หมอบ้านนอกไปนอก(21): ส่วนผสมที่ลงตัว

การช่วยกันทำงานบ้านระหว่างสามีภรรยาเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีและเป็นแบบอย่างให้ลูกๆได้เห็นคุณค่าของการช่วยกันทำงานบ้านด้วย เป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งครอบครัว ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง การเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิต เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ต้องเริ่มต้นเรียนรู้จากครอบครัวค่อยๆหล่อหลอมไปเรื่อยๆตามอายุที่โตขึ้น

  วันอาทิตย์สิ้นเดือนกันยายน ถือเป็นวันสิ้นปีงบประมาณของไทยเรา หลายคนก็ได้เกษียณอายุพักผ่อนอยู่กับบ้าน หลังจากที่ทำงานให้กับราชการมานาน วันนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะไม่ออกไปไหน อยู่เคลียร์งานที่บ้านพัก การมาเรียนต่างบ้านต่างเมืองนี่ก็ดีเหมือนกัน ทำให้ต้องปรับตัวและทำงานบ้านเอง ทั้งซักผ้า รีดผ้า เก็บกวาดบ้าน ทำกับข้าว ล้างจาน จ่ายตลาดเอง ผมไม่ค่อยได้ทำงานเหล่านี้เป็นเวลาสิบกว่าปีแล้ว ภรรยาจะเป็นคนทำทั้งหมด ผมมัวแต่ทำงานนอกบ้านจนลืมภารกิจของการเป็นพ่อบ้านที่ต้องช่วยเหลือภรรยาในการทำงานบ้านไปนาน

ผมซักผ้ารีดผ้าเองตั้งแต่ชั้นปอสองเรื่อยมาจนถึงจบทำงานเป็นแพทย์ได้สามปี ตอนเด็กๆที่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ เวลารีดผ้าก็ใช้เตาถ่าน ใส่ถ่านลงไปถ้าร้อนมากก็รีดลงไปบนใบตองก่อน ความร้อนก็จะลดลงหรือคีบเอาถ่านออก ตอนนี้มีเตารีดไฟฟ้าแล้วก็ใส่น้ำลงไปด้วย รีดง่าย สะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องคอยพ่นน้ำช่วยให้ผ้าเรียบ

พอได้กลับมาทำเองอีกครั้งก็คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ผมชอบซักผ้าด้วยมือมากกว่าใช้เครื่องซักผ้า ผมจึงใช้เครื่องซักผ้าไม่เป็นและไม่อยากหัดด้วย ตอนลูกเล็กๆผมก็ช่วยภรรยาซักผ้าอ้อมลูกโดยเฉพาะตอนลูกคนแรก (น้องแคน) การช่วยกันทำงานบ้านระหว่างสามีภรรยาเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดีและเป็นแบบอย่างให้ลูกๆได้เห็นคุณค่าของการช่วยกันทำงานบ้านด้วย เป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งครอบครัว ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง หน้าที่ตรงนี้ผมบกพร่องไปเยอะเลย

การเรียนรู้ที่มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิต เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ต้องเริ่มต้นเรียนรู้จากครอบครัวค่อยๆหล่อหลอมไปเรื่อยๆตามอายุที่โตขึ้น ผมโชคดีที่ได้เรียนรู้จากครอบครัวอย่างมากในช่วง 5 ปีแรกของชีวิต ได้ฝึกฝนตัวเองในการทำงานบ้าน แบ่งงานกันตามความชอบและความถนัด บางคนกวาดบ้านถูบ้าน บางคนหุงข้าวทำกับข้าว บางคนเก็บสำรับล้างถ้วยล้างจาน การแบ่งหน้าที่กันทำงานของครอบครัวเป็นอะไรที่ลงตัวที่ช่วยให้ครอบครัวแต่ละครอบครัวดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข เคยมีคนกล่าวไว้ว่า “ครอบครัว เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม แต่สำคัญที่สุดในโลก"

