ปั๊บสา-ปั๊บใบลานคือขุมความรู้ที่เราได้ศึกษาค้นคว้า"ตำราสมุนไพรล้านนาแบบโบราณ"
ตำราการนำสมุนไพรมาอบร่างกายของคนล้านนาสมัยก่อนได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยตัวอักษรล้านนา บางฉบับค่อนข้างอ่านยาก แต่ด้วยความสนใจที่ยวดยิ่งทำให้เกิดความมุมานะจนประสบผลสำเร็จสามารถนำองค์ความรู้จากตำรามาประยุกต์ใช้ให้แก่ผู้คนปัจจุบันทำการอบรักษาร่างกายให้ปราศจากโรคภัยใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข ด้วยหมวดตำรายาสมุนไพร เช่น หมวดรักษาโรคลมผิดเดือน(โรคอยู่ไฟไม่ได้ของผู้หญิง) หมวดรักษาโรคลมบ่ะเฮงคุด ที่มีอาการลมออกหู ออกตา เจ็บปวดศีรษะอยู่เสมอ หมวดรักษาป้องกันโรคภัยเกี่ยวกับผิวหนัง การอบผิวให้สวยงาม ที่สำคัญคือหมวดการขับสารพิษ-ขับไขมันออกจากร่างกาย กำจัดและป้องกันโรคเกลี่ยว(ตะคริว)
ตามตำราล้านนาพอกล่าวได้ว่า โรคเกลี่ยวมีประมาณ 6 ชนิดได้แก่
-เกลี่ยวก้อมหรือตะคริว
- เกลี่ยวขบหรือเกลี่ยวเนื้อทำให้ปวดกล้ามเนื้อเป็นแห่งๆ
- เกลี่ยวจ้อมีอาการมือเท้าหงิกงอปวดเจ็บเป็นบางเวลา
- เกลี่ยวลูกหนูมีอาการก้อนเนื้อเส้นเอ็นเคลื่อนไหวเป็นคลื่นทำให้เจ็บปวด
- เกลี่ยวเลือดมีอาการที่ระบบเลือดในร่างกายผิดปกติ
-เกลี่ยวลมคืออาการที่ระบบธาตุลมร่างกายผิดปกติ
โรคเกลี่ยวเหล่านี้ทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยเกิดการทรมานอยู่ทุกขณะจิตตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่
-นอกจากนี้ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคเหนือกำลังประสบภาวะวิกฤตในสิ่งแวดล้อม อากาศเป็นพิษ ฤดูร้อนทุกปีผู้คนประสบกับอาการและโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หืดหอบ ปวดเมื่อย เครียด กังวลจากการทำงานหนัก บ้างโชคร้ายถึงกับเป็นมะเร็ง ก้อนเนื้อร้ายต้องตัดเนื้อ-ตัดมกลูกทิ้ง บางท่านเบื่ออาหาร
ระยะเวลาช่วงเข้าหน้าร้อนขณะที่อากาศมีมลพิษ เราจะเห็นผู้คนเต็มโรงพยาบาล หนาแน่นผิดปกติจนต้องรอคิวตรวจกันเป็นหลายวันขณะที่รอโรคร้ายก็รุมเร้าจิตใจร่างกายไปแล้วุทุกลมหายใจเข้าออก บางท่านโชคร้ายเกิดอาการง่อยเปลี้ยเสียองค์ก๊ะ ตลอดชีวิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน-กลุ่มอนุรักษ์ผะหญาภูมิปัญญาล้านนา จึงได้ค้นคว้าสืบเสาะสมุนไพรล้านนาและพลังหินหยก-พลังหินแร่เหล็กมาเป็นสมุนไพรขจัดโรคไม่พึงประสงค์ออกไปจากร่างกาย
สมุนไพรที่เรานำมาใช้ทำยาเพื่ออบร่างกายเป็นพืชที่อยู่ในดินแดนล้านนาโดยธรรมชาติซึ่งกำเนิดในป่า -พื้นบ้านทั่วไป ตัวยาที่เราใช้อบที่สำคัญ เช่น
