Workshop สปร The Theory U in Action: (suddenly emerging!!!!) อ่านฉบับเต็มจากที่นี่

"The Emerging: An event we may or may not expect it, but it is surely spontaneous, inevitable, and so graceful." by SS

วันที่สอง เมื่อวานตอนเย็นเราวาง mode of life ลงไป และ "ครึ่งหนึ่ง" ของปัญญาสามฐาน (รับรองได้ว่า ไม่มีใครเคยทำ "ครึ่งหนึ่ง" ของปัญญาสามฐานมาก่อนเหมือนกัน รับรองประกันความ "สด" ของกระบวนการในครั้งนี้ แฮ่ะ แฮ่ะ  

 เช้านี้ก็เลยต่อให้เต็ม ผลกระทบของ สีทิศ mode ชีวิต และปัญญาสามฐาน ปรากฏเป็นหลักฐานบนสีหน้า แววตา และอวจนภาษาชัดเจน คำพูด catch phrases ตังแต่วันแรก ค่ือ อยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความหมาย เริ่มจมดิ่งลงไปผสมผสานกับอาลัยวิญญาณของปัจเจกบุคคล พื้นที่อันปลอดภัย ความอบอุ่นของสังฆะ ขับไล่เมฆหมอกแห่งความกัลว อคติออกไป เชื่อมโยงกับขุมปัญญาใน theta ได้มากขึ้นๆ ก่อนพักเที่ยงเราจึงเฉลยเหตุผลและที่มาของการนอน bodyscan เพลง สมาธิ ด้วยความรู้ของ brain wave ทำให้คำ "พื้นที่ปลอดภัย" เชื่อมโยงกับกิจกรรม ความคิด ความรู้สึกได้แนบเนียนขึ้น มองเห็นความสัมพันธ์ของตนเองกับลูก สามี ภรรยา ครอบครัว ชุมชน เพื่อนร่วมงาน เครื่องมือแห่งการ "ห้อยแขวน" รากฐานของการฟังปราศจากการด่วนตัดสินเชื่อมโยงกับ "ความช้าลง"

ความซับซ้อนของ workshop ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยเรื้อรัง ส่วนหนึ่งน่าจะอยู่ที่
"วาระซ้อนวาระ" ระหว่างของผู้ป่วยที่ถูกพามา เชื้อเชิญมา และของอาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ PCU สองกลุ่มนี้มี agenda ที่แตกต่างกันบ้าง ไม่มาก แต่ก็แตกต่างกัน ในครั้งนี้ปรากฏการณ์ทีเราประสบก็คือ ความสำเร็จในกลุ่มของผู้ป่วยเหนือความคาดหมายอย่างมาก ภูมิปัญญาของผู้เฒ่า ผู้แก่ คุณค่าแห่งประสบการณ์ชีวิต กับหลักการณ์ต่างๆที่เรานำมาบรรยาย พรรณนา ถูกมอง ซึมซับ เหมือนทรายดูดซับน้ำ เหมือนการมองทะลุกระจกใสด้วยสายตาแห่งปัญญา ตรงนี้่เองอาจจะทำให่้เกิด gap เล็๋กน้อยกับในกลุ่มอาสาฯ ที่กำลังมองหา "วิธี" จะนำไปใช้ต่อ แต่ในที่สุด เราก็สามารถนำทุกคนไปสู่ข้อสรุปที่ว่า "เปลี่ยนตนเอง" นั้นเองที่จะเป็นคำตอบพื้นฐานอย่างแรก

วฆ เรียกประชุมหลังอาหารกลางวัน เราจะ wean ออกด้วย big bang กันอย่างไรดี ที่แน่ๆ การ pre-medication บ่ายนี้ จะเป็น final shot ก่อนที่เราจะนำ highlight มาถึงในค่ำนี้ ซึ่งเป็นคืนสุดท้าย ทราบมาว่าทุกๆกลุ่มได้ทำ voice dialogue แต่เรามีเหลือแค่สอง sessions คือบ่ายนี้กับคืนนี้ ส่วนเช้าพรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะเป็น cooling down และ exit protocol มากกว่า

ที่เราต้องการคืออะไร?