ในชีวิตการทำงานในหน่วยงานก็คล้ายๆกัน ถ้าเราอยู่กันแบบครอบครัว เป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่ใช้การบังคับบัญชาสั่งการด้วยอำนาจเป็นตัวตั้ง จัดวางส่วนผสมของบทบาทความรับผิดชอบของสมาชิกในหน่วยงานให้เหมาะสมลงตัว งานก็จะดำเนินไปด้วยดี อุปสรรคน้อยและพัฒนาไปได้มาก ตอนที่ผมทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลบ้านตาก ผมก็ได้พยายามจัดวางบทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสมมากที่สุดเพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัว ทำให้แต่ละคนทำงานไปได้ดี

การทำงานในโรงพยาบาลเล็กๆ แพทย์มีไม่มาก แต่ส่งผลกระทบต่อองค์กรได้มาก เนื่องจากแพทย์เป็นหัวหน้าทีมในการดูแลบริการประชาชน ถ้าแพทย์ไม่เอางาน เอาแต่ใจตัวเอง เข้ากับใครไม่ได้ ยึดมั่นในหลักการของตนเองเป็นใหญ่ การทำงานในโรงพยาบาลก็จะดำเนินไปได้ยากมาก ถ้าหมอพูดกับคนไข้ไม่ดี ด่าคนไข้ ผลสะท้อนจากคนไข้และชุมชนจะแรงมาก แต่ถ้าเป็นไปในทางตรงกันข้าม ผลต่างๆจะดีมาก

สมัยผมจบทำงานปีแรกที่โรงพยาบาลงาว ผมมีความมั่นใจในหลักการทางการแพทย์มาก เวลาคนไข้มาตรวจรักษาก็จะอธิบาย ให้ความรู้กับคนไข้ไปด้วย บอกให้เลิกสูบบุหรี่บ้าง เลิกดื่มเหล้าบ้าง ปรับพฤติกรรมสุขภาพบ้าง พอคนไข้กลับมาตรวจซ้ำ ถามอะไรก็ยังเหมือนเดิม ผมก็จะหงุดหงิด ต่อว่าคนไข้กลับไป หาว่าไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้าง ไม่รักตัวเองบ้าง สอนไม่จำบ้าง ผมทำไปด้วยใจที่มีความห่วงใยคนไข้ แต่คำพูดและการแสดงออกคนไข้ไม่ได้รู้สึกว่าเราห่วงใยเขา แต่เป็นการทำลายความสัมพันธ์ที่ดีไป พอทำงานได้สักห้าเดือน พี่โกมล ภัทรฤทธิกุลผู้อำนวยการก็มาเล่าให้ฟังว่า ที่ประชุมอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน เขาพูดถึงเรื่องที่ผมชอบว่าคนไข้ ดุคนไข้ เขาอยากให้ปรับตัวหน่อย ผมก็เถียงพี่เขาว่า ผมสอนเขา บอกเขา (รวมทั้งว่าเขา) เพราะผมห่วงเขาและยังหาว่าพี่เขาชอบเข้าข้างคนไข้ ผมก็ดื้อ เรื่องอะไรมาตำหนิเรา

แต่พอเวลาผ่านไปผมก็เอามาคิด แล้วก็ได้อ่านหนังสือของพี่แพทย์ชนบทคนหนึ่ง เขียนไว้ว่า คนไข้เขามีวิถีชีวิต ความเชื่อและการปฏิบัติมาแบบนั้นตั้งนานเป็นสิบๆปี เราเจอเขาแค่สามนาทีห้านาที จะมาพูดให้เขาเชื่อแล้วทำตามเลย ยาก เราต้องรู้จักทำใจ อดทน ใจเย็น ค่อยๆบอกค่อยสอนไป ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ทำใจบ้าง ผมก็ได้คิดและหลังจากนั้นมาผมก็ไม่เคยดุ ต่อว่าคนไข้อีกเลย การที่เราได้ข้อมูลป้อนกลับจากคนไข้ ทำให้เรามองตัวเองมากขึ้น