- พลูฤาษี เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมซึมซาบผิวหนังให้ความสดชื่นแก่ร่างกายและจิตใจ
- สมุนไพรฤาษีล้างพิษเป็นสมุนไพรที่ล้างพิษในร่างกาย
-สมุนไพรส้มฤาษีใช้ล้างสิ่งสกปรกตามผิวหนังให้สะอาดผิวนวลนุ่ม
- สมุนไพรเหมือดคนมีคุณสมบัติขับชำระล้างพิษเบื่อเมาขับพิษต่างๆที่ตกค้างในร่างกาย เป็นต้น
พลังหินบำบัด
นอกจากการค้นตำราสมุนไพรล้านนาโบราณแล้วเราได้พัฒนาประยุกต์ตำราหินบำบัดหรือรัตนชาติบำบัดโดยการนำเอาพลังหยกและพลังแร่เหล็กมาร่วมอบ ดังนี้
-หินหยก มีคลื่นพลังช่วยทำความสะอาดพิษในเลือด ขับสารพิษในร่างกาย รักษาไต รักษาระบบอวัยวะช่องท้อง ระบบสมอง รักษากระดูกรักษาแผลให้แห้งเร็ว ป้องกันความชั่วร้าย ทำให้หลับฝันดี กระตุ้นชีวิตให้มีความสุข สร้างเสริมความคิดที่ดี สู่ความสำเร็จ ลดความโกรธ ไล่ความคิดทางลบ
-หินเหล็ก มีคลื่นพลังขับกระแสโลหิตให้ไหลเวียนได้ดี ช่วยเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ ป้องกันสารพิษทุกชนิด บำบัดกระดูกข้อเสื่อม บำรุงสายตา ดูดสารพิษออกจากร่างกาย บาดแผล มีธาตุรังสีอินฟาเหรดสื่อไฟฟ้า อากาศในเหล็กจะรวมกับธาตุอื่นๆเกิดพลังในการเสริมสร้างร่างกาย ช่วยปรับสภาพจิตใจให้สมดุล ทางกระทรวงสาธารณสุขได้นำแร่เหล็กมาฝังในสายรัดข้อมือเพื่อช่วยขับกระแสโลหิต ทางการแพทย์นำแร่เหล็กมาฝังใต้เตียงคนไข้เพื่อให้พลังเหล็กช่วยรักษาสุขภาพ
ด้วยพลังของหินหยกและพลังหินเหล็กดังกล่าวเราได้นำหยกและแร่เหล็กมาทำพิธีล้างหิน เสริมพลังหินตามพิธีกรรมของชาวล้านนาด้วยพระคาถาของพระครูบาเจ้าศรีวิชัย แล้วนำหินสำคัญทั้งสองอย่างบรรจุในห้องอบ ให้ไอตัวยาสมุนไพรรวมกับพลังหยกและหินเหล็กช่วยอบร่างกายของผู้เข้าอบให้ปราศจากโรคภัยและได้เรียกชื่อใหม่ว่า "อบสมุนไพรธรรมชาติพลังหินบำบัดล้านนา"
เราเพิ่มสมุนไพรในการอบตามฤดูกาลได้แก่
-ช่วงฤดูร้อนเราเพิ่มตัวยาที่มีกลิ่นหอมให้ความสดชื่น สร้างความสุขแก่ร่างกาย คลายร้อน ผ่อนความเครียด
-ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่มีความชื้นมาก เราเพิ่มตัวยาป้องกันเชื้อรา ป้องกันอาการคันในร่มผ้า อาการเชื้อราในช่องคลอด อาการตกขาวที่เป็นสาเหตุแห่งการทำลายระบบมดลูกถึงบางคนต้องตัดมดลูกทิ้งจำเป็นต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญตลอดชาติ
-ช่วงฤดูหนาวอากาศแห้ง เราเพิ่มตัวยาที่มีรสร้อนเพิ่มความอบอุ่นแก่ร่างกาย เสริมพลังระบบโลหิตให้ไหลเวียนได้ดี
