ลักษณะข้อความหรือคำถามที่ดีมีดังนี้

1. ข้อความแต่ละข้อมีความเป็นนัยเดียว โดยการถามเพียงสิ่งเดียว


2. เลี่ยงการใช้คำคุณศัพท์และคำวิเศษ เพราะคำเหล่านี้สื่อความหมายได้หลายแบบ เช่น บ่อย มาก หลาย น้อย ฯลฯ

3. พยายามเลี่ยงคำนามธรรม หรือคำศัพท์ทางเทคนิคที่รู้กันในกลุ่มเล็ก ๆ เช่น ศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ที่รู้เฉพาะกลุ่ม เป็นต้น


4. พยายามเลี่ยงข้อความที่ไวต่อความรู้สึกของคน เช่น เพศ การหย่าร้าง หรือข้อความที่จะเกี่ยวกับสถาบันที่คนทั่วไปนับถือบูชา

5. เลี่ยงคำปฏิเสธซ้อนปฏิเสธ เช่น ทำไมเชื่อว่ามหาวิทยาลัยจะไม่ออกกฎบังคับนักศึกษา

6. เลี่ยงคำย่อต่าง ๆ เช่น ล.ส.ช.บ.


7. ควรหลีกเลี่ยงคำถามที่เป็นคำถามนำ หรือใช้คำที่มีน้ำหนักไปทางหนึ่งทางใดประกอบอยู่ คำถามที่เป็นคำถามนำ หรือมีลักษณะชี้แนะคำตอบ เช่น “บุคคลส่วนมากมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ ท่านมีความเชื่อในเรื่องนี้ด้วยหรือไม่”

8. ควรหลีกเลี่ยงคำถามที่เกี่ยวกับความลำเอียงของผู้ตอบ มีข้อมูลหลายอย่างที่ผู้ตอบอาจต้องคำนึงถึงชื่อเสียงของตนเป็นเหตุให้ตอบไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะโดยทั่วไปผู้ตอบมักจะเข้าข้างตนเองเสมอ วิธีการถามในเรื่องทำนองนี้ ควรจะถามอย่างกว้าง ๆ ทั่วไปก่อน แล้วจึงค่อยวกเข้าสู่คำถามที่ต้องการ เช่น แทนที่จะถามว่า “ในรอบ 7 วันที่แล้วมา ท่านอ่านวารสารวิชาการเหล่านี้บ้างหรือไม่?”  ก็ถามเสียใหม่ว่า “ท่านมีเวลาอ่านวารสารวิชาการ ….. นี้บ้างหรือไม่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา”


การเรียงลำดับคำถาม (Sequence of questions)  ควรพิจารณาว่าจะนำคำถามใดขึ้นก่อน–หลังเพื่อความสะดวกแก่ผู้ตอบ อาจพิจารณาได้จาก


1. คำถามที่มีข้อความเกี่ยวข้องต่อเนื่องกันอยู่ในเรื่องเดียวกัน ก็ควรเรียงไว้ใกล้กัน หรือหมวดเดียวกัน

2. ควรเรียงลำดับคำตอบจากสิ่งที่คุ้นเคยที่สุด ไปหาสิ่งที่คุ้นเคยน้อยที่สุด คำถามที่ตอบต้น ๆ ควรส่งผลหรือก่อให้เกิดอิทธิพลต่อคำตอบในตอนท้าย ๆ ต่อเนื่องกันไป บางครั้งอาจใช้คำถามเฉพาะเจาะจงนำก่อน เพื่อจะช่วยให้ผู้ตอบเข้าใจความหมายคำถามทั่วไปดีขึ้น