ผมโชคดีที่เป็นผู้อำนวยการที่ได้เจอแพทย์ประจำที่ดี พูดคุยกันรู้เรื่อง ช่วยเป็นหลักในงานตรวจรักษาและช่วยรักษาการแทนในงานบริหารได้ดี เข้าใจบทบาทของผู้อำนวยการรวมทั้งเป็นหัวหน้ากลุ่มงานบริการทางการแพทย์ด้วย ตั้งแต่หมอโก๋ (บุญส่ง เมธาวีกุลชาติ) หมออาร์ท (สราวุธ) หมอหนึ่ง (ธวัชชัย ยิ่งทวีศักดิ์) หมอเปิ้ล(ทัศพร ญาณวิทย์)  หมอซือ หมอนุ๊ก (ปัญจภรณ์) หมอใหม่ (ชูชาติ วิสัยพรม)  และหมอเถียน (เสฐียรพงศ์)ส่วนน้องๆแพทย์ประจำที่มาช่วย ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ค่อยนาน น้องหลายคนที่จบมาใหม่ๆ ก็จะเป็นเหมือนผมตอนที่ทำงานช่วงแรกๆ เอากฎเกณฑ์ทางการแพทย์เป็นตัวหลัก รักษาโรคมากกว่ารักษาคน

ผมนัดน้องหมอทานข้าวกลางวันด้วยกันประมาณเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อจะได้คุยปัญหาอุปสรรคในการทำงานกันพร้อมกับผมจะได้นำเสนอข้อมูลที่ได้มาจากชุมชนให้น้องๆฟังด้วย ก่อนเริ่มงานผมก็จะปฐมนิเทศน้องๆก่อนเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน แล้วก็ยกกรณีตัวอย่างความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในการดูแลรักษาผู้ป่วยทั้งของตนเองและคนอื่นๆที่เคยพบ (โดยไม่กล่าวถึงชื่อของคนที่อยู่ในเหตุการณ์) บางทีก็เอามาจากข่าวความผิดพลาดทางหน้าหนังสือพิมพ์ มาเล่าให้น้องๆฟัง เป็นบทเรียนจากความผิดพลาด (Lesson Learned) ก็เพิ่งมารู้ทีหลังว่า กิจกรรมแบบนี้ก็เป็นการจัดการความรู้วิธีหนึ่ง

ผมคิดว่า การสอนแพทย์ด้วยกัน แม้จะเป็นรุ่นน้อง การพูดให้ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้ เขาจะไม่ค่อยฟัง อาจต่อต้านลึกๆในใจแล้วไม่ทำตาม แต่ถ้ามีกรณีตัวอย่างความผิดพลาดและผลกระทบที่เกิดขึ้นจะทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น เมื่อมีเรื่องร้องเรียนหรือผลสะท้อนกลับจากคนไข้ แพทย์ก็จะเอามานั่งคุยกัน ว่าเป็นจริงหรือไม่ เกิดจากอะไร เราจะช่วยลดสิ่งเหล่านี้กันได้อย่างไร