ตำราสมุนไพรล้านนาเหล่านี้นับวันจะสูญหายเพราะขาดผู้คนรักษา หรืออาจมีผู้คนนำตำราไปขายให้ชาวต่างประเทศทำให้ผะหญาภูมิปัญญาของบรรพชนที่อุตส่าห์ค้นคว้า บางอย่างกว่าจะเป็นตำราได้ต้องแลกองค์ความรู้มาด้วยชีวิต มาปัจจุบันตำราที่มีค่าเกิดการสูญหายและไปอยู่ในมือของต่างชาติอย่างน่าเสียดายยิ่ง
จากปัญหาดังกล่าว พวกเราจึงร่วมกันตั้งกลุ่มอนุรักษ์ผะหญาภูมิปัญญาล้านนาขึ้นเพื่อรักษา สืบทอดผะหญาล้านนาให้คงอยู่ในวิถีชีวิตคนล้านนาต่อไปในอนาคตอย่างถาวร หากท่านใดมีปั๊บสา ตำราต่างๆหรือธรรมใบลานโปรดแจ้งหรือกรุณาให้เราเอามาค้นคว้าสกัดองค์ความรู้ออกมาใช้เป็นประโยชน์ต่อผู้คนให้มีชีวิตอย่างเป็นสุข ดีกว่าท่านจะนำไปทิ้งขว้างทำให้ผะหญาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ทรงคุณค่าเกิดการไร้ค่าโดยใช่เหตุ
เราขอขอบคุณล่วงหน้ามาพร้อมนี้เป็นอย่างสูงยิ่งครับ โปรดติดต่อพวกเราที่ สวนชาปิ้งหินไฟ บ้านป่ารวก หมู่ที่ 6 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (ถนนหน้าศาลากลางหรือศูนย์ราชการเชียงใหม่ เหนือหัวสะพานข้ามน้ำปิงทิศตะวันตกราว 300 เมตร ติดต่อเราได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.30-17.00 น.) โทร.053-122636 หรือ089-2613158หรือ089-5536521.
คุณลุงครับตัวผมอยากได้ตัวยาสมุณไพร ไปอบที่บ้านผมจะสั่งซื้อได้ที่ไหนบ้างครับ ขอบคุณครับ
หนูเคยไปอบสมุนไพรมาแล้ว ปรากฏว่าได้ผลเกินความคาดหมายเพราะว่าเป็นโรคภูมิแพ้ แล้วไปลองใช้บริการดู แล้วเกิดได้ผลทำให้หนูหายจากอาการแพ้คันนี้ ขอบคุณสำหรับภูมิปัญญาและบริการดีๆอย่างนี้ที่นำมาช่วยรักษา ขอบคุณมากๆค่ะคุณลุง
ขอบคุณท่านผู้เข้ามาชมและเยาวชนหลานๆทุกคน
หากเราทุกคนร่วมกันรักษาสุขภาพของตนเองให้ดีแล้ว ย่อมทำให้ชีวิตเป็นสุข ชาวไทยทุกคนก็ยิ้มแย้มต่อกันเพราะมีสุขภาพการใจดีเหมือนๆกัน ไม่ต้องเปลืองเงินรักษาโรค อยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียงจริง
-สวนชาปิ้งหินไฟยินดีต้อนรับทุกคนพร้อมที่จะแบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเมืองล้านนา
-"อย่าลืมสุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องร่วมกันรักษา"
ด้วยความปราถนาดีจาก
ลุงนิคม พรหมมาเทพย์
ขอบคุณค่ะลุง
ที่ช่วยให้หนูได้ความรู้อะไรใหม่ๆ แล้วยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพนะค่ะ ขอให้ลุงสุขภาพแข็งแรงนะค่ะลุง
สวัสดีหลาน4 ใหม่
ขอบคุณที่หลานสนใจเรื่องล้านนา
หากว่างๆก็ไปเยี่ยมชมที่สวนชาปิ้งหินได้นะครับ..แอ่วโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ยินดีต้อนรับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน......พรหมมา
สวัสดีค่ะคุณลุง...
