ช่วยกันทำให้สังคมชุมพรได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นดูแล พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของเราให้ดีที่สุด พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของใคร ๆ อีกมากมายในโลกนี้ ก็อยากจะมาเยี่ยมเยือนจังหวัดชุมพรบ้านของเรา อยากจะมาให้เราดูแล...

สังคมชุมพรมีเรื่องที่อบอุ่นใจมากเรื่องหนึ่ง คือ การรวมกลุ่มกันของผู้สูงอายุ ทำกิจกรรมร่วมกัน ดูแลสุขทุกข์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เอาใจใส่ซึ่งกันและกันอย่างดียิ่ง

ในตัวเมืองชุมพร ชมรมผู้สูงอายุโดยการนำของอดีตรองผู้ว่าฯ นายดำรง ฉายากุล สร้างคุณประโยชน์ให้กับโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์เป็นอย่างมาก ท่านเหล่านั้นมาพบกันทุกวันพุธ ทำกิจกรรมพับผ้ากรอส ช่วยจัดเตรียมของใช้ทางการแพทย์ ถ้าสัปดาห์นั้นตรงกับวันเกิดของใคร เสียงเพลง Happy Birth Day ที่ดังกระหึ่ม สร้างขวัญ สร้างกำลังใจ ทั้งผู้รับและผู้ให้ต่ออายุกันไปได้อีกหลายปี จบแล้วก็รับประทานอาหารร่วมกัน ร้องรำทำเพลงกันพอหอมปากหอมคอ (มากไม่ได้ ... เดี๋ยวหอบ)

โรงพยาบาลชุมพรฯ ให้การดูแลสุขภาพอนามัยของท่านผู้สูงอายุอย่างดียิ่ง และท่านเหล่านั้นก็ช่วยกัน สร้าง โรงพยาบาลชุมพรฯ อย่างมากมายมหาศาล ส่วนหนึ่งของห้องพิเศษ เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย ตลอดจน ตึกหมอพร เป็นประจักษ์พยานได้เป็นอย่างดี

ช่วงเย็นของทุกวัน (ที่ฝนไม่ตกหนัก) ผู้สูงอายุนอกจากจะรวมกลุ่มเดิน-วิ่ง ออกกำลังกายทีสวนสาธารณะ อาภากร และสนามกีฬาจังหวัดชุมพรแล้ว เรายังมีกลุ่มเต้นรำฝึกซ้อมกันอย่างสนุกสนานที่โรงเรียนเทศบาลบ้านท่าตะเภา และใต้ถุนอัฒจันทร์ สนามกีฬาจังหวัดฯ

เช้าวันอาทิตย์ เป็นวันรวมตัวของกลุ่มจักรยานเพื่อสุขภาพ ขับขี่ด้วยความเร็วแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ทั้งแม่น้ำ ทะเล ภูเขา และความเขียวสดใสของพืชพันธุ์ธรรมชาติ ในรัศมี 20 30 กิโลเมตรรอบเมืองชุมพร บางโอกาสก็ท้าทายด้วยโปรแกรม กระชากวัย สักครั้งหนึ่ง ขับขี่จักรยานไปจนถึง หมู่บ้านซาลาเปา-ทับหลี อ.กระบุรี จ.ระนอง ชมและชิมกันแบบพอประมาณแล้ว ก็เดินทางกลับ

อำเภออื่น ๆ ในจังหวัดชุมพร ผมได้สัมผัสกับกลุ่มผู้สูงอายุที่รวมตัวกันสร้างสรรค์กิจกรรมอย่างเข้มแข็ง ดังเช่น ที่อำเภอทุ่งตะโก อาจารย์ประสงค์ บุญร่วม และอาจารย์ธรรมนูญ เพชรสมุทร ทำหน้าที่ประสานงานเพื่อกลุ่มผู้สูงอายุของท่านอย่างดียิ่ง และขยายผลไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มอื่น ทั้งในและนอกจังหวัดชุมพร เมื่อทางราชการโดยเฉพาะสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด คิดถึงกิจกรรมที่มีกลุ่มผู้สูงอายุเป็นเป้าหมาย ใบหน้าและชื่อของท่านอาจารย์ทั้งสองก็ลอยเข้ามาอยู่ในห้วงคำนึงอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

เมื่อเดือนกันยายน 2550 ผมพาคุณแม่และเพื่อนร่วมงานจากชุมพรออนไลน์ สาขาหลังสวน ไปร่วมงานทอดผ้าป่าที่โรงพยาบาลพะโต๊ะ กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่เข้ามาร่วมงานคือ กลุ่มผู้สูงอายุที่สร้างสรรค์กิจกรรมร่วมกับโรงพยาบาลพะโต๊ะ และแน่นอนยอดเงินทำบุญมากกว่า 1 ล้านบาท ส่วนใหญ่ก็มาจากท่านเหล่านั้นนั่นเอง