ทางด้านเจ้าหน้าที่อื่นๆนั้น ที่โรงพยาบาลบ้านตากจะมีข้อดีคืออยู่นาน ไม่ค่อยย้าย ประสบการณ์เยอะ ในขณะที่แพทย์เปลี่ยนบ่อยมาก ผมก็ได้ขอให้พี่ปุ๋ย (วรุตม์ อ๊อดทรัพย์) มาช่วยรักษาการผู้อำนวยการหรือเรียกง่ายๆว่าเป็นรองผู้อำนวยการและหัวหน้ากลุ่มงานเทคนิคบริการด้วย พี่ปุ๋ย เป็นเภสัชกรที่เก่งมาก สุขุม เข้าใจอะไรๆได้ง่าย ชอบทำมากกว่าพูด มีความรับผิดชอบงานดีมาก มีความเป็นผู้ใหญ่และมีความยืดหยุ่นสูง อีกคนที่มาช่วยเป็นรองฯ คือพี่เย็น (ปริญฎา นิลประภา) หัวหน้ากลุ่มการพยาบาล พี่เย็นก็ช่วยดูแลงานของโรงพยาบาลแทนผมได้มาก พี่เย็นเป็นคนรอบคอบ เก็บรายละเอียดได้ดี มีความเป็นผู้ใหญ่และก็ใจเย็นสมชื่อ ในส่วนของหัวหน้ากลุ่มงานนั้นก็มีพี่เป้า (ดารณี สวนเอก) พี่เป้าก็เป็นคนใจเย็น พูดน้อย มีความรับผิดชอบสูง ทำงานเก่ง เกาะติดงาน เป็นหัวหน้าอยู่กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน

พี่ตุ้ย (วราภรณ์ ใจมูล) เป็นหัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์และการพัฒนา ทำงานดีมาก รับผิดชอบสูง ลงไปทำงานลุยงานกับน้องๆตลอด มีความอดทนสูง ใจเย็น ไม่ว่าใคร คิดทางบวกอยู่ตลอด แม้จะมีบางคนในกลุ่มงานพยายามทำตัวเป็นหัวหน้ากลุ่มงานพี่ตุ้ยก็ยังสบายๆ ไม่ถือสา ให้เกียรติคนอื่นๆและมีน้ำใจ อีกงานคือกลุ่มบริหารงานทั่วไป ช่วงแรกๆมีพี่เครือวัลย์ วิเศษสรรค์ เป็นพ่อบ้าน เป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ใจเย็น เข้ากับคนง่าย เป็นที่ยอมรับของทุกๆกลุ่มงาน คุมคนด้วยใจ รู้งาน เป็นผู้ใหญ่ ให้เกียรติคนอื่นๆ ไม่ว่าใครเช่นกัน ไม่มีลูกน้องคนพิเศษของตนเอง มีและแม่นหลักการ กฎกติกาปฏิบัติเสมอกัน ตอนนี้ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลลำพูน วันเลี้ยงส่งพี่เครือ ผมขึ้นไปกล่าวบนเวทีที่สนามบาสโรงพยาบาลด้วยน้ำตา เป็นครั้งแรกที่เลี้ยงส่งเจ้าหน้าที่แล้วผมร้องไห้ คนที่ขึ้นมาแทนคือพี่จุ๊ (สุนทรี กิจการ) ก็มีความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายได้ดี

ในส่วนระดับงานนั้นพี่ๆส่วนใหญ่ก็ทำหน้าที่ของตนเองได้ดี อย่างเช่นพี่ตุ๊ (เทพทวย มูลวงษ์) หอผู้ป่วยชายที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ลุยงานกับน้องๆได้ เข้ากับคนอื่นได้ดี แม่นและมีหลักการ ไม่แกว่งไปแกว่งมาตามการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด ทักท้วงด้วยสุภาพและเหตุผล แนะได้สอนได้และก็รู้จักสอนคนอื่น พี่ติ้ง (ศรีวรรณ รัศมี) หอผู้ป่วยหญิง มีความรับผิดชอบสูงเช่นกัน กล้าพูดกล้าเสนอความคิดเห็น ไปเออออตามผู้บริหารง่าย ทำอะไรต้องมีเหตุผล คุยกันชี้แจงกันได้ แต่ไม่ใช่คนดื้อ

