เมืองปายในยามปลายฝนต้นหนาว

ช่วงนี้ปิดเทอม ได้มีโอกาสท่องเที่ยวพักผ่อน ก่อนจะต้องกลับมาทำงานเป็นแม่พิมพ์.....

ในเวลาบ่าย 2 โมง ของวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2550 มีเพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยวเมืองปาย เมื่อได้ยินคำชวน ไม่ลังเลตอบตกลงทันที ด้วยความที่เป็นคนชอบเที่ยว

เดินไปบอกแม่กับพี่สาว อาบน้ำแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ไปเที่ยวเมืองปายกันเถอะ ทั้งแม่และพี่สาว ก็ไม่ลังเลเช่นกัน ทุกคนรีบเร่งจัดการกับตัวเองเรียบร้อย

ขับรถออกจากบ้าน แวะเติมลมยาง แวะเติมน้ำมันและก๊าซ LPG เต็มถัง ขับไปรับเพื่อน ณ ที่นัดหมาย

เวลาบ่าย 3 โมง จึงได้เวลาเดินทางออกจากเชียงใหม่ ตรงไปยังเส้นทางแม่ริม ผ่านอำเภอแม่ริม ถึงทางยากสายใหม่แม่มาลัย เลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งตรงไปยัง อ.ปาย แม่ฮ่องสอน

ตลอดทาง ถนนคดเคี้ยว บรรยากาศข้างทางเต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ ต้นไม้เขียวขจี เพราะได้รับน้ำฝนอันชุ่มเย็น ขับรถไปตามทาง ผ่านน้ำตกหมอกฟ้า น้ำพุร้อนโป่งเดือด  ห้วยน้ำดัง ซึ่งก็เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวทั้งนั้น สวยงามน่าชม การเดินทางเป็นแบบขึ้นเขาตลอดทาง

จนมาถึงด่านตรวจของทหาร  เราเลยขอแวะพักเข้าห้องน้ำ และยอดเหรียญบำรุงค่าน้ำค่าไฟ

จากนั้นก็เดินทางต่อ จากนี้ทางเป็นแบบลงเขาอย่างเดียว ทั้งคดเคี้ยว จนรู้สึกเวียนหัวอยู่เหมือนกัน

บรรยากาศข้างทางสุดจะบรรยาย เพราะมีฝนตนบ้าง อากาศเย็น เปิดกระจกรถรับลมข้างนอก มีเมฆขาวบาง ๆ ลอยอยู่แค่มือเอื้อม ตอนนี้เราเหมือนอยู่เหนือเมฆ อากาศช่างดีอะไรเช่นนี้.... พวกเราทำการสูดเอาออกซิเจนให้เต็มปอด

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงยังสัญลักษณ์ของเมืองปาย อันดับแรกที่ทุกคนเมื่อเดินทางมาถึงจะต้องแวะเพื่อถ่ายรุป นั่นก็คือ สะพานประวัติศาสตร์

สะพานประวัติศาสตร์

ตามด้วยภาพบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติข้างทางในเวลายามเย็น

ทุ่งนาข้าวที่กำลังเขียวขจี บางต้นก็ออกรวงข้าวเหลืองอ่อน ท้องฟ้ามีเมฆก่อตัวบ้างเล็กน้อย

ใต้สะพานข้ามแม่น้ำ พระอาทิตย์กำลังจะตก แสงแดดสะท้อนกับน้ำ สวยงามได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง

เมื่อชมบรรยากาศที่สะพานประวัติศาสตร์ ได้เวลาพอสมควร เราจึงเดินทางต่อไปเพื่อเข้าสู่เมืองปาย ด้วยเวลาประมาณ 5 โมงเย็น

เมืองปายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีร้านอาหารและที่พักมากมาย

นี่ก็เป็นตัวอย่างการจัดร้านอีกร้านหนึ่งในตัวอ.ปาย พระอาทิตย์ตกไปแล้วความมือเริ่มคลืบคลานเข้ามาแทนที่ ร้านต่างๆ  เริ่มเปิดไฟ ด้วยโคมไฟบ้าง ด้วยตะเกียงเจ้าพายุบ้าง จุดเทียนไขบ้าง โอ้.... มันช่างสวยงามอะไรอย่างนี้

นี่เป็นบ้านพักริมน้ำปาย ซึ่งเรียงรายสวยงามอยู่เต็มไปหมด

เราลงเดินเที่ยวชมบรรยากาศในเมืองปายได้สักพัก ก็เริ่มมืด จึงได้ขับรถชมรอบ ๆ 

ทันใดไฟฟ้าก็ดับทั้งเมือง ... แต่ก็ไม่เห็นมีคนตื่นเต้น เพราะจากการสอบถาม เค้าบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพราะไฟฟ้าที่เมืองปายไม่พอใช้ ซึ่งขณะนี้ทางการไฟฟ้าก็กำลังจะขยายเพิ่ม แต่ยังไม่เสร็จ

เค้าแก้ไขปัญหากันโดยใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟบ้าง ใช้ตะเกียงเจ้าพายุบ้าง ใช้เทียนไขบ้าง ก็เป็นธรรมชาติกลับไปสู่เมื่อ 10 - 20 ปีที่ผ่านมา

เรารู้สึกว่าจะเริ่มหิวกันแล้ว จึงแวะตลาดซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง ทานกันในรถอย่างเอร็ดอร่อย  เราขับรถมาจอดที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ซึ่งยังสว่างอยู่ด้วยไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ ร้าน 7 eleven ก็ปิดเพราะให้บริการไม่ได้ 

รอประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ไฟฟ้าจึงจะมา ซึ่งก็เป็นเวลาเกือบ 1 ทุ่ม ก็ขับรถไปวนรอบในเมืองปายอีก 1 รอบ และก็ตัดสินใจกลับ ออกจากเมืองปายมาประมาณ ทุ่มครึ่ง

ในช่วงขากลับ ฝนตนเกือบตลอดทาง เพื่อนขับรถแบบชำนาญทางมาก เราต้องเหยียบเบรคไปด้วยตลอดทาง ข้างหลังแม่กับพี่สาวเมื่อกินอิ่มแล้วก็นอนหลับไป ซึ่งก็ดีนะไม่ต้องมาลุ้นกับการเดินทางที่น่าตื่นเต้น....

และแล้ว...เราก็เดินทางมาถึงแม่มาลัยด้วยความปลอดภัยในเวลา 3 ทุ่มครึ่ง

งานนี้ไม่ได้ใช้น้ำมันเลย วิ่งด้วยแก๊ส LPG อย่างเดียวก็ประหยัดดี หมดค่าแก๊สไปประมาณ 350 บาท

กลับมาถึงบ้านประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง

สนุกสนาน ใครที่ไม่เคยไปเที่ยวเมืองปาย ช่วงหน้าหนาวก็อย่าลืมนะคะ สวยงามมาก ขอบอก...

แต่ถ้าชาว blogger อยากไปเที่ยวก็อาจจะติดต่อคุณ จตุพร ก่อนก็ได้นะคะ