การจัดทำ "ร่าง"  "คู่มือการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการโดยเน้นงานวิจัยที่ตอบสนองต่อชุมชน"  นั้น ผมขอเรียนชี้แจงดังนี้ครับ

ที่จริงแล้ว คนที่ทำงานชิ้นนี้ คือ ดร.ทญ.อังคนา เธียรมนตรี กับ ดร.ทพ.วิรัช เอื้องพูลสวัสดิ์ ทังสองท่านเป็นทีมงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ (วพส.) ของ มอ. ที่มี ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ เป็น ผอ.

งานชิ้นนี้เป็นการดำริของ วพส.ร่วมกับฝ่ายวิจัยฯ ของมอ.   โดยเรามีความเห็นร่วมกันว่า "งานวิจัยที่ตอบสนองต่อชุมชน" หรือเรียกสั้นๆว่า "งานวิจัยชุมชน" นั้น ถ้าจะให้มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริงแล้ว ต้องการนักวิจัยในสาขาวิชาต่างๆที่ข้ามสาขามาร่วมกันทำวิจัย  คือทำอย่างไรที่จะสามารถจูงใจให้อาจารย์มอ.ที่อยู่ใน Discipline ที่ค่อนข้างห่างไกลจากชุมชน ได้มาทำวิจัยที่เกี่ยวข้องและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน  และสามารถใช้ผลงานวิจัยนั้น เป็นผลงานทางวิชาการใน Discipline ของตนได้ เรียกว่าเกิด "Win-win situation"

วพส.จึงได้ให้ทุนวิจัยกับอาจารย์ทั้งสองท่านให้ศึกษาพัฒนา  "คู่มือการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการโดยเน้นงานวิจัยที่ตอบสนองต่อชุมชน"  โดย อ.อังคนาและ อ.วิรัช ได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

ในขั้นตอนเริ่มต้นนั้น ได้ input จากผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ศ.นพ.จรัส  รศ.คุณหญิง สุมนทา เป็นต้น (อาจารย์วิจารณ์ และอาจารย์นักสิทธ์ ได้ตอบรับเชิญจะมาร่วมกิจกรรม แต่ติดภารกิจอื่น จึงไม่ได้มาร่วม) ได้มีการดำเนินการมาหลายขั้นตอน จนได้ "ร่าง" ขึ้นมา

จนถึงขณะนี้ ถึงขั้นตอนการขอ Comment จากผู้ทรงคุณวุฒิ ต่อ "ร่าง" คู่มือ  ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้แล้วก็คงจะได้ "ร่าง" ตัวจริง ที่ผม (ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยฯ) กำลังรอรับเพื่อนำไปเสนอต่อมหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาใช้ต่อไป

ผมมีความเชื่อว่า "คู่มือการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการโดยเน้นงานวิจัยที่ตอบสนองต่อชุมชน" นี้ น่าจะช่วยให้นักวิจัยใน มอ.ได้เข้ามาร่วมกันทำวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนมากขึ้น

ในการประชุมวันที่ 29 มิย. ที่ มอ.นั้น  อ.ทิพวรรณ และอ.อังคนา อยู่ในที่ประชุมทั้งสองท่าน  คนที่ส่งเอกสารให้อาจารย์น่าจะเป็น อ.อังคนานะครับ เพราะผมเป็นคนแนะนำ อ.อังคนาเอง  (แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า อ.อังคนา ขอให้ อ.ทิพวรรณ เป็นคนมอบเอกสารให้อาจารย์)..........ปิติ