คลื่นยักษ์
รูปแสดงการเคลื่อนที่ของวัตถุ

ความหมายของคำว่า “สึนามิ”

 

             สึนามิ คือคลื่นขนาดยักษ์ที่มีกำเนิดจากมหาสมุทรและเคลื่อนที่เข้าสู่ชายฝั่งในลักษณะของ “คลื่นใต้น้ำ” ขณะอยู่ในทะเลลึกความสูงของยอดคลื่นจะมีเพียง 1-2 เมตร แต่เมื่อเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งทะเลคลื่นจะทวีรุนแรงมากยิ่งขึ้น ยอดคลื่นที่ปะทะชายฝั่งอาจมีความสูง 8-10 เมตร หรือมากกว่านั้น คลื่นสึนามิมีความเร็วเฉลี่ยประมาณ 750 ก.ม./ช.ม. โดยอัตราความเร็วจะขึ้นอยู่กับระดับความลึกของน้ำที่คลื่นเคลื่อนตัวผ่าน เช่นในระดับน้ำลึก 4,500 เมตร จะมีความเร็วประมาณ 750 ก.ม./ช.ม. และในระดับความลึก 30 เมตร ประมาณ 63 ก.ม./ช.ม. ส่วนความยาวของคลื่นประมาณ 150 ก.ม. โดยมีระยะห่างระหว่างยอดของลูกคลื่นแต่ละลูกระหว่าง 5 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

             สึ-นา-มิ เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น มีความหมายว่า “คลื่นที่เกิดบริเวณอ่าวท่าเรือ” ผู้คนเรียกชื่อคลื่นยักษ์ตามคำในภาษาญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เผชิญกับคลื่นยักษ์นี้มากที่สุด เนื่องจากมีภูมิประเทศตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกอันเป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวมากที่สุดของโลก ในรอบศตวรรษที่ผ่านมาญี่ปุ่นเผชิญกับสึนามิถึง 250 ครั้ง ผู้คนเสียชีวิตรวมกันถึง 100,000 คน เฉพาะเมื่อปี ค.ศ. 1896 คลื่นยักษ์มีความสูงถึง 30 เมตร
แผ่นดินไหว ต้นกำเนิดสำคัญของสึนาม

                    คลื่นสึนามิ ก่อตัวขึ้นเมื่อมวลน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันและรุนแรง เช่นเมื่อเกิดแผ่นดินถล่ม ภูเขาน้ำแข็งทลาย การพุ่งชนของอุกกาบาตจากนอกโลกลงในมหาสมุทร ตลอดจนการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล และการเกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเล ทำให้เกิดคลื่นแผ่กระจายไปทุกทิศทางทะลักล้นขึ้นสู่ชายฝั่งทะเล



แผ่นดินไหวบริเวณรอยเลื่อน

            แผ่นดินไหว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนตัวโดยฉับพลันของเปลือกโลก ส่วนใหญ่มักเกิดตรงบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลก สาเหตุที่แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวเป็นเพราะชั้นหินหลอมละลายที่อยู่ใต้เปลือกโลกได้รับพลังงานความร้อนจากแกนโลก และลอยตัวผลักดันเปลือกโลกตอนบนตลอดเวลา ทำให้เปลือกโลกแต่ละแผ่นเคลื่อนที่พร้อมๆ กับสะสมพลังงานไว้ภายใน
           ณ บริเวณเปลือกโลกตรงรอยร้าวของหินใต้พื้นโลกหรือที่เรียกว่า “รอยเลื่อน” เมื่อสะสมพลังงานมากขึ้น ระนาบรอยร้าวที่ประกบกันอยู่ได้รับแรงอัดมาก จะทำให้รอยเลื่อนเคลื่อนตัวอย่างฉับพลัน เกิดเป็นแผ่นดินไหวได้ หากเกิดรอยเลื่อนขึ้นภายใต้ท้องทะเลหรือมหาสมุทร ก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวใต้ท้องทะเล อันเป็นสาเหตุให้เกิดคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่


สึนามิไม่เกิดพร้อมกับแผ่นดินไหวทุกครั้ง


ลักษณะการเลื่อนตัวของแผ่นหินเปลือกโลก
แผ่นหินเปลือกโลกอาจเคลื่อนตัวได้ 5 แบบ ดังแสดงในรูปที่ 1
ก) การเลื่อนด้านข้าง (Lateral Fault หรือ Strike-Slip Fault) เปลือกแผ่นหินเลื่อนตัวไปทางด้านข้างอย่างเดียว อาจเลื่อนไปทางด้านซ้ายหรือขวา
ข) การเลื่อนแบบปกติ (Normal Fault หรือ Dip-Slip Fault) เปลือกแผ่นหินเลื่อนตัวไปในแนวลาดชันของรอยแตก โดยแผ่นบนเลื่อนตัวลงต่ำกว่าเมื่อคิดสัมพัทธ์กับแผ่นล่าง ลักษณะนี้เป็นการเลื่อนตัวตามแรงโน้มถ่วงโลกโดยธรรมชาติ
ค) การเลื่อนแบบกลับทิศ (Reverse Fault หรือ Thrust Fault) เปลือกแผ่นหินเลื่อนตัวไปในแนวลาดชันของรอยแตกเช่นกันกับแบบปกติ แต่เนื่องจากแผ่นล่างมีการมุดตัวลง ทำให้เกิดแรงผลักแผ่นบนให้ดันเลื่อนตัวขึ้นสูงกว่าแผ่นล่าง
ง) การเลื่อนแบบเยื้องปกติ (Lateral Normal Fault หรือ Oblique Fault) เป็นการรวมลักษณะการเลื่อนตัวทั้งแบบปกติและการเลื่อนตัวด้านข้างเข้าด้วยกัน ทำให้แผ่นหินส่วนบนเลื่อนตัวเยื้องลงไปจากแนวเดิม
จ) การเลื่อนแบบเยื้องกลับทิศ (Lateral Reverse Fault หรือ Oblique Reverse Fault) เป็นการรวมลักษณะการเลื่อนตัวแบบด้านข้างและแบบกลับทิศเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดการผลักดันเปลือกส่วนบนให้เยื้องขึ้นไปจากแนวเดิม

          ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวตามปกติทั่วไปซึ่งมีขนาดไม่รุนแรง มักเป็นการเลื่อนตัวแบบ ก) หรือแบบ ข) สำหรับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ มักเกิดจากการมุดตัวของแผ่นหินส่วนล่าง (subduction) ผลักดันแผ่นหินส่วนบนขึ้นไปในลักษณะการเลื่อนแบบกลับทิศ (แบบ ค), Reverse Fault หรือ Thrust Fault) ดังเช่นแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี พ.ศ. 2538 ขนาด 7.8 ตามมาตราริกเตอร์ และแผ่นดินไหวที่เกิดเป็นคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ขนาด 9.0 ตามมาตราริกเตอร์

การเลื่อนตัวของแผ่นหินที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์


         หากแผ่นหินที่อยู่ใต้ท้องมหาสมุทรเกิดการเลื่อนตัวทำให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้นในระดับตื้น โดยที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกไม่เกิน 60 กิโลเมตรจากผิวพื้นโลก ซึ่งแผ่นดินใต้ท้องน้ำเกิดดันตัวขึ้นในลักษณะการเลื่อนตัวแบบกลับทิศ (Thrust Fault หรือ Thrust Fault) หรือหากแผ่นหินใต้ท้องน้ำเลื่อนตัวลงแบบปกติ (Normal Fault หรือ Dip-Slip Fault) จะทำให้มวลน้ำมหาศาลเกิดการยกตัวหรือยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว และจะกระจายตัวออกไปเพื่อรักษาสมดุลของพลังงานน้ำ ลักษณะนี้จะก่อให้เกิดขบวนคลื่นน้ำที่ผิวทะเลเรียกว่าคลื่นน้ำทะเลจากแผ่นดินไหว (seismic sea wave) หรือสึนามินั่นเอง

เปรียบเทียบเหตุการณ์แผ่นดินไหวกับการเกิดคลื่นยักษ์

           วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 เวลาประมาณ 22.42 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์กลางทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ขนาด 7.3 ตามมาตราริกเตอร์ มีศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 1,110 กิโลเมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากเปลือกโลกเลื่อนตัวไปด้านข้าง เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นหินพม่าและแผ่นหินซุนดา ซึ่งไม่เหมือนกับแผ่นดินไหวที่เกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นลักษณะการเลื่อนตัวแบบกลับทิศ โดยแผ่นหินอินเดียซึ่งซ้อนเกยกับแผ่นหินพม่าเกิดการมุดตัวเข้าไปข้างใต้และดันแผ่นหินพม่าให้ยกตัวขึ้นหลายเมตร ทำให้เกิดรอยเลื่อนเป็นแนวยาวจากเกาะสุมาตราขึ้นไปทางทิศเหนือเป็นระยะทางยาวถึง 1,200 กิโลเมตร แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ทำให้เกิดรอยแยกยาวประมาณ 80 กิโลเมตรเท่านั้น

           รอยเลื่อนจากเหตุการณ์ทั้งสองนี้จึงแตกต่างกัน และส่งผลให้เกิดคลื่นน้ำที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยตรวจพบคลื่นน้ำเพียงเล็กน้อยในเหตุการณ์วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 เนื่องจากรอยเลื่อนทางด้านข้างไม่ก่อให้เกิดการดันตัวหรือยุบตัวของมวลน้ำในปริมาณมากแต่อย่างใด
            ดังนั้น การตรวจพบแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในมหาสมุทรตั้งแต่ขนาด 7 ตามมาตราริกเตอร์ขึ้นไป ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าจะเกิดคลื่นยักษ์ตามมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามขั้นตอนปฏิบัติการแจ้งเตือนภัยสึนามิหากตรวจพบแผ่นดินไหวซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในมหาสมุทรอินเดียขนาดมากกว่า 6.5 ตามมาตราริกเตอร์ขึ้นไป ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจะประกาศเตือนภัยแก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมการอพยพออกจากบริเวณดังกล่าว
1. กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. ฟื้นคืนชีวิตใหม่: อันดามันหลังวันสึนามิสงบ, 28 มกราคม 2548.

2. ไพบูลย์ ปัญญาคะโป. “เหตุใดสึนามิไม่เกิดพร้อมกับแผ่นดินไหวทุกครั้ง” ใน หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 8 สิงหาคม 2548 หน้า 7. (ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และอนุกรรมการสาขาผลกระทบจากแผ่นดินไหวและแรงลม สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย)
ข้อมูลจาก
www.onep.go.th/tsunami
กองติดตามประเมินผล สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โทรศัพท์ 02 2656535 โทรสาร 02 2656538