ช่วงนี้หนูมีโอกาสได้อบสมุนไพรบ่อยมาก แทบจะทุกวันเลยค่ะ
หนูเลยสงสัยว่ามีจะมีผลเสียอะไรมั้ยค่ะ (สังเกตุดูเห็นว่าสุขภาพดีขึ้นไม่ค่อยเหนื่อยง่าย นอนหลับสบาย แต่ผิวและผมค่อนข้างแห้ง)
หนูอยากทราบวิธีการเข้าอบที่ถูกต้องค่ะว่าควรทำอย่างไรก่อนเข้าอบและระหว่างการอบ(หนุใช้เวลาอบวันละเกือบๆ 2 ชม. การเข้าอบแต่ละครั้งก็ประมาณ5-10นาทีเองค่ะ วันนึงก็เข้าออกประมาณ 4-6 รอบ) มากเกินไปรึป่าวค่ะ
หนูมักจะพอกผิวด้วยโยเกริต+มะขาม+ขมิ้น ในการอบแต่ละครั้ง
และมีการขัดเกลือบ้างเป็นครั้งคราว
คุณลุงค่ะ หนูเป็นคนมีหน้าท้องมาก หนูไปอบก็ว่าจะลดทั้งน้ำหนักและไขมันช่วงหน้าท้อง
คุณลุงพอมีวิธลดหน้าท้องได้มั้ยค่ะ(หนูซิดอัพไม่ไหวค่ะ อยากได้วิธีอื่น)
รบกวนคุณลุงแนะนำหนูหน่อยนะค่ะ
สวัสดีหลานสาว....กว่าลุงกลับมาตอบอาจเลยมาหลายวัน
การอบสมุนไพรไม่ควรเกิน 20 นาที ทั้งนี้ต้องเป็นการอบทั้งตัวในห้องอบใหญ่นะครับ หากเกินกว่านี้อาจทำให้ เป็นหวัด ปอดบวมอะไรทำนองนี้ครับ
การพอกผิวและขัดเกลือดีครับจะทำให้ผิวสวยขึ้น แต่อย่ามากเกินไป ทำอะไรพอเหมาะร่างกายจะดีขึ้นครับ
การอบลดไขมันหน้าท้อง มันยากครับเพราะการอบเป็นการไล่สารพิษไล่น้ำออกจากตัว บางคนอบแล้วทานข้าวยิ่งมากขึ้นก็เลยไม่ได้ลดน้ำหนักและลดช่วงท้อง กลับเป็นว่าน้ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม ต้องทานอาหารเจหรือผักมากๆครับ
ส่วนการอบรมสมุนไพรของคุณลุงนี้จะผสานระหว่างตำราล้านนาและจีน มีหินหยกและแร่เหล็กในห้องอบครับ เรียกกันว่า " อบสมุนไพรพลังหินบำบัด " เป็นการไล่สารพิษ ขับลมผิดเดือน(โรคอยู่ไฟไม่ได้) โรคผิวหนังต่างๆ มันเป็นอีกแบบหนึ่งของการอบสมุนไพรที่แปลกกว่าทั่วไป
หากหลานสาวสนใจอาจไปปรึกษาที่บ้านตามที่อยู่ในบล็อคนี้ครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการอบสมุนไพรแบบภาคเหนือหรือเรียกกันว่าการฮ่มยา ค่ะ
สวัสดีครับเด็กภาคเหนือหรือละอ่อนคนเมืองล้านนาเจ้า...
ปกติตำราคนเมืองเหนือใช้ตั๋วยาสมุนไพรจากธรรมชาติมาอบเจ้า..
