อดีต ด้านการเกษตรรัฐเป็นผู้ให้จะมีงบประมาณและบุคลากร ประชาชนชนบทยึดติดความคิดกับหน่วยงานที่ดูแลเขา คือ
1. กระทรวงมหาดไทย ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน2. กระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ ครู3. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ เจ้าหน้าที่เกษตร4. กระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ สถานีอนามัยปี 2540 มีการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปกครองตนเองภารกิจเชิงการให้บริการ บทบาทของเจ้าหน้าที่เกษตรจะเริ่มต้นปรับบทบาท จากผู้ให้ความรู้ ผู้ปฏิบัติ และงบประมาณ เป็นการให้ความรู้และกระบวนการ คณะกรรมการกระจายอำนาจจัดสรรเงินงบประมาณที่มีไปให้ไว้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โอนภารกิจศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยได้ออกกฎมาเป็นพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ คือ ในปี พ.ศ. 2542 กับ 2543 ทั้งส่วนของเจ้าหน้าที่เกษตรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เข้าใจแผนการกระจายอำนาจ การโอนเงินงบประมาณอุดหนุนมาให้เป็นก้อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการตามภารกิจที่มีอยู่ และที่ได้รับการถ่ายโอนมา ทำให้เป็นจุดเปลี่ยน จุดอ่อนของการพัฒนาซึ่งกันและกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เข้าใจเรื่องศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">การบริหารจัดการ ควรให้การถ่ายทอดความรู้ภารกิจที่ถ่ายโอนให้แก่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนายกเทศบาล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปัจจุบัน ทุกฝ่ายต้องมาทำความเข้าใจ บทบาทของบุคลากรเชื่อมงานของสำนักงานเกษตรกับศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ให้เป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเกษตรเป็นฝ่ายวิชาการ เป็นพี่เลี้ยง ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งขยัน บางแห่งทำเป็นนิ่ง</p> สร้างความเข้าใจ และการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 1. วิธีการได้มาซึ่งงบประมาณของท้องถิ่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 1.1 เงินอุดหนุน รัฐจัดสรรให้ดำเนินการทำภารกิจ ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ต้องมีในแผนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 1.2 เงินภาษีที่รัฐจัดสรรมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนที่เป็นนโยบายหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 2. สร้างความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ว่างานเกษตรมาจะต้องเอาเงินมาด้วย</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมองเรื่องการเกษตรไม่ใช่เรื่องสำคัญ มองด้านอื่นเป็นหลัก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 4. การปรับบทบาทของคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯ ต้องปรับ ทำอย่างไรให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประธานโดยตำแหน่ง และปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเลขานุการ</p> 5. การสร้างความสัมพันธ์ ความผูกพัน ของเจ้าหน้าที่เกษตรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีมากน้อยเพียงใดการจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้สามารถบริการได้รวดเร็ว คล่องตัว สำนักงานเกษตรบริหารจัดการความรู้ กระบวนการสนับสนุน ถ้าประสานงานไม่ได้จะทำให้เนื้องานลดลง การเชื่อมการเขียนโครงการงบประมาณ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 1. เขียนโครงการให้ศูนย์บริการฯ มีเงินงบประมาณ โดยให้คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯ เป็นผู้เขียนโครงการ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นการเมืองต้องมีการต่อรองให้กับชมรมเกษตร นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องให้งบประมาณสนับสนุน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 3. ให้ศูนย์บริการฯ เป็นพลังทางมวลชน เพื่อของบประมาณ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 4. ภารกิจด้านการเกษตรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถทำได้ทุกอย่าง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 5. จุดอ่อนผู้ตรวจสอบจะอ้างภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่เกษตรเขียนขอสนับสนุนงบประมาณเองไม่ได้ ต้องให้คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯ เสนอขอเงินอุดหนุนโครงการ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยศูนย์บริการฯ และนำโครงการไปไว้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแผนสามปี แผนห้าปี ให้ศูนย์บริการฯเป็นผู้ดำเนินการ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 72pt" class="MsoNormal">1. ศูนย์บริการฯ เป็นตัวขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรให้เป็นไปในทิศทาง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เดียวกัน เป็นกลไกในการส่งเสริมการเกษตร เป็นความสำเร็จของงานร่วมกัน และบทบาทจะเปลี่ยนไป </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">2. การถ่ายโอนไม่ได้ถ่ายโอนขาดจะมีผลงานมาตรฐานถูกกำหนดโดยหน่วยงานเดิม แต่</p>งบประมาณอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 3. บรรจุแผนงานโครงการไว้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นแผนสามปี แผนห้าปี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 4. ต้องทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเสนอของบประมาณโครงการสนับสนุน ว่างบประมาณเงินอุดหนุนมีงบประมาณบริหารจัดการศูนย์บริการฯ อยู่ด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับเงินงบประมาณและภารกิจด้วย</p> สรุปได้ว่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 1. นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่เข้าใจเรื่องเงินงบประมาณและภารกิจที่ถ่ายโอน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 2. ข้าราชการไม่ทำความเข้าใจกับนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าใจว่าการถ่ายโอนศูนย์บริการฯ จะมีเงินงบประมาณให้ตามมา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"> 4. แผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล แผนสามปี แผนห้าปีไม่มี คิดทำแผนปีต่อปี จำเป็นต้องสร้างแผนระยะยาวต่อเนื่อง ถ้าไม่มีแผนให้โอนเงินงบประมาณคืน</p> 5. การทำโครงการต่างๆ ทุกตำบลต้องบูรณาการกัน เช่น การป้องกันกำจัดศัตรูพืช <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> 6. การดำเนินการแผนงานโครงการท้องถิ่นดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์จังหวัด อำเภอ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และแผนความต้องการของประชาชนแต่ละท้องถิ่นไม่เหมือนกัน เป็นไปตามนวัตกรรมของแต่ละท้องถิ่น</p>และเป้าหมายสูงสุดคือ ประชาชนอยู่ดี กินดี มีสุข
หวัดดีพ่อลูกสาม
พึงได้แวะเข้ามาทักทายเพื่อน เขียนเล่าเรื่องที่มีสาระแบบสนุกมากๆหน่อยนะจะ จะคอยอ่าน