วิธีพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการโดยเน้นงานวิจัยที่ตอบสนองต่อชุมชน

          เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.48   ผมไปประชุมคณะกรรมการนโยบายของสถาบันวิจัยและพัฒนาการสาธารณสุขภาคใต้ (วพส.) ที่ มอ. หาดใหญ่   ผศ. พญ. ทิพวรรณ  เลียบสื่อตระกูล   เอาเอกสาร (ร่าง) คู่มือการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการโดยเน้นงานวิจัยที่ตอบสนองต่อชุมชน ให้ผมช่วยให้ความเห็น   ผมเพิ่งมีโอกาสอ่านในวันนี้และมีความรู้สึกว่า   แนวความคิดตรงกับที่ผมเคยเสนอไว้

          อาจารย์หมอทิพวรรณมองเฉพาะที่วิธีพิจารณาตำแหน่งวิชาการ   แต่ผมมองว่าต้องมีการสร้างโครงสร้างของผลงานวิชาการสาย “รับใช้สังคมไทย”  ขึ้นมาใหม่   โดยโครงสร้างด้งกล่าวจะต้องมี 2 ส่วนคือ

  1. วารสารวิชาการไทย   รับใช้สังคมไทย   ซึ่งผมเคยเขียนเสนอไว้แล้ว   เป็นบทความ 2 บทความคือ
               - วารสารวิชาการไทยรับใช้สังคมไทย (link)
               - การจัดการระบบวารสารวิชาการไทยรับใช้สังคมไทย (link)

   2.    ระบบการเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการสายวิชาการไทยรับใช้สังคมไทย   ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อพัฒนาการในสังคมไทย   ควบคู่ไปกับระบบปัจจุบันที่เน้นวิชาการระดับสากล   เน้นที่ Impact Factor

        ผู้บริหารระดับอธิการบดี   รองอธิการบดีของ มอ.   น่าจะรับเอาร่างของ ผศ. ทิพวรรณไปดำเนินการต่อ   พัฒนาขึ้นเป็นระบบวิชาการอีกสายหนึ่งคู่ขนานไปกับสายเดิม   จะเป็นการสร้างรากฐานให้มหาวิทยาลัยรับใช้สังคมไทยได้หนักแน่นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหลายเท่าตัว   โดยที่ความเป็นเลิศทางวิชาการก็ไม่ด้อยลง   กลับเพิ่มขึ้น

          ตามร่างของ อ.หมอทิพวรรณ   มีการคิดเครื่องมือดี ๆ เช่น
                   - ตัวชี้วัดอรรถประโยชน์ของงานวิจัยชุมชน (research utility index)
                   - ขั้นตอนการประเมินผลงาน
                   - กระบวนการประเมิน
                   - เครื่องมือในการประเมินและวิธีการประเมิน

          ผมเห็นว่าความริเริ่มของ ผศ. ทิพวรรณนี้ดีมาก   ร่างนี้ใช้ได้สัก 70 – 80%   หากมีการสานต่อ   ปรับปรุงให้ใช้ได้กับงานเชิงประยุกต์หลายลักษณะและใช้งานได้ง่าย   มีความแม่นยำ   ก็น่าจะใช้ได้เลย

          ส่วนหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยคือ   การนำเอาผู้นำชุมชนโดยตำแหน่ง   เช่น   กำนัน   ผู้ใหญ่บ้าน   อบต.   มาเป็นผู้ประเมิน   เพราะจะตกเข้าไปในวิธีคิดแบบอำนาจ   แบบการเมือง   ไม่ใช่แบบวิชาการ    การประเมินโดยชุมชนควรประเมินโดยผู้นำตามธรรมชาติ   ที่มีวิธีคิดแบบตรงไปตรงมา   มองที่ผลกระทบอย่างแท้จริงต่อชุมชน   ไม่ใช่มองแบบการเมือง

          ที่จริงเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ   ที่ สกอ. น่าจะจับทำเพื่อขับเคลื่อนอุดมศึกษาให้เข้ามาเป็นพลังในการพัฒนาวิชาการเพื่อการประยุกต์ใช้ในสังคมไทย

                                                                                      วิจารณ์  พานิช
                                                                                        17 ก.ค.48