พี่ตุ๊ก (ภิพาภรณ์ โมราราช) เป็นคนน่ารัก ใจเย็น รับผิดชอบสูง เกาะติดงาน มีความอดทนทุ่มเทในการทำงานมาก มีมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน รู้จักเป็นทั้งหัวหน้าและลูกน้องได้ดี ห้องฟันนี่ก็มีชื่อเสียงมากตั้งแต่หมอพัลลภ (พัลลภ ตรีบุพชาติสกุล) มาอยู่ คนไข้เชื่อมั่นมารักษาทั้งในอำเภอและต่างอำเภอ เป็นคนน่ารัก ทำงานดี ฝีมือในการทำหัตถการดีมาก ทำงานเนี้ยบ บริหารงานในฝ่ายได้อย่างดี ช่วงหมออิ่ม (อิ่มใจ สรรพช่าง) ก็เช่นกัน คนไข้ติดทั้งคู่ ช่วงหลังๆทั้งสองคนไปเรียนต่ออีกสักปีหนึ่งก็คงกลับมาอยู่ที่บ้านตาก เรียนทันตกรรมจัดฟัน พี่คุ้ม (บุญคุ้ม อ่ำเจ๊ก) หัวหน้างานการแพทย์แผนไทย เป็นคนเงียบๆ ใจเย็น เรียบง่ายแต่มีความรับผิดชอบในงานดีมาก เป็นแพทย์แผนไทยฝีมือดี พี่อ้วน (สุภาภัดต์ ต๊ะคำ) หัวหน้างานชันสูตร ก็มีความรับผิดชอบดี เข้ากับน้องๆในทีมได้ ตอนนี้พัฒนาระบบห้องปฏิบัติการเพื่อประเมิน ISO 15189 เป็นโรงพยาบาลชุมชนไม่กี่แห่งที่ขอเข้าร่วม

พี่ต๋อม (ศศิธร ชัยมัง) งานห้องผ่าตัด เป็นคนน่ารัก เข้ากับคนง่าย มีความรับผิดชอบและเป็นแม่งานสำคัญของกิจกรรม 5 ส ของโรงพยาบาล พี่เงาะ ห้องคลอด พี่จอยห้องฉุกเฉิน พี่พรห้องผู้ป่วยนอก ก็มีความรับผิดชอบในงานดี พี่ตุ๋ย ที่ดูแลงานบริการอาหารและงานจ่ายกลางซักฟอก ก็มีความรับผิดชอบดี มีความคิดในการพัฒนาดี  งานการเงินเป็นอีกงานหนึ่งที่ผมสบายใจมากเนื่องจากพี่หนิม (เกศราภรณ์ รอดแสวง) เป็นคนที่รอบคอบมาก รู้กฎระเบียบเป็นอย่างดี เข้าใจกฎกติกาและไม่พยายามเอากฎนั้นมาเป็นอุปสรรคในการทำงาน รวมทั้งมีน้องเก๋ กับน้องหยินที่ทำเรื่องบัญชีและข้อมูลการเงินได้ดีมาก อีกคนหนึ่งคือป้อม (รัชดา โพธิ์ทอง) เป็นหัวหน้างานรังสีวิทยา เป็นคนที่น่ารักมาก มนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย ทำงานเก่ง มีความรับผิดชอบสูง

มีงานที่ผมกำหนดเพิ่มขึ้นมาเพื่อตอบสนองปัญหาของชุมชนและโรงพยาบาล ได้แก่งานประกันสุขภาพ มีพี่แจ๋ว (จินตนา บึกนันตา) เป็นหัวหน้างาน พี่แจ๋วมีความรับผิดชอบสูงมาก ละเอียดรอบคอบ เกาะติดงาน ข้อมูลแม่น มองการณ์ไกลและรักษาผลประโยชน์ของโรงพยาบาลดีมาก  พี่อ๊อด (สุภาภรณ์ มหาวรรณ) งานบริการสุขภาพจิต ชอบงานด้านนี้อยู่แล้ว เป็นคนที่น่ารัก ใจเย็น มีความรับผิดชอบสูง ใส่ใจและเกาะติดงาน งานการพยาบาลผู้สูงอายุ มีน้อย (วราพร คุ้มอรุณรัตนกุล) เป็นแม่งาน มีกิจกรรมที่โดดเด่นมาก ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ได้หันมาให้ความสนใจด้านนี้แล้ว น้อยเป็นคนทำงานดี เป็นกันเอง สุภาพ มีความรับผิดชอบสูง มุ่งมั่น แต่ก็ขี้เกรงใจคน

