การประเมินโครงการจักรยานแรลลีตามหาผักพื้นบ้าน ปลูก สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
โดย ปัญญา จันทร์ห้างหว้ารองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่ามะไฟหวาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 ปัจจุบันการบริโภคผักที่วางขายตามท้องตลาดเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวังด้วยเหตุที่ผู้ผลิตบางรายที่ขาดความรับผิดชอบ กระบวนการผลิตจึงไม่คำนึงถึงผลที่จะเกิดกับผู้บริโภค การใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อบำรุงให้พืชผักเจริญเติมโต ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทำให้มีสารเคมีตกค้าง และการบริโภคพืชผักที่มีสารเคมีตกค้างจะสะสมอยู่ในร่างกายของผู้บริโภค ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิตก่อนวัยอันสมควร และรัฐบายมีนโยบายและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค โดยกรมส่งเสริมสุขภาพ ได้มีการส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคผักพื้นบ้าน ดังนั้นเพื่อสนองนโยบายแห่งรัฐ และเป็นส่งเสริมให้นักเรียนซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ ให้มีความรู้และสามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้ปกครองและบุคคลอื่นๆ ในชุมชน ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ผักพื้นบ้าน และมีเจตคติที่ดีต่อการบริโภคผักพื้นบ้านศิริกาญน์ โกสุมภ์ (2545, หน้า 40-41) ได้นำเสนอเกี่ยวกับกิจกรรมแรลลีว่า เป็นกิจกรรมเรียนรู้ที่ประยุกต์มาจากรูปแบบของการแข่งรถยนต์ ซึ่งระหว่างการแข่งขันจะมีการกำหนดจุดสถานีที่เรียกว่า จุด TC (Time Checking) ไว้ให้ผู้แข่งขันทำกิจกรรมและมีการซ่อน RC (Rechecking) ซึ่งเป็นโค้ดหรือรหัสให้ผู้แข่งขันจดบันทึกเพื่อนำไปตอบเมื่อถึงเส้นชัย กิจกรรมแรลลี จึงเป็นกิจกรรมที่สนุก ซึ่งเมื่อประยุกต์มาใช้ในการศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม เช่น สวนพฤกษศาสตร์ สวนสัตว์ สิ่งแวดล้อมในชุมชน สวนสาธารณะ ฯลฯ โดยจัดให้นักเรียนแข่งขันกันเป็นกลุ่ม จะทำให้นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้จากการแรลลีและการเรียนรู้เป็นกลุ่มไปพร้อมกันการประเมินโครงการ (Program Evaluation) หมายถึง กระบวนการในกาเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลของการดำเนินโครงการ และพิจารณาบ่งชี้ให้ทราบถึงจุดเด่นหรือจุดด้วยของโครงการนั้นอย่างมีระบบแล้ว ตัดสินใจว่าจะปรับปรุงแก้ไขโครงการนั้น เพื่อดำเนินงานต่อไป หรือจะยุติการดำเนินโครงการนั้นเสีย (ประชุม รอดประเสริฐ, 2539 หน้า 73 ) มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการประเมินโครงการ คือ หาแนวทางตัดสิน (Decision Making) และการประเมินโครงการไม่มีเป้าหมาย เพื่อการค้นหาสะสมความรู้ทางการวิจัยทั่วไป แต่จะมุ่งไปสู่การค้นหาสิ่งที่โครงการได้ดำเนินไปแล้ว สิ่งใดควรที่จะดำเนินการต่อไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการและศึกษาระหว่างการดำเนินโครงการนั้นมีปัญหาใดบ้างที่ควรจะปรับปรุง เพื่อบรรลุเป้าหมายของโครงการ ดังนั้น การประเมินโครงการจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณค่า และข้อตกลงต่างๆ ของโครงการอย่างดีก่อนที่จะดำเนินโครงการที่แท้จริง ในการประเมินโครงการจึงมีการวางแผนการประเมินผลอย่างมีระบบให้สอดคล้องกับแผนโครงการ และได้ดำเนินการตั้งแต่เริ่มกำหนดโครงการจนเสร็จสิ้นโครงการ (สมหวัง พิธิยานุวัฒน์, 2537. หน้า 93-96 ) <h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify">ปัญญา จันทร์ห้างหว้า. 2550. รายงานการประเมินโครงการจักรยานแรลลีตามหาผัก</h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify"> พื้นบ้านปลูก สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โรงเรียนบ้านท่ามะไฟหวาน </h1><h1 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify"> สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 จังหวัดชัยภูมิ</h1> <h2 style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify">บทคัดย่อ</h2> การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมของโครงการจากความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของโรงเรียน 2) เพื่อประเมินปัจจัยเบื้องต้นของโครงการจากความพร้อมด้านบุคลากร สถานที่ เวลา และเนื้อหาที่ใช้ในการฝึกอบรม 3) เพื่อประเมินด้านกระบวนการของโครงการจากการปฏิบัติงาน และวิธีดำเนินงาน 4) เพื่อประเมินผลผลิตของโครงการจักรยานแลนรีตามหาผักพื้นบ้าน ปลูกสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น โรงเรียนบ้านท่ามะไฟหวาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 จังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP MODEL ซึ่งพัฒนาโดยแดเนียล แอล สตัฟเฟินบีม (Danil L. Stufflebeam) (Phi Delta Kappa, pp. 261- 265 อ้างจาก Stufflebeam and Others) 4 ด้าน ได้แก่ (1) การประเมินสภาพแวดล้อมของโครงการ (Context) เป็นการประเมินความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของโรงเรียน (2) การประเมินปัจจัยเบื้องต้น (Input) เป็นการประเมินเพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของปัจจัยต่างๆ ได้แก่ บุคลากร สถานที่ เวลา และเนื้อหา (3) การประเมินกระบวนการ (Process) เป็นการประเมินความเหมาะสมของการจัดดำเนินการกิจกรรมในโครงการ (4) การประเมินผลผลิต (Product) เป็นการประเมินตามวัตถุประสงค์ของโครงการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4,5 และ 6 โดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน (บุญชู ศรีสะอาด,2532, หน้า 187 ผู้วิจัยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Sampling) จำนวน 50 คนบุคลากรดำเนินโครงการและวิทยากร จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบสำรวจรายการ และมาตราส่วนประเมินค่า ประกอบด้วยข้อมูลส่วนตัว และความคิดเห็นที่มีต่อโครงการจักรยานแรลลีตามหาผักพื้นบ้าน ปลูกสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการประเมินความคิดเห็นใน 4 ด้าน คือ ด้านภาวะแวดล้อมของโครงการ ด้านปัจจัยเบื้องต้น ด้านการดำเนินโครงการ และด้านผลผลิต มีจำนวน 40 ข้อ ได้ค่าผลการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นโดยรวมทุกด้านมีความเห็นในระดับมาก (= 4.20, S.D = .72) เมื่อพิจารณารายละเอียดแล้ว พบว่า ระดับความคิดเห็นมากที่สุดคือ ด้านสภาวะแวดล้อม ได้ค่าทางสถิติ คือ(= 4.30, S.D = .73) ส่วนระดับความเห็นที่น้อยที่สุด คือ ด้านผลผลิต ได้ค่าทางสถิติ คือ (= 4.15, S.D = .71)
ดีจังเลยค่ะ น่านำไปใช้ในการจัดกิจกรรมให้ผู้ใหญ่นะคะ ประหยัดน้ำมันและได้ออกกำลังกายด้วย มีหน่วยงานไหนจัดแรลลี่จักรยานไหมเอ่ย
เป็นโครงการที่ดีมาก เพราะปัจจุบันผักที่วางขายตามท้องตลาดมีสารพิษปนเปื้อนอยู่เราไม่อาจรู้ได้ว่าผักที่เราซื้อและบริโภคเข้าไปจะสะอาดเพียงพอหรือไม่ การบริโภคผักพื้นบ้านน่าจะปลอดภัยกว่า ถ้ามีการนำโครงการดีๆ อย่างนี้เผยแพร่สู่ชุมชนและรณรงค์อย่างจริงจังน่าจะเป็นประโยชน์ ขอชื่นชมโครงการดีๆอย่างนี้ ขอให้ทำต่อไป