ขอให้มีจิตใจที่เสียสละกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง นำกิจกรรมมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์และจิตสำนึกที่ดีให้คนในประชาคมและสังคมย่อมนำความสงบสุขและสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลกได้เสมอ

การใช้กีฬารักบี้ฟุตบอลเพื่อพัฒนาเยาวชน

อิศรา ประชาไท 

          ผมมีความผูกพันกับกีฬารักบี้ฟุตบอลตั้งแต่การเข้าไปเป็นนักเรียนประจำที่ โรงเรียน ภ.ป.ร.ราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 จนจบการศึกษาที่นั้นแล้วศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ผมก็ยังเล่นรักบี้อยู่จนมาเลิกเล่นเมื่อได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นรักบี้ฟุตบอลนี้แหละจนกระดูกไหปลาร้าหัก แต่ก็ไม่เคยจะห่างจากกีฬาประเภทนี้เลย แม้จะทำกิจกรรมหลายอย่างในมหาวิทยาลัยตั้งแต่การเป็นคณะกรรมการองค์การนิสิต ชมรมอีสาน ชมรมวรรณศิลป์ ชมรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ แต่ก็ไม่เคยที่ห่างจากกีฬารักบี้ฟุตบอลเลย จนมารับราชการเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดศรีสะเกษและวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งทำหน้าที่สอนวิชาพื้นฐานในสาขาที่ตนเองเรียนมาคือภาษาและวรรณคดีไทย แต่ก็ไม่วายที่จะไปเป็นโค้ชกีฬารักบี้ฟุตบอลและก็สนุกกับการสั่งสอนเด็กเพื่อให้เล่นเป็น เข้าใจในพื้นฐานและปรัชญาของกีฬาประเภทนี้ ที่ต้องการฝึกให้ผู้เล่นเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและสติปัญญา เตรียมการทำงานร่วมกันทำงานเป็นทีม การแก้ปัญญาเฉพาะหน้า การตัดสินใจ และเหนืออื่นใดทั้งสิ้นที่กีฬานี้ให้อย่างเต็มที่ คือ การมีน้ำใจนักกีฬาหรือ สปิริตที่แท้จริง และความเป็นเพื่อนกัน การไม่ทำร้ายการหักห้ามใจ การไม่เอาเปรียบคู่แข่งขัน เป็นสิ่งที่ปรัชญาของกีฬาดังกล่าวให้ไว้เสมอ ผมจึงมีความรู้สึกที่ดีงามกับกีฬารักบี้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้วและก็ยังผูกพันจนถึงปัจจุบัน

ทีมรักบี้เยาวชนจังหวัดร้อยเอ็ด กับการพัฒนากีฬารักบี้ในส่วนภูมิภาค

      ผมมาเป็นอาสาสมัครสอนกีฬารักบี้ฟุตบอลให้นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด ตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบันก็ได้ 10 ปีแล้ว เด็กที่ผมสอนรุ่นที่หนึ่งตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยชั้นปีที่สาม หลายคนก็ไปเป็นนักรักบี้ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  เช่น มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสถาบันการศึกษาทางทหารอีกหลายแห่ง

ทีมรักบี้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แหล่งสานต่อนักรักบี้ระดับเยาวชนในภาคอีสาน

ผมพยามยามปลูกฝัง สปิริตของรักบี้ฟุตบอลให้ซึมลึกในวิถีการดำเนินชีวิตของเขาให้ได้ คือ ความเป็นพี่น้องกันของนักรักบี้  ความเป็นสุภาพบุรุษและการสร้างสรรค์การทำงานเป็นทีมให้เกิดขึ้นจริง ผมไม่เคยเน้นการติดทีมชาติและการเป็นนักกีฬาอาชีพภายใต้ระบบทุนนิยม แต่ผมเน้นการเป็นนักรักบี้อาชีพตามแบบอย่างของสปิริตรักบี้ฟุตบอล       วันนี้ผมมีนักกีฬารุ่นปัจจุบันทั้งชายหญิงประมาณเกือบ 200 คน ที่ฝึกสอนให้ความรู้และแบ่งปันความรู้ความเข้าใจในทักษะกีฬารักบี้ฟุตบอลให้แก่เด็ก ๆ เยาวชนในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยเฉพาะโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ร้อยเอ็ด ซึ่งถูกสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสอันเป็นสิริมงคลแด่ สมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย 12 โรงเรียน

ทีมรักบี้หญิงจังหวัดร้อยเอ็ดที่กำลังดีวันดีคืน

            ผมคิดว่าการนำสิ่งที่ดีในสมัยที่ผมเป็นนักเรียนมามอบให้เด็กในชนบทที่มีโอกาสน้อยกว่าเด็กในเมืองใหญ่ย่อมจะทำให้การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติและของโลกได้เกิดความเท่าเทียมและไปพร้อม ๆ กัน  ผมจึงพร้อมทั้งกายและใจในการที่จะถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับรักบี้ฟุตบอลให้แก่เยาวชนแม้จะมีความจำกัดในเรื่องเวลาแต่ก็พร้อมที่จะทำ  ซึ่งในตอนนี้ก็ได้ลูกศิษย์รุ่น 1 รุ่น 2ออกมาช่วยดูแลพัฒนาน้อง ๆ ซึ่งนับเป็นความโชคดีที่จิตสำนึกรักบี้ฟุตบอลได้เกิดขึ้นและกลายเป็นวัฒนธรรมกีฬาของโรงเรียนนี้

รวมใจเป็นหนึ่งเดียว คือ การสร้างการทำงานเป็นทีม โดยใช้กีฬารักบี้หล่อหลอมพัฒนา
 

            จนเด็กทุกคนต่างรู้ดีว่า เมื่อมาที่นี้ต้องมาศึกษาหาความรู้และเล่นรักบี้ฟุตบอล ซึ่งพวกเขาอาจจะรู้แต่เพียงว่า กีฬารักบี้เป็นกีฬาที่เล่นสนุกสนานเหมือนกับกีฬาประเภทอื่น ๆ  แต่เมื่อผ่านเลยไปสักช่วงหนึ่ง จิตสำนึกที่ดีงาม สปิริตแห่งกีฬา สุภาพบุรุษ ก็ย่อมเกิดขึ้น  ถึงวันนั้น  ความมีสังคมแห่งพี่น้อง การทำงานเป็นทีม น้ำใจเสียเสียสละ การรู้จักให้อภัย  ก็เกิดขึ้น  แก่ผู้คน  สิ่งนี้ย่อมก่อเกิดสำนึกที่ดีแก่คนในสังคมเล็ก ๆ และกลายเป็นสังคมที่มีคุณภาพให้แก่สังคมใหญ่  บทสรุปของผมในวันนี้จึงมองเห็นข้อหนึ่งว่า ขอให้มีจิตใจที่เสียสละกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง นำกิจกรรมมาใช้เพื่อสร้างประโยชน์และจิตสำนึกที่ดีให้คนในประชาคมและสังคมย่อมนำความสงบสุขและสันติภาพให้เกิดขึ้นแก่โลกได้เสมอ