ในปัจจุบัน ในส่วนของการศึกษานั้น เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสนับสนุนการผลิต การเข้าถึง
การจัดเก็บ รวมทั้งการแพร่กระจาย “ความรู้” อันเป็นปัจจัยการผลิตหลักภายใต้กระแสสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผ่านมา การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาซอฟต์แวร์มากเท่ากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและฮาร์ดแวร์ ปัจจุบัน รัฐจึงมีนโยบายที่จะเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศด้านซอฟต์แวร์ให้มากขึ้น
ดังจะเห็นได้จากแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549
ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า แม้ซอฟต์แวร์ต่างๆจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่มีกายภาพ แต่ก็เป็นส่วนสำคัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นอกจากนั้นยังมีการกำหนดแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี สารสนเทศซึ่งรวมถึงด้านซอฟต์แวร์ไว้ในกฎหมายและนโยบายต่างๆ อาทิ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวดที่ 9 ว่าด้วยเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารของประเทศไทย พ.ศ. 2545-2549 กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ระยะพ.ศ. 2544-2553 (IT 2010) และแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2547-2549 ดังนั้น ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการวางแผน ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา จึงได้จัดทำแผนแม่บทมัลติมีเดียเพื่อการศึกษาฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นการสอดรับกับนโยบายระดับชาติ และยุทธศาสตร์การพัฒนาของรัฐบาลในเรื่องการเติมปัญญาให้สังคมและการปฏิรูปการศึกษา และเพื่อให้การพัฒนามัลติมีเดียเพื่อการศึกษาของประเทศมีเอกภาพ เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพของสังคมและระบบการศึกษาของประเทศ
แผนแม่บทฉบับนี้จะส่งผลให้คนไทยได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เป็นการขยายโอกาส และความเสมอภาพทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียน ประชาชนทั่วไป และกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ได้มีโอกาสแสวงหาความรู้จากมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา ให้สามารถพัฒนาศักยภาพ คุณภาพของชีวิต ตามความต้องการของแต่ละบุคคล โดยไม่มีข้อจำกัดในด้านเวลาและสถานที่ แผนแม่บทฉบับนี้จึงสนับสนุนหลักการของการศึกษาตลอดชีวิต สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มัลติมีเดียเพื่อการศึกษาเป็นสื่อการศึกษาที่ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และโดยเฉพาะการศึกษาตามอัธยาศัย เพราะได้ออกแบบไว้เพื่อตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลhttp://www.ceted.org/plan/world/lesson_02.doc