ยกตั๋วอย่างการอบฮมยาแม่ก๋ำเดือนหลังการคลอดบุตรหรือการอยู่ไฟของแม่ลูกอ่อนเขาใช้
-ใบเป้าหน้อย เป้าหลวง มือบ่ะฟักหม่น(เถาฟักเขียว)ใบสีเสื้อน้อยสีเสื้อหลวง ใบหนาด ใบอ้อยแข้งไก่ ห้อมเกี่ยว ก้อมก้อดำ(กะเพราดำ) จั๊กไคหอม(ตะไคร้หอม) ใบโอ้ม(เตย) เป็นต้น
จะเห็นว่าไม่มีสารเคมีเช่น การะบูนอะไรทำนองนี้นะครับ ....คนเมืองเหนือเราใช้สมุนไพรจากป่าจริงๆ หากจะหอมก็หอมกลิ่นสมุนไพรจริงๆไม่มีการแต่งกลิ่นครับ
แม่ก๋ำเดือนหรือผู้หญิงกำลังอยู่ไฟจะต้องอบสมุนไพรเพื่อไล่เลือดเน่าเลือดเสียออกจากร่างกายให้หมดไปครับและจะไม่เป็นโรคลมผิดเดือน(โรคอยู่ไฟ)ในเมื่อายุมากขึ้นโดยเฉพาะอายุราวๆ50 ปีขึ้นไป คนสมัยใหม่เรียกกันว่าวัยทองที่แท้จริงมันคือโรคลมผิดเดือนคือการผิดกลิ่นแสลงกลิ่นต่างหาก อาการจะมีอาการร้อนๆหนาวๆ เยือกเนื้อตัว สาปกลิ่นหอมก็กลับเป็นกลิ่นเหม็น กินอะไรก็ต้องคอยระวัง บางครั้งปวดเนื้อตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนถึงกับเป็นบ้าหรือต้องไปหาหมอโรคประสาทเอาเลยทีเดียวครับ
-เมื่อต้องการฮมยาก็ต้องไปหาสมุนไพรที่กล่าวมาแล้วมัดเข้าด้วยกันนำไปต้มในหม้อดินแล้วปิดฝานำไปเปิดในห้องน้ำหรือห้องอะไรก็ได้ที่มิดชิดหรืออาจใช้ผ้าห่อมทำเป็นห้องเล็กๆปกคลุมเอาไอสมุนไพรฮมตัวเราแต่ไม่ควรเกิน 20 นาทีเพราะผิวหนังจะเหี่ยวย่น หรือบางคนความต้านทานไม่พออาจเป็นลมก็มีต้องระวัง ให้มีคนอยู่ใกล้ชิดครับ
ข้อมูลยังมีมากครับ หากว่างเชิญไปศึกษาที่แหล่งเรียนรู้ผะหญาล้านนา -สวนชาปิ้งหินไฟ ตามที่อยู่ด้านล่างครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
เป็นภูมิแพ้ผิวหนังค่า เป็ฯตามข้อพับ คัน พอคเกาแล้วก็ดำ บางทีไม่อยากเกา แต่ไม่รู็ตัว พี่สาวบอกว่า หนูเกาตอนนอนด้วยแรงมากแบบหนูหลับอยู๋ แล้วก็เกาทั้งหลับ มันดำมาก อยากใ้ห้หาย ไม่ไหวแล้ว เป็นมานานมากแล้วอะค่า จะไปทำแพงๆๆก็เสียดายตัง ใกล้จะใส่กระโปรงเข้ามหาลัยแล้ว อายเขาอะค่ะ
อยู่สมุทรปราการค่า หาทำได้ที่ไหนดีค่า
ขอบคุณค่า
สวัสดีครับหนูแก้ม
อาการคันตามผิวหนังต้องดูว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร?..
หากเกิดจากโรคในเลือดหรือเนื้อในตัวตนอย่างนี้ต้องอบขับถ่ายเชื้อโรคให้ออกมาตามเหงื่อครับ...
บางครั้งอาจเกิดจากการแพ้ อาจแพ้อากาศ แพ้อาหาร แพ้ฝุ่นละออง ต้องทานยาสมุนไพรที่รักษาอาการแพ้ครับ..เช่น ต้นก้างปลา ต้นพญายอหรือเสลดพังพอนทั้งตัวเมียหรือตัวผู้ก้ได้ครับ หากเกิดจากไวรัส ต่างๆต้องนำพลูคาวหรือผักคาวตองมาต้มดื่มน้ำครับ จะได้แก้อาการแพ้เหล่านี้ไป...
