การประกอบเนืองๆ ซึ่งการคบคนชั่วเป็นมิตร เป็นทางเสื่อมแห่งโภคทรัพย์ ... นี้จัดเป็นอบายมุขข้อที่ห้า ซึ่งพระอนันตชินพุทธเจ้าทรงจำแนกโทษไว้ ๖ ประการ กล่าวคือ
- นำให้เป็นนักเลงการพนัน
- นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้
- นำให้เป็นนักเลงเหล้า
- นำให้เป็นคนลวงผู้อื่นด้วยของปลอม
- นำให้เป็นคนโกงเขาซึ่งหน้า
-
นำให้เป็นคนหัวไม้
ในอรรถกถา ท่านมิได้ขยายความโทษเหล่านี้ไว้ เพียงแต่แก้ศัพท์บางศัพท์เท่านั้น... ยกเว้นข้อข้อสุดท้ายคือ คนหัวไม้ ท่านอธิบายเพิ่มเติมว่า เป็นผู้ทำการร่วมกับผู้อยู่อาคารเดียวกัน เป็นต้น
เมื่อถือเอาความนี้ ผู้เขียนคิดว่า คนหัวไม้หรือนักเลงหัวไม้นี้ น่าจะหมายถึงการเข้ากลุ่มเข้าแก๊งแล้วก็เที่ยวริรานคนอื่น อย่างน้อยก็อาจสร้างความรำคาญให้สังคม อย่างมากก็อาจร่วมก่ออาชญากรรมที่ไม่พึงปรารถนาต่างๆ ตามที่เป็นข่าวดังเช่นปัจจุบัน... ซึ่งพวกรวมกลุ่มตั้งแก๊งทำนองนี้ แม้ยังมิได้ทำผิดอะไร ก็อาจโดนข้อหาซ่องโจรได้... ประมาณนั้น
อีกอย่างหนึ่ง โทษในการคบคนชั่วเป็นมิตร นี้ ท่านได้เปรียบเทียบไว้น่าสนใจ... โดยท่านบอกว่า คนคบคนชั่วก็คล้ายกับสุกร แม้จะประดับประดาด้วยของหองและดอกไม้เป็นต้น แล้วให้นอนบนที่นอนอย่างดี ก็ยังกลับไปหาหลุมคูถ (อุจจาระ) ฉะนั้น.... นั่นคือ ผู้คบคนชั่วเหมือนหมูที่เดินลงไปยังหลุมขี้ มีแต่จะสกปรกถ่ายเดียว.... ประมาณนี้
พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่องการคบมิตรหรือการเข้าสังคมไว้หลายแห่งและหลายนัย.... แม้ในสิงคาลกสูตรนี้ พระองค์ก็จะนำมาขยายความอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น ผู้เขียนจึงพักไว้แค่นี้ก่อน จะนำมาเล่าต่อ เมื่อถึงรายละเอียดเรื่องนี้อีกครั้ง....
- ยํ เว เสวติ ตาทิโส คบคนเช่นใด ย่อมเป็นเช่นคนนั้นแล
หนูเป็นคน คนหนึ่งที่ได้ไปเข้าข่ายธรรมมะที่วัดเนินพระในจังหวัดระยอง
ซึ่งพระอาจารย์ ก็สอนหลายอย่างที่เกี่ยวกับธรรมะ หนึ่งในนั้นมี อบายมุก 6
หนูชอบมาก เพราะสามารถนำไปใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น การคบคนชั่วเป็นมิตร
โย
เจริญพร