ตำบลไตรตรึงษ์
อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร
ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนครไตรตรึงษ์
เป็นท้องถิ่นที่มีเมืองโบราณตั้งแต่สมัยทวารวดี
คือเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 15
และมีร่องรอยขอความเจริญในสมัยสุโขทัย
มีซากโบราณสถานปรากฏชัด
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสเมื่อเดือน
สิงหาคม พ.ศ. 2499
และมีพระราชวินิจฉัย
ถึงประวัติความเป็นมา
และลักษณะของศิลปกรรมไว้ในจดหมายเหตุเสด็จประพาสต้นครั้งที่
2
ในด้านวัฒนธรรมพื้นบ้าน ตำบลไตรตรึงษ์ โดยชาวบ้านวังพระธาตุ และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นกลุ่มชนดั้งเดิม อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชนบทของท้องถิ่นภาคกลาง มีวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมานาน ในด้านวรรณกรรมได้มีการเล่านิทานเรื่องท้าวแสนปมซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป มีการเล่นเพลงพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น เพลงระบำ ก.ไก่ เพลงคล้องช้าง มีการร้องเพลงกล่อมเด็ก เพลงแห่นาค เล่นปริศนาคำทาย คำเรียกขวัญ เป็นต้น นอกจากนี้กลุ่มชนที่อพยพมาตั้งรกรากภายหลังที่บ้านปากดง ก็นำวัฒนธรรมพื้นบ้านของตนเองมาผสมผสานกลมกลืนด้วย ได้แก่ กลุ่มชนที่อพยพมาจากตำบล
เขาทอง
อำเภอพยุหคีรี
จังหวัดนครสวรรค์
ได้นำเพลงรำโทนและเต้นกำรำเคียวมาสืบสานและเผยแพร่ด้วย
ผู้วิจัยได้ศึกษารวบรวมข้อมูลศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
จากชาวบ้านไตรตรึงษ์ มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.
2534 จนถึงปัจจุบัน
ได้นำข้อมูลวรรณกรรมพื้นบ้านไตรตรึงษ์มาจัดหมวดหมู่
วิเคราะห์รูปแบบ เนื้อหา และคุณค่าในด้านต่าง
ๆ พบว่า
วรรณกรรมพื้นบ้านไตรตรึงษ์
เป็นวรรณกรรมที่มีเอกลักษณ์และคุณค่าอย่างยิ่ง
เช่น
นิทานเรื่องท้าวแสนปมเพลงพื้นบ้าน
เพลงกล่อมเด็ก ปริศนาคำทาย
สมควรนำไปใช้จัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่าง
ๆ
เพื่อให้เยาวชนเห็นความงามของภาษาและคุณค่าของวรรณกรรมพื้นบ้าน
มีความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง
มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และร่วมกิจกรรมสืบทอด
ฟื้นฟู และเผยแพร่ต่อไป
จากแนวคิดดังกล่าว ผู้วิจัยได้นำวรรณกรรมพื้นบ้านไตรตรึงษ์
มาสร้างนวัตกรรมการสอนภาษาไทย
โดยนำข้อมูลวรรณกรรมพื้นบ้านไปออกแบบกระบวนการเรียนการสอนให้บูรณาการกับสาระในมาตรฐานการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
ได้แก่ การอ่าน
การเขียน การฟัง การดู การพูด
หลักและการใช้ภาษา และวรรณคดีและวรรณกรรม
และบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ เช่น
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ศิลปะ
ภาษาต่างประเทศ
โดยจัดทำเป็นหน่วยการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน
6 หน่วยย่อย ดังนี้
หน่วยที่
1
เรียนรู้วรรณกรรมพื้นบ้านไตรตรึงษ์
หน่วยที่ 2
ฝึกออกเสียงคำด้วยเพลงระบำ ก.ไก่
หน่วยที่ 3
ศึกษาการเพิ่มคำจากวรรณกรรมพื้นบ้าน
หน่วยที่ 4
วรรณกรรมพื้นบ้าน : สื่อสานคุณธรรม
หน่วยที่ 5
ภูมิปัญญาทางภาษา : เครื่องมือพัฒนาทักษะการคิด
หน่วยที่ 6
ความงามทางภาษาของเพลงระบำ
ก.ไก่
ซึ่งแต่ละหน่วยการเรียนรู้ย่อยมีองค์ประกอบคือ
หน่วยการเรียนรู้ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้
เรื่อง เวลาสอน
วิชา ช่วงชั้น
แผนการจัดการเรียนรู้ที่
สาระสำคัญ
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง สาระ
การบูรณาการ
กิจกรรมการเรียนรู้
สื่ออุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้
การวัดผลและประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.
เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมการสอนภาษาไทยจากวรรณกรรมพื้นบ้านไตรตรึงษ์
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหลังเรียนกับก่อนเรียนด้วยนวัตกรรมการสอนภาษาไทยจากวรรณกรรมพื้นบ้านไตรตรึงษ์
3. เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการใช้นวัตกรรมการสอนภาษาไทยจากวรรณกรรมพื้นบ้านไตรตรึงษ์
ตัวอย่างนวัตกรรมแบบหน่วยการเรียนรู้
แบบฝึกเรื่องโวหารภาพพจน์
1.
จงขีดเส้นใต้โวหารเปรียบเทียบที่เรียกว่า
อุปมา ในบทที่ยกมาให้
แล้ววิเคราะห์ว่าทำไมเขาจึงเปรียบเช่นนั้น
|
(ชาย) แม่ ฮ.นกฮูกฮาเฮ สวยเหมือนแม่นางฮองเฮา จะพาไปนอนทาวน์เฮาส์ ที่นครเซี่ยงไฮ้ (หญิง) พ่อ ฮ.นกฮูกตาโต พ่อปลากระโห้ไล่ฮุบ มีปากแต่ไม่ยอมหุบ เหมือนกับไอ้ตูบเซี่ยงไฮ้ |
คำตอบ เปรียบ……………………กับ…………………………เพราะ…………………………………
เปรียบ.........................กับ..............................เพราะ.........................................
2. คำเปรียบเทียบที่เป็นโวหารแบบอุปลักษณ์ในบทนี้มี 2 คำ แต่ละคำหมายถึงอะไร
|
(ชาย) แม่ ฎ.ชฎาเดินดง ถ้าได้น้องเอามาดู จะพาเดินดงดู่ ไม่ทิ้งน้องให้เดียวดาย (หญิง) พ่อ ฎ.ชฎาเดินดง พี่ได้ดมดอกมาดาม มาเห็นดอกดินดำดำ แล้วพี่จะทิ้งดูดาย |
คำตอบ 1.
คำว่า…………………………………หมายถึง………………………………………………
2.
คำว่า…………………………………..หมายถึง………………………………………………
3.
โวหารแบบปฏิพากย์
คือการนำคำตรงข้ามมาใช้ด้วยกันเพื่อเพิ่มหรือเน้นย้ำความหมาย
คำตรงข้ามในบทที่ยกมานี้ คือคำว่าอะไร
|
พ่อ ฬ.จุฬาใจลอย อย่ามาทำเป็นร้อน พี่ไประเหเร่ร่อน ไม่ร่มเย็นบ้างหรือไร |
คำตอบ……………………………………………………………………………………………………
4.
โวหารแบบอติพจน์
หรือการกล่าวเกินจริงในบทที่ยกมานี้
มีอะไรบ้าง
|
(หญิง) พ่อ ย.ยักษ์เนื้อเย็น มันไม่ได้เป็นคู่ย่าง ถึงน้ำตาหยดเป็นยาง ก็ไม่ได้พวงลำไย (ชาย) แม่ ฟ.ฟันหอมฟุ้ง ถึงอยู่กันคนละฟาก พี่ร้องเอารักมาฝาก เพราะอกพี่ร้อนเป็นไฟ |
คำตอบ…………………………………………………………………………………………
|
(ชาย) แม่ ว.แหวนสุกวาว พี่อยากจะเว้ากับน้องสักวัน แม่การเวกเสียงหวาน พี่ร้องวอนไม่วาย |
5.
บทที่ยกมานี้กล่าวถึงการเปรียบเทียบผู้หญิงเป็นนกการเวก
แล้วผู้ชายอ้อนวอนนกการเวก
ขอพูดคุยด้วย
การเปรียบแบบนี้เรียกว่าโวหารภาพพจน์แบบใด
คำตอบ……………………………………………………………………………………….
6.
จากข้อความที่ยกมานี้
น้ำเชื่อม กับ ลูกหว้า
เป็นสัญลักษณ์ หมายถึงอะไร
|
(หญิง) พ่อ ฉ.ฉิ่งของฉัน พอเห็นน้ำเชื่อมกระฉ่อน พอได้ชิมเพียงหนึ่งช้อน ก็ลืมแม่ช่อจันทร์ฉาย (หญิง) พ่อ ว.แหวนสุกวาว อย่ามาหลอกกินลูกหว้า เดี๋ยวน้องจะนอนผวา ในเมื่อลูกหว้าน้องวาย |
คำตอบ........................................................................................................................
7. การใช้ภาพพจน์แบบเลียนเสียงธรรมชาติ บทที่ยกมา ใช้เสียงตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ ถ้าไม่ตรงเป็นเพราะเหตุใด
|
(ชาย) แม่ ฆ.ระฆังดังเคร่ง หรือจะไม่ได้ประคอง แม่นมคัดเหมือนปุ่มฆ้อง หรือรักคาอยู่กับใคร |
คำตอบ....................................................................................................................
