ต่อจาก กพร. ยกที่สาม ปีงบประมาณ 2551

          ตัวชี้วัดที่ 3.3 การบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติราชการของสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 ที่สะท้อนเอกลักษณ์และจุดเน้นรวมทั้งวัตถุประสงค์เฉพาะตามพระราชบัญญัติของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่ง กพร. กำหนดขึ้นใหม่ในปีงบประมาณ 2551 นี้  ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ต้องตื่นตระหนกกันอีกครั้ง เพราะ

          ข้อแรก  เป็นการผลักดันให้มหาวิทยาลัยกำหนดอัตลักษณ์ของตนเอง อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

          ข้อที่สอง  กำหนดให้มหาวิทยาลัย สร้างตัวชี้วัดการบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติราชการให้สะท้อนอัตลักษณ์ที่กำหนดขึ้นเองด้วย   

           สำหรับมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเลือกเป็น มหาวิทยาลัยในกลุ่มผลิตบัณฑิตและการวิจัย (กลุ่มที่ 1 ของสมศ.) มีอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่มีความสอดคล้องกับพันธกิจหลัก (ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยแล้ว) อยู่ 2 ประการ คือ

          อัตลักษณ์ที่มีความสอดคล้องกับพันธกิจหลัก ด้าน " สร้างบัณฑิตที่มีความรู้ ทักษะ คุณธรรมและจริธรรมที่ได้มาตรฐานและสอดคล้องกับความต้องการของสังคมและประเทศ"  คือ

"บัณฑิต เป็นคนดี  มีวินัย  ใฝ่รู้  สู้งาน"

          อัตลักษณ์ที่มีความสอดคล้องกับพันธกิจหลัก ด้าน "มุ่งการวิจัยและพัฒนา โดยเน้นการพัฒนางานวิจัยพื้นฐานไปสู่การวิจัยประยุกต์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาภูมิภาคและประเทศ"  คือ

"เป็นการวิจัยที่มุ่งนำองค์ความรู้สู่ชุมชน"

      ส่วนตัวชี้วัดใหม่ 3 ตัว ที่จะใช้วัดผล มหาวิทยาลัยเนเรศวร  ใช้ตัวบ่งชี้คุณภาพการประกันคุณภาพการศึกษา ของ สกอ. ใหม่ 3 ตัว คือ ตัวบ่งชี้ที่ 2.1   ตัวบ่งชี้ที่  4.1  และตัวบ่งชี้ที่  4.2  ตามลำดับ ดังนี้

ตัวบ่งชี้ที่ 2.1 มีระบบและกลไกในการพัฒนาและบริหารหลักสูตร

เกณฑ์การประเมิน : ระดับ

  1. มีระบบและกลไกการเปิดและปิดหลักสูตร
  2. มีการกำหนดเป้าหมายการผลิตบัณฑิตทุกหลักสูตรในแผนการผลิตบัณฑิต
  3. มีการเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดหลักสูตรใหม่ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรทุกเรื่อง
  4. มีระบบและกลไกการพัฒนาและประกันคุณภาพหลักสูตรครบทุกประเด็นตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร
  5. มีการวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินการหลักสูตรประจำปีการศึกษา เช่น ร้อยละของหลักสูตรที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ร้อยละของบัณฑิตที่ทำงานตรงสาขา
  6. มีการนำผลการวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินการหลักสูตรประจำปีการศึกษาไปปรับปรุงระบบและกลไกการพัฒนาและบริหารหลักสูตร
  7. มีจำนวนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาที่เน้นการวิจัย (ปริญญาโท เฉพาะแผน (ก) และปริญญาเอก) มากกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหลักสูตรทั้งหมด 

เกณฑ์การให้คะแนน

 1 
 2 ระดับ 3 ระดับ  4 ระดับ   5-6 ระดับ  ครบ 7 ระดับ

เป้าหมายปี 2551   =  5-6 ระดับ

ตัวบ่งชี้ที่ 4.1 มีการพัฒนาระบบและกลไกในการสนับสนุนการผลิตงานวิจัยและงานสร้างสรรค์

เกณฑ์การประเมิน : ข้อ

  1. มีการจัดทำระบบบริหารงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนของสถาบันและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ
  2. มีการจัดทำระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
  3. มีการจัดสรรทรัพยากรการเงิน ทรัพยากรบุคคล แหล่งค้นคว้าต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและงานสร้างสรรค์
  4. มีระบบและกลไกพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านการวิจัย
  5. มีระบบสร้างขวัญและกำลังใจและยกย่องนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ดีเด่น
  6. มีระบบและกลไกส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักวิจัยกับองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐเอกชนและภาคอุตสาหกรรม   

เกณฑ์การให้คะแนน

 1 
 ไม่ครบ 2 ข้อ 2 ข้อ  3 ข้อ  4 ข้อ  อย่างน้อย 5 ข้อ

เป้าหมายปี 2551   =  4 ข้อ

ตัวบ่งชี้ที่ 4.2 มีระบบบริหารจัดการความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์

เกณฑ์การประเมิน : ข้อ

  1. มีระบบและกลไกสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ทั้งในวงการวิชาการและการนำไปใช้ประโยชน์
  2. มีระบบรวบรวม คัดสรร วิเคราะห์และสังเคราะห์ความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ที่เชื่อถือได้และรวดเร็วทันต่อการใช้ประโยชน์
  3. มีการสร้างเครือข่ายเผยแพร่ผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกสถาบัน
  4. มีระบบและกลไกการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างนักวิจัยกับองค์การภายนอกสถาบันเพื่อการนำผลงานไปใช้ประโยชน์
  5. มีกลไกสนับสนุนการจดสิทธิบัตรการซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิของงานวิจัย หรือสิ่งประดิษฐ์ หรือนวัตกรรมให้แก่นักวิจัยเจ้าของผลงาน

เกณฑ์การให้คะแนน

 1 
 1 ข้อ 2 ข้อ  3 ข้อ  4 ข้อ  5 ข้อ

เป้าหมายปี 2551   =  4 ข้อ

           มหาวิทยาลัยนเรศวร มีการประเมินคุณภาพภายในประจำปีอยู่แล้วในทุกหน่วยงาน  และปีการศึกษา 2550  (คาบเกี่ยวกับปีงบประมาณ 2551)  เราก็จะประเดิมใช้องค์ประกอบคุณภาพ  ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมิน สกอ. เป็นหลัก  ดังนั้น การกำหนดตัวชี้วัดใหม่ของ กพร. ในตัวชี้วัดที่ 3.3 เช่นนี้  จึงสอดคล้องอย่างยิ่งกับการผลการปฏิบัติงาน และผลการประเมินภายใน  ไม่เป็นการเพิ่มภาระยุ่งยากใดใดเลย