หากอยู่ใกล้ทะเลก็มีผักบุ้งทะเลนั่นแหละครับเป้นสมุนไพรได้ดีมากครับ..
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
ใครเคยเปนแบบนี้บ้าง
มีอาการหนาวสั่น..มาก
เพราะเกิดจากสาเหตุใด
แล้วทำไมถึงเกิดขึ้นเพราะอบทุกวัน พอวันนี้เปลี่ยนยาอมก้อเลยเกิดขึ้น
หรือมีส่วยผสมของ การบูรหรือพิมเสนค่ะ
มีลักษณะเปนแท่งๆๆใสๆๆ
มีกลิ่นเย็นๆๆตลบอบอวน
เกิบแย่แค่อบ5นาทีเอง
สวัสดีคุณหนู....
อาการหนาวสั่นทางหมอล้านนาเรียกกันว่า "เกลี่ยว" อาจเป็นเพราะผิดน้ำ เช่น คลอดลูกแล้ว รีบอาบน้ำ ร่างกายไม่พร้อม ทางล้านนาเรียกกันว่า " ลมผิดเดือน" บางคนอาจผิดกลิ่นสาปสิ่งของต่างๆหรือเกิดการกินผิดแสลงอาหารทำให้เกิดอาการสั่น เรอ หาว อ้วก มึนศีรษะ เป็นลม แล้วแต่ร่างกายจะทนได้ขนาดใดขึ้นอยู่กับอาการแต่ละคนครับ
หากผิดน้ำต้องอาบน้ำอุ่นอย่างเดียว หากอาบน้ำเย็นจะหนาวสะท้านทันที
-การอบยาสมุนไพรต้องใช้สมุนไพรที่ขับเลือดลมผิดเดือน(โรคอยู่ไฟไม่ได้)โดยเฉพาะครับ จะทำให้ไอร้อนขับพิษ ลมร้ายออกมาตามเหงื่อ ไม่ควรอบเกิน 20 นาที เพราะร่างกายบางคนอาจไม่ทนต่อความร้อน ปอดชื้น อาจทำให้เป็นหวัดตามมา บางคนอาจเป็นลมในห้องอบ ก็มีครับ ต้องระวัง
ตำราของลุงหนานเป็นตำราล้านนาตามที่ปรากฏในใบลานล้านนา ไม่มีการบูร พิมเสนเหมือนตำราอื่นๆครับ ตัวยาสำคัญของลุงหนานคือสีเสื้อหลวงสีเสื้อน้อย เหมือด เปล้าหลวง เปล้าน้อย เป็นต้นจะ ไม่มีสารที่เป็นเคมี
ตามอาการที่เล่ามาลุงหนานยังไม่ทราบว่าคุณหนูมีบุตรแล้วหรือยัง หากคลอดลูกแล้วเกิดอาการอย่างว่าคือหนาวสะท้าน หรือกายสั่นขนลุก เย็นเข้าเนื้อเส้นเอ็น ผิดกลิ่น แน่นอนคือเป็นโรคลมผิดเดือนครับ
การรักษาก็ต้องอบและใช้ตัวยาที่ค่อนข้างแรงเพื่อขับพิษออกมาทางเหงื่อดังกล่าวแล้วครับ....
ด้วยความปรารถนาดีจาก..ลุงหนาน...พรหมมา
คุณอาครับ
ผมสนใจเกี่ยวกับข้อมูลสมุนไพรต่างๆๆมากมายเพราะ
ผมเรียนแพทย์แผนไทยประยุกต์ มหาวิทยาลัยมหิดลครับ
เรียนมาสามปีแล้ว
ปีนี้ปีสี่ครับ
และตอนนี้กำลังจะทำรายงานเกี่ยวกับภูมิปัญญาการดูแลแม่หลังคลอดของจาวล้านนาบ้านเฮา
คุณอาพอจะมีข้อมูลบ้างหรือเปล่า หรือพอจะแนะนำหนังสือที่ไหนชื่อหนังสืออะไรครับ
อืมม
ยังไงก้อขอขอบคุณคุณอามากๆๆนะครับ
ทิว0818451588
[email protected]
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับหลานธิวครับ...
