บางครั้งสมาชิกหลายท่านมาทำภารกิจในเมืองหลวง  ความคิดถึงทำให้เกิดแรงดึงดูดเรามาเจอกัน ใช้บริการขจิตออนไลน์ประสานงานไม่กี่ชั่วโมง พวกเราก็มาปร๋ออยู่ริมถนนราชดำเนิน เท่าที่สอบถามทุกคนแทบจะบินมาทั้งนั้น ทวีสินวิ่งมาจากบางแสน ราณีมาจากพิษณุโลก เอกมาจากปาย ดร.ศักดิ์พงศ์มาจากมหาสารคาม .สมพิศ ดิ่งมาจากนครปฐม เจ้าถิ่นมีท่านเอกใหญ่ คู่หวานแหวครูอ้อยกับท่านสะ-มะ-นึ-กะ โต๊ะนี้ช่างประหลาดกันจริงๆ คนอะไรกินข้าวต้มและหัวเราะกันครืนๆ กระเซ้าแหย่กันทุกๆ3นาที

 
 

ความสัมพันธ์ของเฮฮาเป็นไปโดยธรรมชาติ ทุกคนมีความสุขที่ได้พบปะพูดคุยกัน ท่านที่ไม่ได้มาก็โทรศัพท์มาคุยด้วย บ้างก็นัดหมายที่จะทำพันธกิจร่วมกัน เห็นรอยต่อของความปรารถนาดีต่อกัน มีอะไรช่วยเหลือกันได้ก็เอื้อนเอ่ยแบบจิตอาสา ถ้าเป็นสมัยก่อนน่าจะเรียกได้ว่าทานบารมี คนเราคิดดีทำดีได้โดยสุจริตใจโลกนี้ก็น่าอยู่เป็นกอง  

การนัดเจอกันที่ร้านนี้ สะดวกที่จอดรถพอสมควร อาหารง่ายๆสั่งมาชิมได้ตามอัธยาศัย ใครชอบมังสาวิรัติก็จัดให้ได้ ราคาก็เหมาะกับพวกเบี้ยน้อยอย่างพวกเราเข้ากับหลักการเศรษฐกิจพอเพียง อร่อยมากน้อยอย่างไรเราก็ฮากันได้อยู่แล้ว จุดหนึ่งที่สังเกตุได้ในการพบปะกัน แต่ละคนจะสะท้อนคิดมุมที่มอง หรือบอกเล่างานที่ทำ หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ งานนี้เกิดการนัดหมายที่จะลงพื้นที่ไปพบปะกัน โดยเฉพาะที่ปายอย่างน้อยในเดือนนี้ก็มี3ขบวนแล้ว    

Little Jazz \(^o^)/ แจ้งล่วงหน้ามาให้เราใจหายว่ามาไม่ได้ เคลียไม่ลงก่อน3ทุ่ม แถมยังอยู่ไกลอีกต่างหาก จู่ๆซูซานก็โผล่มาได้ไล่เลี่ยกับคนอื่น บรรยากาศก็เฮฮาได้น้ำหนักสิครับคราวนี้  หลังจากอิ่มกันถ้วนหน้างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา อ.ราณีไปกับครูอ้อย ทวีสินไปกับอาจารย์ศักดิ์พงศ์ ผมกับเอกซูซานใจดีจิตอาสาขับรถมาส่งที่โรงแรม นึกว่าจะใจดีธรรมดาที่ ไหนได้ แถมเรา 8-10ไฟแดงกับ6มุมโค้ง แต่สุดท้ายก็มาถึงจนได้ เอ้อ ถามตำรวจจราจรไป1ครั้ง

ท่านเอกใหญ่มารออยู่ที่โรงแรม เราจึงนั่งคุยกัน ซูซานกลับไปถึงบ้าน เห็นกล้องเอกกลิ่งโคโล่อยู่ในรถ เอาละสิ..เธอตัดสินใจขับรถย้อนมาหาเราอีกครั้งหนึ่ง เหตุผลมีครับ เธอบอกว่าถ้าเป็นคนกรุงเทพฯด้วยกันก็จะโทรฯให้มารับเอง แต่นี่คนเมืองปายจากแดนชายขอบ พรุ่งนี้ก็จะไปทำงาน จึงต้องเอากล้องมาคืนให้ ดูน้ำใจเฮฮาสิครับ เธอสุดยอดจริงๆ ไฟล์นี่เราจึงยกให้เป็นวีรกรรมของLittle Jazz \(^o^)/