ผมมาฟิลิปปินส์คราวนี้ Gene เพื่อนชาวตากาล็อกของผมที่รู้จักกันที่สิงคโปร์ตามบันทึกนี้ี้ เอาใจใส่ผมเป็นพิเศษ ก่อนผมเดินทางมาเกือบสองเดือน เขา mail มาหาผมถามว่า สัดส่วนเท่าไร เพราะเขาอยากจะตัดชุดประจำชาติของฟิลิปปินส์ที่เรียกว่า Barong Tagalog แบบ tailored made คือ วัดตัวกันอย่างละเอียด ให้ผมใส่ในงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการของการประชุมที่เรียกว่า cultural night
ผมบอกว่า อย่าเลย เพราะวันงานผมควรแต่งชุดประจำชาติไทยมากกว่า แต่เขายืนกรานจะตัดเสื้อให้ผมใส่ให้ได้
เมื่อมาถึง เขาเอาชุดที่ตัดมาให้ผมถึงโรงแรมที่พัก ในสภาพเหมือนเวลาเราได้สูทสากล คือมีที่แขวนเสื้อพร้อมถุงพลาสติกหุ้มมาสองชั้น และอธิบายวิธีการใส่ให้ฟังอย่างละเอียด ผมรู้สึกถึงความภูมิใจในวัฒนธรรมประจำชาติของเขาชิ้นนี้ รู้สึกเกรงใจว่า เขาอุตส่าห์จัดการทุกอย่างแล้ว จะปฏิเสธว่าไม่ใส่ก็คงไม่ดีแน่ เลยบอกเขาว่า ขอไม่ใส่ในงานเลี้ยง แต่จะใส่ขึ้นเวทีตอนต้องพูดในห้องประชุมใหญ่วันสุดท้ายแทน ตามบันทึกนี้ เขาก็ตกลง
การใส่เสื้อประจำชาติของเขามีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยหลายอย่างที่ผมสอบถามเขา เพราะรู้สึกว่า ถ้าจะใส่ชุดประจำชาติของเขาก็ควรจะใส่ให้ถูกต้อง เป็นการให้เกียรติและเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของเขาไปในตัว ผ่านเรื่องการแต่งกาย
- ชุดนี้ทำจากผ้าป่านใยสับปะรด มีลายที่ปักกับมือตรงหน้าอก บางและมองเห็นทะลุไปถึงด้านใน จึงต้องใส่เสื้อไว้ด้านในอีกตัว และควรเป็นเสื้อคอกลมแขนสั้นสีขาวไม่มีลาย โดยเสื้อตัวในใส่ไว้ในกางเกงอย่างเรียบร้อย ปัญหาคือ ผมมีแต่เสื้อกล้ามไว้ใส่กับเสื้อสีขาวของผมตามปกติเท่านั้น ไม่มีเสื้อยืดคอกลมติดมาด้วย เขายืนยันว่า ที่เหมาะสมควรเป็นเสื้อมีแขนไม่ควรใส่เสื้อกล้าม
- ความจริงผมแอบเห็นคนฟิลิปปินส์ใส่เสื้อกล้ามไว้ข้างในเหมือนกัน แต่ก็อยากทำทุกอย่างตามเขาให้ถูกต้องกำลังคิดว่าคงต้องไปซื้อเสื้อคอกลมสีขาวมาสักตัว แต่หันไปเห็นเสื้อคอกลมผ้าป่านสีขาวที่ผมใส่นอนเป็นประจำ เลยถามเขาว่า ใส่เสื้อนอนตัวนั้นแทนได้มั๊ย เขาบอกให้ผมลองใส่ดู ปรากฏว่าพอใส่ลงไป มองไม่เห็นกระดุมแถวหน้าของเสื้อตัวในเพราะสาบเสื้อบังพอดี แต่มองเห็นกระเป๋าหน้าอกด้านซ้ายอยู่บ้าง เขาบอกผมว่า ไม่ค่อยดีเท่าไรที่เห็นกระเป๋าเสื้อ ผมบอกว่า งั้นผมเลาะมันออกก็ได้ เพราะเสื้อนอนตัวนี้ ผมใ่ส่มาจนจะเปื่อยอยู่แล้ว เขาบอกว่า ไม่ต้อง และมันดีกว่าการใส่เสื้อกล้าม
- กางเกงเขาให้ผมใส่สีดำเท่านั้น แต่ก็บอกว่า ถ้าจะอนุโลมก็คงให้เป็นสีน้ำเงินเข้มหรือน้ำตาลเข้ม และต้องใส่กับรองเท้าหนังสีดำถุงเท้าดำเท่านั้นด้วย ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่มีปัญหา เพราะผมใส่แบบนั้นเป็นปกติของผมอยู่แล้ว
- ผมถามเขาว่า เราควรใส่ในโอกาสอะไรบ้าง เขาบอกว่าผู้ชายจะใส่ในงานที่เป็นทางการ เช่น งานเลี้ยงกลางคืน งานแต่งงาน งานพิธีสำคัญต่างๆตลอดชีวิต ผมถือโอกาสถามเขาว่า แล้วงานศพใส่ได้มั๊ย เขาบอกว่า ใส่ได้ และเป็นตัวเดียวกันได้ด้วยถ้าเป็นสีขาวอยู่แล้ว เขาไม่ถือว่า เสื้อตัวนี้ใส่งานมงคลหรือไม่มงคล
- การดูแล เขาบอกว่าให้ดูแลเหมือนสูท ซึ่งหมายถึงต้องซํกแห้ง เพราะผ้าบอบบาง แต่ความจริงการดูแลสูทของผม หมายถึง ไม่ต้องซัก
ผมคิดว่า เสื้อตัวที่เขาตัดให้ผมใส่คงมีราคาสูงพอสมควร จึงบอกให้เขารับรู้ คำพูดหนึ่งของเขาที่ผมต้องจำเอาไว้ทุกครั้งที่จะใส่เสื้อตัวนี้ในโอกาสต่อไป คือ Don't cheapen it ซึ่งผมแปลเอาเองว่า อย่าเอาเสื้อตัวนี้ไปใส่ในโอกาสหรือด้วยวิธีการที่ทำให้มันถูกลดคุณค่าลงไป
ผมใส่ barong tagalog ขึ้นพูดบนเวทีตามที่บอกเขา และตบท้ายคำพูดตอนจบ ขอบคุณ Gene และบอกผู้ฟังทุกคนในห้องประชุมว่า ผมก็รู้สึกภูมิใจที่ได้สวมเสื้อประจำชาติของเขาครับ

Gene ยืนยิ้มแป้นอยู่คนที่สองจากทางซ้าย ซ้ายมือสุดคือคุณหมอโรจน์..โรจน์ศักดิ์ ผู้หญิงคือ คุณกานดาวศรี พยาบาลมือหนึ่งเรื่องการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของม.อ. แล้วขวาสุดคือคุณหมอ Dinesh จากอินเดีย เพื่อนร่วมรุ่นผม ผมถ่ายหน้าโรงแรม Sofitel Philippine Plaza ที่จัดประชุม
๒๙ กันยายน ๒๕๕๐
รูปที่คุณหมอใส่ชุดประจำชาติ เป็นยังไงบ้าง อยากดูค่ะ
คุณหมอโรจน์ก็ไปหรือคะ คงจะได้อ่านเรื่องเล่าดีดีนะคะ จะรออ่านค่ะ
นาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี <p>ติดใจคำนี้ </p><p style="background-color: #00ffff"> Don't cheapen it </p><p>อาตมาคิดว่ามีความหมายลึกซึ้งด้านมิตรภาพ </p><p>เจริญพร </p>
แวะไปอ่านเรื่องราวต่อเนื่อง ท่ี บันทึกนี้ ของหมอโรจน์ นะครับ
ผมคิดว่า Gene เป็นคนที่ friendly มาก ผมรู้สึกว่าเขามีความเป็นคนที่จริงใจ+จริงจังมาก ยังไงฝากความคิดถึง ถึง Gene ด้วยนะครับ