ผมมองเรื่องนี้เป็น ต้นทุนทางสังคม ที่สำคัญยิ่งของจังหวัดชุมพร เราควรใส่ใจ ดูแล ทะนุถนอม ให้ร่มโพธิ์ร่มไทรของทุกครอบครัว ได้แผ่กิ่งก้านขยายสาขาสร้างความร่มเย็นให้กับสังคมชุมพรอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่ดีเหล่านี้ก็มิอาจปิดบังปัญหา ผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาส-ถูกทอดทิ้ง ซึ่งยังมีแทรกตัวอยู่ในช่องว่างทางสังคม ในชุมชนต่าง ๆ อีกไม่น้อย หลายท่านต้องอยู่เฝ้าบ้าน เฝ้าสวนคนเดียว ขณะที่ลูกหลานออกไปทำงาน ถ้าไปเช้า-เย็นกลับ ก็ไม่เท่าไร ยังมีเวลามาเอาใจใส่ดูแลกันใกล้ชิด

บางท่านลูกหลานพาท่านออกมาจากในสวนที่เคยเป็นแหล่งอาศัยทำกิน มาอยู่ในห้องแถว ทาวน์เฮาส์ บ้านจัดสรรในเมือง แล้วตัวเองก็ต้องโยกย้ายไปทำงานในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด คิดดูก็แล้วกันว่า การอยู่บ้านคนเดียว นั่งดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ และรอรับโทรศัพท์จากลูกหลาน เป็นความเหงาที่กัดกินใจขนาดไหน ?

ผมเคยอ่านหนังสือชื่อ เปลี่ยนรางชีวิต ทำให้ทราบว่า ในสังคมญี่ปุ่นมีปัญหาผู้สูงอายุขาดการดูแลอันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจ ลูกหลานต้องเข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่กันเป็นจำนวนมาก กลุ่มหนุ่มสาวที่เริ่มคิดถึง ธุรกิจเพื่อสังคม ได้มองเห็นในเรื่องนี้และกิจกรรมหนึ่งที่พวกเขาคิดค้นกันขึ้นมาก็คือ มีอาสาสมัครจัดทำและส่งข้าวกล่องให้กับผู้สูงอายุที่อยู่อย่างเงียบเหงาคนเดียวในบ้าน อาสาสมัครเหล่านี้ได้รับการ อบ-รม-บ่ม-เพาะ ให้รู้จักพูดคุยกับผู้สูงอายุ เรียนรู้ให้เข้าใจลึกซึ้งถึงจิตใจ และให้เวลาในการช่วยเหลืองานบางอย่างที่ท่านทำด้วยตัวเองไม่ได้ เช่น เอากิ่งไม้หักออกจากชายคาบ้าน ยกย้ายสิ่งของบางอย่าง รับฝากซื้อของใช้แล้วนำมาให้ในวันรุ่งขึ้น ฯลฯ

ความรู้สึกของผู้สูงอายุที่เอ่ยปากออกมา สร้างพลังใจให้กับกลุ่มอาสมัครเหล่านี้เป็นอย่างมาก คือคำพูดว่า ในแต่ละวันของฉัน ช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดก็คือ ตอนที่ได้เห็นเธอมาส่งข้าวกล่องให้ฉันนี่เอง...

ผมคิดว่า อาสาสมัครเพื่อสังคม แบบนี้เราต้องช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้น ในหลายรูปแบบ ที่คิดได้ตอนนี้ก็คือ การฝึกคนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้รู้จักดูแลผู้สูงอายุ พาท่านไปโรงพยาบาล ไปหาหมอ เมื่อถึงกำหนดนัดหมายในแต่ละเดือน ประคองท่านเดิน ช่วยเหลือในการยื่นและรอรับบัตรคิว พาท่านเข้าห้องตรวจสุขภาพ รับยาและพากลับบ้าน ฯลฯ แน่นอนครับว่า อาสาสมัครเหล่านี้ควรจะได้รับค่าตอบแทน แต่ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะรับรู้ได้ว่า เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ ผู้สูงอายุหลายท่านยินดีที่จะจ่ายด้วยตัวเอง หรือในรายที่อัตคัดขัดสน เทศบาลก็ดี อบต.ก็ดี ที่มีความเข้าใจในเรื่องนี้ คงจะยินดีที่จะจัดสรรงบประมาณให้การสนับสนุน

ช่วยกันสร้างสรรค์ต่อยอดให้จังหวัดชุมพรบ้านของเรา เป็น สวรรค์ของผู้สูงอายุ กันเถอะครับ ผลแห่งความดีที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ จะส่งผลดีอย่างมหาศาลในอีกหลาย ๆ เรื่อง ที่ผมค่อนข้างมั่นใจก็คือ การเติบโตทางด้านการท่องเที่ยว

ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ผมมีความเห็นว่า ชายทะเลของบ้านเราไม่สามารถเบี่ยงเบนทิศทางการท่องเที่ยวแบบ Luxury ใหญ่โต หรูหรา มาจากฝั่งอันดามันได้หรอกครับ จุดยืนที่มั่นคงแข็งแรงของเราคือ การท่องเที่ยวแบบ Long Stay เชิงนิเวศน์ เชิงสุขภาพ

ช่วยกันทำให้สังคมชุมพรได้เรียนรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องนี้ โดยเริ่มต้นดูแล พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของเราให้ดีที่สุด พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ของใคร ๆ อีกมากมายในโลกนี้ ก็อยากจะมาเยี่ยมเยือนจังหวัดชุมพรบ้านของเรา อยากจะมาให้เราดูแล...