งานการพยาบาลเด็ก มีปิ (ปิย์วรา ตรีบุพชาติสกุล) เป็นแม่งาน ดูแลพัฒนาเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า ตอนนี้มีเด็กในความดูแลเกือบ 80 คน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเคยมาดูงานและชื่นชมมาก ปิเป็นคนเก่ง หัวไว คิดเร็ว ทำเร็วแต่ก็รอบคอบ ทุ่มเท กล้าพูดกล้าเสนอความคิดเห็น งานการพยาบาลพิเศษ ดูแลกิจกรรมการตรวจสุขภาพ สุขภาพสตรี มีปู (วรวรรณ พุทธวงศ์) เป็นแม่งาน ปูเป็นคนทุ่มเท มุ่งมั่น มีความรับผิดชอบสูง ประสานงานเก่ง กล้าพูดกล้าเสนอความคิดเห็นเช่นกัน

อีกงานเป็นส่วนหนึ่งของงานสุขศึกษาประชาสัมพันธ์คืองานเทคโนโลยีสารสนเทศ มีพี่ออด (อภิชาติ รอดแสวง) เป็นผู้ดูแล เป็นคนมีความสามารถทางด้านไอทีสูงมาก ไม่ได้จบโดยตรงด้านนี้ แต่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ทุ่มเทในการพัฒนางานไอทีของโรงพยาบาลจนอยู่ในระดับแนวหน้า มีหลายหน่วยงานมาดูงาน ทำเองทั้งเรื่องการดูแลระบบปฏิบัติการ การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เดินระบบแลน เขียนเว็บไซต์เอง ดูแลเอง ซ่อมเอง ทำคนเดียว กลับบ้านมืดค่ำแทบทุกวัน แม้จะเป็นเพียงลูกจ้างประจำ แต่ก็ทุ่มเททำงานให้กับโรงพยาบาลอย่างมาก

ในส่วนอื่นๆผมคงไม่ได้เขียนได้ครบทั้งหมด แต่ผมจำความดีได้ทุกคน ในส่วนลูกจ้างที่โดดเด่นก็มีหลายคนเช่นพี่คำ (คำ แสนเปา) คนขับรถที่ทำงานให้กับโรงพยาบาลอย่างเต็มที่ มีน้ำใจ สุภาพ ขยันขันแข็ง ดูแลรถดีมากพอๆกับดูแลคนที่นั่งไปในรถ น้ากุน (กุณ กัณฑาบุญ) พนักงานเปลที่ทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับไปด้วย ยิ้มแย้มแจ่มใส มีมิตรไมตรีที่ดี มีน้ำใจ ป้ามาลา ที่ทำงานของตนเองอย่างเงียบๆที่หน่วยจ่ายกลาง เสมอต้นเสมอปลาย ใจเย็น น่ารัก หรือ สม คนสวนที่แม้จะเป็นลูกจ้างรายวัน แต่ก็ทำงานอย่างเต็มที่ ทำด้วยใจ มีความสุขกับสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน

ก็ยังมีอีกหลายๆคนที่ไม่ได้กล่าวถึงแต่ก็ทำงานในหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดีและช่วยเหลืองานของส่วนรวมไปด้วย ผมคิดว่าเป็นความลงตัวของทีมงานโรงพยาบาลบ้านตากที่ดีที่ทำให้ผมโชคดีและมีความสุขในการทำงาน บ่ายโมงแล้วถึงเวลาอาหารกลางวัน ผมขอจบบันทึกนี้ด้วยเพลงของน้าหมู พงษ์เทพครับ ลมรำเพย

