พวกเราคงจะสงสัยกันไม่น้อยว่า อาหารอะไรมีส่วนช่วยให้หลับดีด้วย และถนอมความเป็นหนุ่มสาวได้ด้วย วันนี้มีข้อมูลดีๆ จากท่านอาจารย์นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์ด้านความชรา แห่งนิตยสารใกล้หมอมาฝากครับ...
คนเรามีฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ช่วยสร้างและซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย ทำให้คนเราไม่โทรมง่าย หรือถนอมความเป็นหนุ่มเป็นสาว (บางคนหัวหงอกหมดแล้วก็คิดเสียว่า เป็นอาหารถนอมสังขารก็น่าจะได้)
...
ฮอร์โมนที่ว่านี้คือ ฮอร์โมนโกรธ (growth hormone) ซึ่งควรเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นตามธรรมชาติ และมีอย่างพอดี
ข่าวดีคือ อาหารไทยที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโกรธมีผลพลอยได้ดีๆ แถมคือ ช่วยต้านอาการซึมเศร้า ทำให้คนเราอารมณ์ดีไปด้วย
...
หลักการของอาหารอารมณ์ดีที่ว่านี้คือ มีสารทริพโทฟาน (tryptophan) สูง ทำให้ร่างกายสร้างสารซีโรโทนิน (serotonin)
สารซีโรโทนินช่วยให้พักผ่อนได้ดี หลับสนิท ต่อมใต้สมองจึงหลั่งฮอร์โมนโกรธที่ไม่เคยโกรธใครออกมาได้เต็มที่
...
อาหารอารมณ์ดีที่ว่าได้แก่
- ข้าวเหนียวหน้ากลอย
- ข้าวโพดต้ม / คลุก
- กล้วยหอมกับนมสด
- กล้วยหอมกับเนยแข็ง (cheese / ชีส)
- ข้าวเหนียวเปียกข้าวโพด
- ถั่วทั้งหลาย
- เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวฟ่าง ข่าวโอ๊ต ลูกเดือย ฯลฯ
อาจารย์กฤษดาท่านแนะนำว่า การกินอาหารอารมณ์ดีให้ได้ผลดีควรลดอาหารคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ โดยเฉพาะแป้งและน้ำตาลให้น้อยลงไปด้วย
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
<p>ขอแนะนำ... </p>
- รวมเรื่อง "อายุยืนอย่างมีคุณภาพ"
- [ Click - Click ]
- ขอแนะนำบล็อก > "บ้านสาระ"
- http://gotoknow.org/blog/talk2u
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span><ul>
<li> ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” มีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้ </li>
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span> </ul>