แม่ญิงหลังจากเกิดลูกแล้วคนล้านนาฮ้องกั๋นว่า"แม่ก๋ำเดือนครับ"หมายความว่าในเดือนนั้นทั้งเดือนต้องกำหรือมีข้อปฏบัติในการกิ๋น การปฏิบัติต๋น ก๋ารดูแลลูกหน้อยครับ...
ก๋ารดูแลหลังคลอดหรือหลังเกิดลูกต้องปฏิบัติคร่าวๆดังนี้ครับ..
-นุ่งผ้าหื้ออบอุ่นห่มแม้หัวครับ..อย่าอาบน้ำเย็นครับ...อย่ากิ๋นของแสลงที่เคยแสลงไว้ก่อน..ห้ามได้สาบกลิ่นเหม็นหากได้สาบกลิ่นเหม็นจะเป๋นลมผิดเดือนครับจะทำหื้อเหม็นสาบกลิ่นนั้นๆไปตลอดชีวิตครับแก้ยากครับเผลอๆบางคนเป๋นบ้าครับเมื่ออายุแก่ขึ้นหรือเข้าวัยทองครับ..
อาก๋ารที่เป็นโรคลมผิดเดือนคือสะบัดร้อนสะบัดหนาวหรือเย็นเยือกแล้วสั่นสะท้าน..หรือเย็นเยือกเข้ากระดูก .หรือเย็นเยือกขนลุกครับ..นี่คือโรคลมผิดเดือนในล้านนาครับ ที่จริงผู้คนสตรีก็เป๋นได้ทุกคนครับ
ข้อปฏิบัติคือต้องอบฮมยาสมุนไพรครับเช่นเปล้าหลวง สีเสื้อน้อยฯลฯ.เพื่อไล่เลือดเสีย ไล่ลมเสีย ปรับสภาพร่างกายครับที่สำคัญคือทำให้มดลูกหดตัวเข้าอู่เร็วหากมดลูกไม่เข้าอู่เร็วก็จะเกิดการมดลูกอยู่ต่ำหรือโผล่จากช่องคลอดคนล้านนาเรียกกันว่า"ดากออกก้น"ครับสมัยใหม่จะไปผ่าตัดเอามดลูกออกหรือทำการปรับรีแพร์ช่องคลอดใหม่ครับ..ที่จริงไม่น่าทำครับนอกจากนี้ต้องกินอาหารที่ไม่มีกลิ่น เช่นข้าวจี่ เนื้อหมูต้มใส่เกลือ แกงผักพื้นบ้านที่ไม่มีกลิ่น เช่น หัวปลีจะทำให้น้ำนมมีมาก ฯลฯ.ยังมีอีกมากมายครับ
หากมีเวลาไปที่แหล่งเรียนรู้ผะหญาล้านนา-สวนชาปิ้งหินไฟตามบันทึกล่างนี้ครับจะได้ข้อมูลมากครับและสมบูรณ์แบบล้านนาครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน..พรหมมา
คุณอาค่ะ
หนูมีอาการคลายๆ ลมผิดเดือนค่ะ ปวดเมื่อยร่างกาย ปวดตามข้อกระดูก
วิงเวียน อยากอ้วกด้วยค่ะ
ช่วยส่งวิธีแก้มาที่เมล์หนูหน่อยได้ไหมค่ะ ขอคุณค่ะ
[email protected]
สวัสดีสาวก๋าไก่...คงอยู่แถวๆลำปางเมืองละกรก่อเจ้า....
อาการยังไม่แน่ชัดครับ..เพราะต้องถามต่อไปว่า...ผิดอะไร?ผิดน้ำ?ผิดอากาศ..ผิดอาหาร...หรือผิดกลิ่นครับ..ถึงจะให้ข้อมูลได้ถูกต้องครับ..
ลมผิดเดือนต้องผิดอย่างใดอย่างหนึ่งในสี่อย่างนี้เช่น หลังคลอดไม่ได้อยู่ไฟแต่บังเอิญได้รับกลิ่นสีเหม็นมากเกิดอาการผิดปกติหน้ามืดวิงเวียน?....อย่างนี้เรียกกันว่า ผิดกลิ่นต้องแก้ด้วยการกินยาและอบไล่สารพิษของกลิ่นที่ฝังอยู่ในร่างกายให้ออกจากร่างกายจนหมดนั่นแหละครับจึงหายจากอาการผิดเดือนหรือโรคอยู่ไฟไม่ได้ของคนภาคกลางหรือคนปัจจุบันภาษาทั่วไปเรียกกันว่า " วัยทอง"นั่นเอง...
ผมสังเกตคนที่มาขอรักษาโรคตลมผิดเดือนที่แหล่งเรียนรู้ผะหญาล้านนา..บางคนมีอาการดั่งบ้า บางคนนั่งซึมน้ำตาไหล..มันมีซะป๊ะอาการน่าสงสารมาก..ผู้หญิงสมัยใหม่มักไม่ชอบอยู่เดือนหรืออยู่ไฟ ขณะเดียวกันปัจจุบันมลพิษในอากาศ ในสิ่งแวดล้อมมีมากจึงทำให้ผู้หญิงคลอดลูกแล้วไม่ได้อยู่เดือนหรืออยู่ไฟผิดกลิ่นบ้าง ผิดอาหารบ้าง ผิดอากาศบ้าง..
อาการที่เป็นโรคลมผิดเดือนส่วนมากมักมีอาการหนาวสะท้าน หนาวสั่นขนลุก หนาวกัดเข้ากระดูก บางคนพอมีอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนเกิดอาการผวา นี่คืออาการที่ผู้หญิงปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน..พรหมมา
สวั๊ดดดีครับ คุณลุง
หลังจาสกได้ข้อมูลไปก้อลืม ขอบคุณไปเลยครับ
วันนี้ว่าจะมาขอบคุณคุณลุงครับ
ขอบคุณจ๊าดนักเน้อครับ ของหื้อสุขขีๆเน้อครับ
คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองภูมิป๋านญาอันล้ำค่าของเฮาเน้อครับ
วันหลังจะมารบก๋วนข้อมูลจากคุณลุงอีกนะครับ
เพราะสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรล้านนาแบบอดบ่ได้แล้วครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีหลานธิวครับ...
ยินดีครับที่มีความสนใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาล้านนา
วันหน้าหากต้องการข้อมูลก็บอกมาได้ครับช่วยเต็มที่ครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
เฮ้อออ
เหนื่อยจังเลยคุณลุงหนาน
ไม่คิดเลยว่าเรียนแผนไทยจะเหนื่อยอย่างนี้
เพิ่งจะเปลี่ยนวอร์ด อ่ะครับ
ช่วงก่อนอยู่เภสัชแผนไทยมาครับ
สนุกดี
ฝึกงานชิวๆๆ
แต่พอย้ายมาฝึกวอร์ดเวชกรรมแผนไทย
โหยยากจังเลย เหนื่อยด้วย
ต้อง คุยกะคนไข้ ดูแลเทคแคร์คนไข้
โดยมีอาจารย์คอยดู ไอ้ผมนี่เกรงสุดๆๆ
ยากปิ๊กบ้านขนาดเลย
เหอๆๆๆ
ต้องเจอคนไข้เยอะมาก
บางคนเป็นโรคแบบเรื้อรังมานานอยากมาพึ่งศาสตร์ทางแผนไทย
เราก็ทำได้บ้างไม่ทำบ้าง
แต่ก้อทำเต็มที่เลยอ่ะครับ
บางทีก็น้อยใจ นะครับเพราะคนไทยยังไม่เห็นความสำคัญของแพทย์แผนไทย
เรียนจบอยากกลับไปทำงานแถวบ้านอ่ะคุณลุง
แต่คงต้องเริ่มจากไหนดี ต้องเริ่มนำสิ่งเก่าๆๆของภูมิปัญญามาทำให้เหมือนสิ่งใหม่
จะทำได้ก่อน้อ
ตุ๊กใจ๋ขนาดเลย