“จากไปแล้วดังลมรำเพย โอ้อกเอ๋ยไม่หวนกลับหลัง ดั่งราตรีที่ลืมรุ้งราง ดุจดาวที่หลงฟ้ากว้าง ดั่งทางที่ร้างสัญจร จากไปแล้วหนอความหวังดี คอยจู้จี้ห่วงใยไถ่ถอน แว่นเสื้อผ้า หยูกยากระเซ้าเง้างอน อยู่ตรงไหนฟูกหมอน  ไต่ถามด้วยความคิดถึง

เพียงน้ำคำกล่าวลาเข้มแข็ง ขวัญโรยอ่อนเรี่ยวแรง หลังรินร่ำลาคราหนึ่ง จากก็เจ็บ อยู่ก็จำเจจึง ไปเพื่อไถ่ถามถึง ห่วงหากันอีกสักหน เหม่อมองแล้วเมื่อไรจะมา ห่วงหนักหนาว่าจะสับสน ไต่แสงดาวกับใครกี่คน ไปเพื่อจะหลุดพ้น หรือตั้งใจไปเหงา"

พิเชฐ  บัญญัติ

Verbond straat 52

2000 Antwerp, Belgium

30 กันยายน 2550

13.00 น. (18.00 น.เมืองไทย )  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน PracticalKM



ความเห็น (6)

สวัสดีเจ้าค่ะ คุณน้าหมอ

         สบายดีหรือเปล่าค่ะ...หนูแวะมาเยี่ยมเจ้าค่ะ......รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ...เห็นงานเยอะจัง

      เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ --------> น้องจิ ^_^

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้องจิ

            น้าหมอส่งกำลังใจกลับมาให้ด้วย ขอบคุณมาก อยากให้น้องจิส่งคำประพันธ์ที่น้องจิได้รางวัลมาโชว์ในบล็อคบ้าง

เขียนเมื่อ 

คะ พี่หมอ การที่เราช่วยกันทำงานในครอบครัวทำให้เรารักกันมากขึ้น แต่ส่วนของนก นะแฟนจะเป็นคนทำคะเพราะนกอยู่ กทม.ลูก ๆ อยู่พิษณุโลกกับพ่อ นะคะ

ตอนนี้ที่เมืองไทยเราฝนตกหนักและเกิดความไม่สงบที่ภาคใต้มันไม่จบสักที นก นี้ โมโหมากเมื่อฟังข่าวการฆ่ากันที่ภาคใต้ สงสัยประเทศไทยจะหมดทางแก้ไขแล้วละคะ

สวัสดีครับพิเชษฐ์

ผมได้พบน้องที่มาอยู่แทนพิเชษฐ์ที่บ้านตาก ดูสุขุมเยือกเย็นดี  ได้คุยกันและแสดงความมั่นใจของผมแก่เขาว่า แม้พิเชษฐ์ออกจากบ้านตากไป แต่การทำงานและการพัฒนาของบ้านตากจะยังคงอยู่ เนื่องจากทีมงานเข้มแข็งมากแล้ว  ซึ่งหากเป็น รพช อื่นหาก ผอ.ที่ active ย้ายไปมักจะมีปัญหา  เอาใจช่วยครับ 

พี่สาโรจน์

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่สาโรจน์

มหกรรมการจัดการความรู้ที่ มน.เป็นไงบ้างครับ พี่ได้ไปร่วมหรือเปล่า เสียดายมากที่ไมได้ไปร่วม

ขอบคุณแทนทีมงานโรงพยาบาลบ้านตากด้วยครับ 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับพี่พิเชษฐ์

อ่านที่พี่เขียนเกี่ยวกับเรื่องครอบครัวแล้วรู้สึกจริงว่าตัวเองก็ทำงานนอกมากแต่กับครอบครัว (คุณแม่) ผมเอาใจใส่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น คงต้องปรับตัวขนานใหญ่ครับ

หมายเลขบันทึก

133270

เขียน

30 Sep 2007 @ 18:21
()

แก้ไข

21 Jun 2012 @ 17:47
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก