล้วไม่ต้องไปวัด ไม่ต้องทำบุญได้ไหม? เลยอธิบายให้ฟังคร่าวๆว่า พระวัดป่าที่กล่าวมานี้เป็นพระเคร่งเวลาฉันอาหารจะไม่จำเพาะเจาะจงเลือก เขามีอะไรถวายก็เทรวมฉันในบาตร และจะไม่จับหรือแตะต้องเงิน เขาจะมีลูกศิษย์ตามไปรับเงินแทนพระได้ ทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดีถ้าไม่อยากนับถือศาสนาพุทธก็เลือกว่าจะนับถือศาสนาใดก็ได้ตามแต่ศรัทธา นับถือศาสนาพุทธแล้วไม่ทำบุญ ไม่ไปวัด ไม่มีกิจวัตรต่างๆ เช่นสวดมนต์ ใส่บาตร ทำบุญ ทำทาน ก็เหมือนกับเป็นคนนอกรีตนอกศาสนาเพราะเมื่อเรานับถือศาสนาพุทธแล้ว เราต้องปฎิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดีผมเชื่อว่ายังมีคนที่นับถือศาสนาพุทธอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับศาสนพิธี ว่ามีประโยชน์อย่างไร จึงอยากเล่าประโยชน์ของการประกอบศาสนพิธีว่า
ประโยชน์ของการประกอบศาสนพิธีคือ
1. ประโยชน์ทางใจช่วยให้เกิดคุณธรรมในตัวผู้ปฏิบัติได้แก่ ความมีสติ ความสามัคคีความเป็นระเบียบงดงาม ความเบิกบานใจ ความฉลาด 2. เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของชาติที่ไม่มีชาติใดเหมือน 3. มีส่วนช่วยธำรงพระพุทธศาสนา ทำให้ผู้ปฏิบัติซาบซึ้ง เกิดศรัทธา
ประเภทของศาสนพิธีมี 4 หมวด คือ
1.กุศลพิธี คือพิธีบำเพ็ญกุศลต่างๆ ที่แสดงตนเป็นพุทธมามกะ พิธีเวียนเทียน ฯลฯ
2. บุญพิธี คือพิธีทำบุญเลี้ยงพระในโอกาสต่างๆ เช่น แต่งงาน
3.ทานพิธี คือพิธีถวายทานวัตถุ 10 อย่าง แก่พระภิกษุ
4. ปกิณกะ คือพิธีเบ็ดเตล็ด การแสดงความเคารพ การประเคนของ การกรวดน้ำ ฯ
ที่ผมกล่าวมาเบื้องต้นถือว่าเป็นหลักใหญ่ๆที่เราควรรู้ และที่หลายคนไม่แน่ใจคือเรื่องอาหารที่จัดถวายพระ การประเคนของพระผมอยากจะเล่าพอคร่าวๆเป็นแนวปฏิบัติ เพราะหลายคนไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้พระกลัวทำอะไรผิดพลาด
อาหารที่จัดถวายพระมีดังนี้
1. เนื้อ 10 อย่างต้องห้ามสำหรับพระคือ เนื้อมนุษย์ ช้าง ม้า สุนัข งู ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง เสือดาว หมี ส่วนเนื้อที่มีขายตามท้องตลาดฉันได้
2. ห้ามของดิบที่ยังไม่ได้ทำสุกด้วยไฟ เช่น ปลาดิบ เดี๋ยวเกิดอยากเลี้ยงอาหารญี่ปุ่นพระ สั่งซาซิมิไปเลี้ยงไม่ได้นะครับ
3. ห้ามเนื้อสัตว์ที่ฆ่าเฉพาะเจาะจง (อุทิศสะมังสะ) ถวายพระ เหมือนในนิทานลูกไก่ 7 ตัวที่ตายายฆ่าแม่ไก่ทำอาหารถวายพระถ้าพระได้ยินเสียงไก่ร้อง พระฉันกับข้าวมื้อนั้นไม่ได้นะครับ
4. ผลไม้ที่มีเมล็ดอาจนำไปเพาะขึ้นได้ เช่น มะม่วงให้ปอกและแกะเมล็ดออก แก้วมังกรก็ไม่ได้นะครับ
5. ห้ามอาหารที่มีสุราผสม จนมีกลิ่น สี รส ของสุรา
ต่อไปเป็นเรื่อง การประเคน คือ การยกสิ่งของอันสมควรแก่ สมณบริโภค ไม่ผิดพุทธบัญญัติ ด้วยการน้อมถวายให้พระสงฆ์ผู้รับประเคนนั้นด้วยความเคารพ มีหลักดังนี้
1. ของที่ประเคนนั้นต้องไม่ใหญ่โตหรือหนักเกินไป เพราะต้องยกของนั้นขึ้นจากพื้น
2. ผู้ประเคนต้องอยู่ห่างพระ 1 ศอก
3. ผู้ประเคนน้อมสิ่งที่จะประเคนนั้นด้วยมือ หรือเกี่ยวเนื่องด้วยกายก็ได้ เช่น ใช้ทัพพีตักถวาย
4. ผู้ประเคนน้อมสิ่งที่จะประเคนนั้นเข้ามาด้วยอาการเคารพนอบน้อม
5. ผู้ชายให้ประเคนด้วยมือ แต่ผู้หญิงให้ใช้ผ้าทอดรับใช้บาตรหรือจานรับได้
หมายเหตุ
1.ประเคนเฉพาะของฉัน ของใช้บางอย่าง เช่น กระโถน จานช้อน ไม่ต้องประเคน วางมอบไว้เท่านั้น
2. ภัตตาหารทุกชนิดที่ประเคนแล้วจับต้องอีกไม่ได้ ถ้าเผลอจับต้องประเคนใหม่
3.เมื่อประเคนแล้วให้กราบพระ 3 ครั้ง ถ้ายืนประเคนให้ยกมือไหว้
คงจะว่าไว้เท่านี้ก่อน ใครที่ไม่ค่อยได้เข้าวัดเข้าวาก็หาโอกาสไปบ้างอย่ารอว่าจะคอยทำบุญตอนแต่งงาน ตอนขึ้นบ้านใหม่ หรือรอทำบุญตอนสิ้นชีวิตของพ่อแม่เท่านั้น เพราะบุญใครทำใครได้ จะรอหวังให้คนอื่นทำให้ก็คงต้องรอตอนตายไปให้คนเป็นอุทิศบุญกุศลไปให้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ก็ไม่รู้ สู้ทำตอนยังมีชีวิตอยู่เราก็รู้สึกเบิกบานเป็นสุขใจแล้วนะครับ พระเดินบิณฑบาตหน้าบ้านก็ใส่ได้บุญมากกว่าไปใส่ที่วัดเวลามีเทศกาลบุญใหญ่ๆเสียอีกนะครับ