ที่เราต้องการดูเหมือนจะเป็น
"คำถามที่ถูกต้อง" คำถามที่กวน ก่อเกิดตาพายุ ณ ส่วนลึกที่สุดของผู้เข้าร่วม คำถามที่ไม่อาจไม่ตอบ คำถามที่อยากจะลองถาม อยากจะลองตอบมานานแล้ว แต่ไม่กล้า แต่กลัว แต่อยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัย คำถามที่จะนำไปสู่การมองเห็นอนาคตที่กำลังผุดบังเกิด

คำถามที่ดีคือสิ่งที่กระบวนกรกำลังต้องการ



ฉับพลันทันทีนั้น วรวุฒิก็บังเกิดอะไรผุดขึ้น ถาม "คำถามที่ชามเมอร์ใช้ล่ะ? ที่เขาสัมภาษณ์จนได้ movement จาก downloading ลงไปขาลงตัวยู จนกระทั่งขึ้นไปขาขึ้นล่ะ?" ไม่รอช้า เรามี Theory U สองเล่ม ณ ที่นั้น นั่นไง บทที่ 21 Principles and Practices of Presensing for Leading Profound Innovation and Change หรือการเกิดของ Co-initiating, Co-sensing, Co-presensing, Co-creating, Co-evolving และ Root Principles

คำถาม คำถาม เต็มไปด้วยคำถาม เอาคำถามอะไรดี?

Co-initiating: Listen to others and to what life calls you to do?

คำถามชุดนี้ชัดขึ้นต่อหน้าต่อตา เราถามตนเอง ครั้งนี้อะไรเป็นวาระ? วาระของใคร? ของคนที่อยู่เบื้องหน้าน่ะสิ สำคัญ สำคัญที่สุด ใครที่อยู่เบื้องหน้าเรา? สำหรับอาสามัครก็คนไข้ สำหรับคนไข้ก็อาสาสมัคร ครอบครัว เพื่อนฝูง สำหรับกระบวนกรก็เป็นอาสาสมัคร และคนไข้เกือบ 70 คน อะไรคือความหมาย? ชีวิตที่มีความหมาย การสนทนา การฟังอย่างลึกซึ้ง สาเหตุ ความเจ็บป่วย ความทุกข์ ความทุกข์ ความเจ็บไข้ได้ป่วย เรื้อรัง ไม่หาย พฤติกรรม ความเสี่ยง อะไรคือความหมาย ความหมายของความทุกข์เหล่านี้?.....
......
......
......
....
...
..
.

แว็บ บูม!!!!!

เอาอย่างนี้ละวะ เจได วฆ พูดด้วยความมั่นใจ 15 นาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับการผุดบังเกิดของกระบวนการใหม่ ยังไม่เคยลองมาก่อน ณ ที่นี้ ลองมาแล้วโดยชามเมอร์ บันทึกลงในหนังสือตัวยู แต่มา ณ บัดนี้้ ผุดบังเกิดอีกครั้ง สนง.สช. จ.นครสวรรค์ โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

เราจัดกลุ่ม ใช้ buddy group 2 กลุ่มรวมกันเป็นบ้านใหญ่ ให้พ่อเฒ่า แม่เฒ่า เล่าเรื่องอาการเจ็บป่วยของท่านให้ฟัง ขอให้อาสาฯ ทำตัวเป็นเสมือนลูกหลาน ฟังอย่างรู้สึกว่ามีเกียรติ มีบุญ อย่างยิ่ง เป็นอภิสิทธิ์ที่ได้มานั่งฟังอยู่ ณ ตรงนั้น

รอบสองขอให้ลูกๆอาสาฯ สะท้อนแบบกระจกใส ที่ซื่อตรง ว่าได้ยินอะไร ชีวิตที่ถูกสะท้อนออกมา ในสถานที่ ในบริบทอันปลอดภัย กับผู้ฟังที่เต็มไปด้วย unconditional love สะท้อนโดยไม่แต่งแต้ม ไม่เติมสี

รอบสามขอให้พ่อเฒ่า แม่เฒ่า เล่าอธิบาย ว่าโรคของท่าน ความเจ็บป่วยของท่าน ท่านเข้าใจว่าเกิดจากอะไร มีอะไรเป็นสาเหตุ เป็นปฐมภูมิ ให้ลืมคำสั่งสอน บทเรียนต่างๆ ที่เคยได้ยินมาทั้งหมด ขอให้่ตอบจากหัวใจว่า ท่านคิดว่าทำไมท่านจึงเจ็บป่วย เป็นความดัน เป็นเบาหวาน เพราะเครียด เพราะลูก เพราะจน เพราะสังคม เพราะอะไร ขอให้อาสาฯ ถือเป็นบริบทอันมีค่า ที่เราจะติดตามพ่อเฒ่า แม่เฒ่า ลงไปสู่ the source ของท่าน ณ บัดนี้

รอบสี่นำสู่ meditation พร้อมคำถาม
Listen to what life calls you to do?