ปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปมากการเป็นอยู่ในสังคมสมัยนี้ก็ไม่เหมือนสมัยก่อนเมื่อประมาณ 40 กว่าปี ทำให้คนสมัยนี้มีความลำบากต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดบางคนก็ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง อย่างมากมาย ทำถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่อีกคนกลุ่มหนึ่งต่อสู้ดิ้นรนจนสุดชีวิตก็ไม่สามารถจะลืมตาอ้าปากได้นั่นแหละ คือ ชาวนา ผมอีกคนหนึ่งที่เป็นลูกชาวนาและเป็นชาวนา การทำนาสมัยนี้ลงทุนมากต้องซื้อต้องจ้างทุกสิ่งทุกอย่างทำให้การทำนาขาดทุนตลอดมา ผมมีโอกาสได้ไปอบรมในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศเกี่ยวกับเกษตรโดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ทฤษฎีใหม่ได้เรียนรู้บ่อยครั้งจนสามารถทำให้ตัวเองตัวอยู่อย่างพอเพียงและได้นำความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในชุมชนและนอกชุมชนอื่น ๆ ทำให้คนที่ไม่เคยรู้ไม่เคยได้ฟัง ทำให้เข้าใจและสามารถที่จะเปลี่ยนวิธีคิดให้สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่ง การพึ่งตนเองโดยการลดรายจ่ายลง เช่น การทำสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ทำปุ๋ยหมัก ทำน้ำหมัก ตลอดจนวิธีการจัดการในแปลงนาของตนเองให้มีความหลากหลายทางชีวภาพโดยยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามทฤษฎีใหม่ โดยแบ่งพื้นที่เป็น 30 : 30 : 30 : 10 = 1. แหล่งน้ำ 2. ที่นา 3. พืชสวน,พืชไร่ 4. ที่อยู่อาศัย ให้มีความเป็นอยู่พอเพียงและยั่งยืน
นายมนัส มันจำกลาง 493012310258
ประสบการณ์ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนของตนเอง
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
น้องแป๋ว · 9 ต.ค. 2550
บอย สหเวช · 9 ต.ค. 2550
นาย ดุสิต หังเสวก · 9 ต.ค. 2550
ประจวบ · 9 ต.ค. 2550
NIKHOM · 9 ต.ค. 2550