8. บทที่ยกมามีการใช้โวหารภาพพจน์หรือไม่
|
(หญิง) พ่อ ซ.โซ่เดินเซ่อ อย่าทำกระเซอเสียดสี อย่ามาทำเซ้าซี้ เดี๋ยวจะโดนส้นตีนซ้าย (หญิง) พ่อ ส.เสืออย่าเสือก น้องไม่ใช่คนสำส่อน ไม่มีใครสั่งใครสอน สัญชาติคนเสียนิสัย |
คำตอบ...............................................................................................
9.
จงพิจารณาโวหารภาพพจน์ ในบท พ.พาน กับ ภ.สำเภา
ว่าใช้โวหารภาพพจน์แบบเดียวกัน
หรือไม่
ถ้าไม่ใช่ เป็นแบบใดบ้าง
|
(ชาย) แม่ พ.พานงามพร้อม เสียงช่างเพราะเหมือนพิณ พี่อุตส่าห์โผผิน มาหาแม่ผ่องอำไพ (หญิง) พ่อ ภ.สำเภากางใบ พอถูกสายลมพัดพา พี่ได้กินกุ้งพล่า มาลืมพลับพลึงกลางไพร |
คำตอบ................................................................................................................................
10. คำเปรียบเทียบว่า “คนใจฟาง” ในบทนี้หมายความว่าอย่างไร
|
(หญิง) พ่อ ฟ.ฟันหอมฟุ้ง น้องไม่ใช่คนใจฟาง บอกแล้วไม่เชื่อฟัง ยังมาทำใจร้อนเป็นไฟ |
คำตอบ……………………………………………………………………………………………………….
สวัสดีค่ะคุณครุ
น่าสนใจมากค่ะ ด้วยเหตุผลสองอย่าง
อย่างแรกเพิ่งกลับจากการไปส่งเพื่อนครูที่ย้ายกลับสุโขทัยและแวะเที่ยว ผ่านกำแพงเพชรมาเมื่อวานนี้ ได้พบสิ่งที่ดีเก่าๆที่มีค่าควรรักษา และอนุรักษ์ไว้ อย่างที่สองก็เป็นครูภาษาไทย เปิดสอนภาษากับวัฒนธรรม ม.ปลาย อ่านของครูแล้วน่าอิจฉาที่มีวรรณกรรมพื้นบ้าน มีอะไรๆให้เรียนรู้ที่ใกล้ตัว แล้วจะมาขอคำแนะนำจากครูหม่วยบ้างนะคะ
ไม่เข้าใจ
ตอบคุณเมษา ถ้าไม่เข้าใจแล้วอยากจะเข้าใจ ไปดูงานวิจัยฉบับเต็มในไฟล์อัลบั้ม
ของเจ้าของบล็อกได้เลยนะคะ
นิชรา
สวัสดีคะ
เป็นเรื่องที่สนใจมาก จนดิฉันคิดอยากจะนำรูปแบบของอาจารย์มาใช้กับเด็กนักเรียนของตนเองเพราะเด็กนักเรียนมีภาษาถิ่นเป็นภาษาเขมร มี วรรณกรรมท้องถิ่น แต่ดิฉันพูดภาษาถิ่นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และก็เป็นโรงเรียนประถมศีกษา คิดว่าจะมาขอคำแนะนำจากอาจารย์ ขอขอบพระคุณคะ
สวัสดีค่ะ
เพิ่งเข้ามาเพิ่งเจอค่ะ
ดีใจที่มีเว็ปไซต์ถามตอบแบบนี้มีประโยชน์มากค่ะ
กำลังเรียนรามคำแหงศึกษาศาสตร์เอกภาษาไทยค่ะ
แต่อยู่ต่างประเทศตอนนี้ต้องทำแผนการสอนเกี่ยวกับการสอนภาษาไทยให้เด็กญี่ปุ่นระดับประถมศึกษาค่ะ คิดว่าจะสอนเรื่องเจ็ดสีเจ็ดวันในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ เพราะญี่ปุ่นไม่มีเรื่องนี้คิดว่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับเด็ก แต่กิจกรรมที่จะนำมาเร้าความสนใจเด็กเช่นเพลงค่ะ คิดไม่ออกมีเพลงแนวนี้แนะนำไหมคะ อีกเรื่องคือ ต้องทำนวัตกรรมมาหนึ่งอย่าง ตอนนี้ยังคิดไม่ออกค่ะ กรุณาแนะนำด้วยค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ
ฌิชา
อาจารย์ค่ะหนูอยากได้เนื้อร้องของเพลง ระบำ ก.ไก่ ค่ะ
รักและเคารพอาจารย์
ตอบกาญจนา ตามลิงก์ไปเลย
http://gotoknow.org/file/nichara_pr/%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C.doc