ความรู้ที่ได้รับคือ การทำความเข้าใจว่าผู้ป่วยท่านนี้มีอาการเจ็บบนปุ่มกระดูกนิ้วโป้ง ข้างอ่อนแรง ขณะที่นักกิจกรรมบำบัดสอนจัดท่าลดเกร็งนั้น มีสาเหตุอย่างไร
ลองอ่านดูคำถามที่นักกิจกรรมบำบัดแต่ละท่านซักถามผู้ป่วยดูนะครับ
๑. คุณป้าจำได้ไหมว่า ไม่ควรปล่อยแขนข้างที่อ่อนแรงให้แกว่งมากเกินไปขณะเดิน แต่ควรมีการใส่ที่ห้อยแขน และควรจัดท่าเหยียดลดเกร็งบ่อยครั้ง
๒. คุณป้าทำท่าเหยียดลดเกร็งน้อยไปใช่หรือไม่
๓. คุณป้าต้องก้มและใช้แขนข้างมีแรงหิ้วถุงจ่ายตลาดจนส่งผลให้แขนข้างอ่อนแรงอยู่ในท่าที่เกร็ง ใช่หรือไม่
จากคำถามของนักกิจกรรมบำบัดทั้งสามท่าน ทำให้ผู้ป่วยหรือคุณป้าท่านนี้พยายามลองจัดท่าเหยียดลดเกร็งของแขนข้างอ่อนแรง แต่ก็ต้องให้นักกิจกรรมบำบัดจัดท่าให้ คุณป้าตอบคำถามว่า ไม่ค่อยได้ทำเพราะลูกสาวไม่จัดท่าให้ ตัวเองก็ทำได้ไม่ถนัดและเจ็บแขน ไม่ชอบพยุงแขนตอนจ่ายตลาด เลยปล่อยแขนห้อยจนแกว่งมากและเกร็งขึ้นเวลาเดิน
ขณะนั่งสังเกตการณ์อยู่ ไม่มีนักกิจกรรมบำบัดท่านใดสังเกตเห็นว่า เวลาที่คุณป้าเหยียดแขนก็มีการขย่มไหล่ลงน้ำหนักสู่แขนข้างอ่อนแรงอยู่ ดูเหมือนจะช่วยให้มีการกระตุ้นการลงน้ำหนัก แต่ผมก็มองตามประสบการณ์ทางคลินิกว่า การขย่มไหล่ทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี คือ เพิ่มอาการเจ็บปุ่มกระดูกหากมีข้อไหล่หลวม และข้อไหลหลวมจะต้องทำงานผิดลักษณะเพราะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขน ที่อาจจะเกร็งบ้างเล็กน้อย
ดังนั้นผมจึงถามคุณป้าว่า มีอาการเจ็บแขนตอนขย่มไหลใช่หรือไหม คุณป้าตอบว่า ใช่ จากนั้นผมจึงตรวจข้อไหล่พบว่า ข้อไหล่หลวมและมีกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่หย่อน ซึ่งทำให้เกิดอาการเจ็บข้อไหล่และปุ่มกระดูกนิ้วโป้ง เวลาอยู่ในท่าเหยียดลดเกร็ง (อาการเกร็งของผู้ป่วยไม่ใช่ปัญหาสำคัญเพราะมีความตึงตัวของกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง มีอาการเกร็งเล็กน้อย)
จากนั้นผมจึงขอระดมสมองร่วมกับน้องๆนักกิจกรรมบำบัดและคุณป้าในสองเรื่องใหญ่ๆ คือ
๑. เรื่องการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ในท่าคงที่ของข้อไหล่ พร้อมๆ กับการงอศอกและลดสะบักลง เพื่อกระชับกล้ามเนื้อรอบๆไหล่ที่หลวมและเจ็บ
๒. แนะนำการใช้ข้อศอกหิ้วถุงจ่ายตลาด มีการแบ่งน้ำหนักบนแขนทั้งสองข้าง เพื่อมิให้ปล่อยแขนข้างอ่อนแรงจนเพิ่มระยะของข้อไหล่หลวม และอาจใช้แขนข้างมีแรงลากล้อเข็นที่มีถุงจ่ายตลาดทางด้านหลัง ซึ่งน่าจะมีการนัดฝึกจ่ายตลาดแบบสมมติ ณ คลินิกกิจกรรมบำบัด ในครั้งต่อไป
ในวันนี้ เราได้นัดคุณป้ามาทำการฝึกทางกิจกรรมบำบัดเหมือนเช่นเคย และหลังจากที่ได้ฝึกตามโปรแกรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็ได้จัดให้มีตลาดจำลองขึ้นมา ซึ่งคุณป้าน่ารักมากค่ะ เพราะเตรียมกระเป๋า(คล้ายๆตะกร้าหวายพลาสติก 1 ใบ และกระเป๋าหิ้วทั่วไปอีก 1 ใบ)ที่ใช้ในการไปจ่ายตลาดเป็นประจำทุกวันมาฝึกในครั้งนี้ด้วย เริ่มต้นจากการหยิบลูกกอล์ฟใส่ตะกร้า (สมมติให้เป็นมะนาว) และอื่นๆ อีกเช่น กรวย ฟองน้ำเล็กๆ บล็อกไม้ เป็นต้น
ในขณะที่ทำกิจกรรม(กระเป๋า 2 ใบ หิ้วข้างละ 1 ใบ) คุณป้าก็มักจะมีคำถามและบอกปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จึงต้องคอยสังเกตและให้คำแนะนำต่อคุณป้าไปด้วย โดยสรุปเป็นประเด็นหลักๆได้ดังนี้
เมื่อคุณป้าได้รับคำแนะนำและช่วยกันปรับท่าทางแล้ว คุณป้าก็บอกว่าเข้าใจมากขึ้น และรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ
ขอบคุณนักกิจกรรมบำบัด ม. มหิดล
ที่ช่วยเหลือเป็น "เพื่อนคู่คิดของคุณป้าท่านนี้"
จะเห็นว่า กิจกรรมการซื้อของที่ตลาด จะไม่ยากสำหรับผู้ป่วยอัมพาต หากนักกิจกรรมบำบัดมีการวิเคราะห์และสังเคราะห์กิจกรรมและปรับสิ่งแวดล้อมให้ผู้ป่วยจัดการหาวิธีการจ่ายตลาดได้ด้วยตนเอง
เป็นความพยายามที่ดีครับน้องนักกิจกรรมบำบัด ม. มหิดล