ตำราดูพระ-ภิกษุสันดานกา

ตำราดูพระ
ตำราดูพระ เห็นหัวเรื่อง อย่าพึ่งเข้าใจผิดคิดว่าดูพระเครื่อง บังเอิญช่วงนี้หากได้ดูข่าวจะเห็นเรื่องของพระ พระธนพล เขปญโญ จาก วัดบุญเกิด ตำบลโพธิรังนก จังหวัดอ่างทอง ที่ออกมาประท้วงเรื่องภาพเขียน ของน้อง อนุพงษ์ จันทร ที่เขียนภาพ ภิกษุสันดานกา ออกมา ซึ่งเป็นศิลปินรุ่นใหม่เขียนภาพออกมาเพราะ น้องเค๊า บอกว่า ผมมองไปถึงปัญหาของสังคมในปัจจุบัน ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น ให้คนในสังคมได้ฉุกคิด ภาพของผมต้องการสื่อว่า มีคนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยศาสนาเป็นเครื่องหาผลประโยชน์                   ความจริง คำว่า ภิกษุสันดานกา เป็นคำที่มีอยู่แล้วจริงตามพระไตรปิฎก ที่พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ถึงภิกษุลามกรูปหนึ่ง ที่ไม่ควรค่าแก่การกราบไหว้  หากเราได้ศึกษาพระไตรปิฎก หลายคนคงจะทราบได้ว่า พระภิกษุในสมัยพุทธกาลหรือสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนมชีพอยู่ก็มีการประพฤติปฏิบัติที่นอกลู่นอกทาง จนพระพุทธองค์ต้องบัญญัติเป็นวินัยหรือข้อห้ามเอาไว้เช่นกัน ทั้งนี้ เพราะผู้ที่มาบวชเป็น พระภิกษุ ก็มาจากคนที่แตกต่างหลากหลาย แต่สิ่งสำคัญคือ ความต้องการมาศึกษาและเรียนรู้ ธรรมะ เพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์ตั้งแต่ระดับธรรมดาสามัญจนไปถึงขั้นนิพพาน ดังนั้น ในระหว่างบวชเรียน จึงมีความต่างจาก ปุถุชน ก็ตรงที่ต้องศึกษา ธรรมะ ของพระองค์ให้ถ่องแท้ และต้องประพฤติตัวอยู่ในธรรมวินัย โดยมี ผ้าเหลือง เป็นเสมือนเครื่องแบบให้ผู้บวชได้เกิดความสำรวม และระลึกเสมอว่าตนเข้ามาในร่มเงาผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อการใด และเมื่อเรียนรู้แล้วก็ต้องดำรงตนให้เหมาะสม อีกทั้งต้องช่วยเผยแผ่ ธรรมะ ให้แพร่หลายออกไปเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป             ดังนั้น ในเมื่อเราเป็นพุทธศาสนิกชน เราควร ใคร่ครวญดูว่า พระภิกษุแบบไหนที่เราควรกราบไหว้ หรือแบบใดที่เราควรห่างไกล ๑)      ภิกษุทำธรรมะให้อันตรธาน ๒)    ภิกษุหมองู ๓)     ภิกษุโอ้เอ้ ๔)     ภิกษุเห็นแก่นอน ๕)    ภิกษุชอบหญิง ๖)      ภิกษุป่าช้าดิบ ๗)    ภิกษุขี้เรื้อน ๘)    ภิกษุน้ำติดกะลา ๙)      ภิกษุเถระวิปริต ๑๐)  ภิกษุทำศาสนาให้เสื่อม ๑๑)  ภิกษุนกแก้ว นกขุนทอง ๑๒) ภิกษุเก๊ ๑๓) ภิกษุเห็นแก่การอยู่ดี ๑๔) ภิกษุลามก ๑๕) ภิกษุไม่พ้นทุกข์ ๑๖)  ภิกษุอุจจาระ ๑๗) ภิกษุโจรกำเริบ ๑๘) ภิกษุเถวระที่ต้องระวัง ๑๙)  ภิกษุเปลือกปอ ๒๐) ภิกษุสันดานกา ๒๑) ภิกษุแกลบ ๒๒)ภิกษุติดบ่วงกามคุณ ๒๓) ภิกษุตกเหว ๒๔) ภิกษุเนื้อนาที่ไม่เกิดบุญ ๒๕) ภิกษุกินอุจจาระ ๒๖) ภิกษุเถระโลเล ๒๗) ภิกษุธรรมทายาท ในที่นี้จะนำเฉพาะ ภิกษุสันดานกา ขึ้นมากล่าวเท่านั้น ภิกษุทั้งหลาย! กา เป็นสัตว์ที่ประกอบไปด้วยความเลว ๑๐ ประการ ๑๐ ประการอะไรกันเล่า? ๑๐ ประการ คือ          กา เป็นสัตว์ทำลายความดี          กา เป็นสัตว์คะนอง          กา เป็นสัตว์ทะเยอะทะยาน          กา เป็นสัตว์กินจุ          กา เป็นสัตว์หยาบคาย          กา เป็นสัตว์ไม่กรุณาปรานี          กา เป็นสัตว์ต่ำช้า          กา เป็นสัตว์ร้องเสียงอึง          กา เป็นสัตว์ปล่อยสติ          กา เป็นสัตว์สะสมของกิน          ภิกษุทั้งหลาย! กาเป็นสัตว์ที่ประกอบด้วยความเลว ๑๐ ประการเหล่านี้          ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุลามกก็เช่นเดียวกับกานี้แหละ เป็นคนประกอบด้วยอสัทธรรม ๑๐ ประการ ๑๐ ประการอะไรกันเล่า? ๑๐ ประการ คือ          ๑. ภิกษุลามก เป็นคนทำลายความดี          ๒. ภิกษุลามก เป็นคนคะนอง          ๓. ภิกษุลามก เป็นคนทะเยอทะยาน          ๔. ภิกษุลามก เป็นคนกินจุ          ๕. ภิกษุลามก เป็นคนหยาบคาย          ๖. ภิกษุลามก เป็นคนไม่กรุณาปราณี          ๗. ภิกษุลากมก เป็นคนต่ำช้า          ๘. ภิกษุลากมก เป็นคนพูดเสียงอึง          ๙. ภิกษุลามก เป็นคนปล่อยสติ          ๑๐. ภิกษุลามก เป็นคนสะสมของกิน          ภิกษุทั้งหลาย! ภิกษุลามกเป็นคนประกอบด้วยอสัทธรรมสิบประการเหล่านี้ แล.           (คัดจากบาลีพระพุทธภาษิต ทสก.องฺ ๔/๑๕๙/๗๗ ตรัสแก่ภิกษุทั้งหลาย ถ้าใครจะเรียกภิกษุรูปใดว่าเป็นภิกษุลามก ภิกษุนั้นคงโกรธมาก เพราะถือเป็นการประณามที่หนักแต่พระพุทธเจ้าจำแนกลักษณะของภิกษุลามกไว้ถึง ๑๐ อย่าง ภิกษุหรือฆราวาสทั่วไปน่าจะจำลักษณะเหล่านี้ไว้เป็นสูตรวัด ความเป็นภิกษุไม่ว่าเถระหรือลูกวัด เพื่อจะได้รู้ว่าเรากราบไหว้ภิกษุดี หรือภิกษุลามก)ความจริงต้องขอขอบคุณ พระธนพล เขปญโญ จาก วัดบุญเกิด ตำบลโพธิรังนก จังหวัดอ่างทอง ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จัก ตำราดูพระ และน้อง อนุพงษ์ จันทร ควรกราบขอบพระคุณท่านที่ทำให้น้องเค๊าเป็นที่รู้จักในผลงานศิลปินของเค๊า

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Diary



ความเห็น (1)

ขอบคุณที่นำมาให้เรียนรู้กันครับ

คำสำคัญ (Tags)

#ธรรมะ

หมายเลขบันทึก

137064

เขียน

10 Oct 2007 @ 14:51
()

แก้ไข

17 Jun 2012 @ 21:47
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก