อักษรย่อ...ยังใช้กันสับสน...

ต้องดูหลักเกณฑ์จาก

ราชบัณฑิตยสถาน

        ในการเขียน การอ่านอักษรย่อ ในปัจจุบัน ผมพบเห็นใช้กันตามใจผู้เขียน มากมาย จนไม่รู้ว่าคำไหนถูกคำไหนผิด เพราะผมเคยพบว่า หลักเณฑ์ หลักการพวกนี้ บางทีก็ใช้ไม่ได้ สิ่งที่เคยผิด พอมีคนใช้มากๆเข้ากลายเป็นถูก หรือเคยใช้กันมาผิดๆ(หลักการ) ก็เลยถือเป็นถูกก็มีให้เห็นในวงการ การใช้ภาษา ดูง่ายจากคำอ่าน เมื่อก่อน ถาวรวัตถุ ต้องอ่าน ถา-วะ-ระ-วัด-ถุ เดี๋ยวนี้ ถา-วอ-ระ-วัด-ถุ หรือ ถา-วอน-วัด-ถุ ก็ได้ สมัยก่อนใครอ่านถา-วอน-วัด-ถุ เวลาออกข้อสอบถือว่าผิดเลยถ้าใครเลือก เมื่อคนอ่านผิดมากๆเข้า หลายๆคำก็กลายเป็นคำถูก

       ผมยังห่วงอีกคำ คำว่า "มหาลัย" มีคนพูดกันมากๆ อีกหน่อยก็คงเป็นคำที่ถูกขึ้นมาแน่ๆ แล้ว คำว่า "โรงบาล" ก็คงจะตามมานะครับ

       แต่วันนี้ผมจะขอพูดคุยเรื่อง อักษรย่อ ก่อน อักษรย่อที่เราเห็นกันอยู่ ร.ร. คือโรงเรียน ที่จริง ต้องใช้ รร. อักษรย่อที่เราเห็นอีก คือ ศจ. ที่ถูกคือ ศ. และยังมีอีกมากมาย ผมจึงขอนำหลักเกณฑ์ที่ราชบัณฑิตยสถานให้ไว้มาเผยแพร่อีกทีดังนี้ครับ

หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ

     ๑. ใช้พยัญชนะต้นของพยางค์แรกของคำเป็นตัวย่อ    

     ๑.๑ ถ้าเป็นคำคำเดียวให้ใช้ตัวย่อตัวเดียว แม้ว่าคำนั้นจะมีหลายพยางค์ก็ตาม

ตัวอย่าง           

(๑) ๕ วา = ๕ ว.            (๒) จังหวัด = จ.            (๓) ๓.๐๐ นาฬิกา = ๓.๐๐ น.            (๔) ศาสตราจารย์ = ศ.    

    ๑.๒ ถ้าใช้ตัวย่อเพียงตัวเดียวแล้วทำให้เกิดความสับสน อาจใช้พยัญชนะต้นของคำถัดไปเป็นตัวย่อด้วยก็ได้

ตัวอย่าง          

  (๑) ทหารบก = ทบ.            (๒) ตำรวจ = ตร.            (๓) อัยการ = อก.

   . ถ้าเป็นคำสมาสให้ถือเป็นคำคำเดียว และใช้พยัญชนะต้นของพยางค์แรกเพียงตัวเดียว

ตัวอย่าง           

(๑) มหาวิทยาลัย = ม.            (๒) วิทยาลัย = ว.

     . ถ้าเป็นคำประสม ใช้พยัญชนะต้นของแต่ละคำ

ตัวอย่าง           

(๑) ชั่วโมง = ชม.            (๒) โรงเรียน = รร.

     . ถ้าคำประสมประกอบด้วยคำหลายคำ มีความยาวมาก อาจเลือกเฉพาะพยัญชนะต้นของคำที่เป็นใจความสำคัญ ทั้งนี้ไม่ควรเกิน ๔ ตัว

ตัวอย่าง          

  (๑) คณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ = กปร.           

(๒) สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ = สปช.

     ๕. ถ้าใช้พยัญชนะต้นของแต่ละคำแล้วทำให้เกิดความสับสน ให้ใช้พยัญชนะต้นของพยางค์ถัดไปแทน

ตัวอย่าง           

(๑) พระราชกำหนด = พ.ร.ก.           

(๒) พระราชกฤษฎีกา = พ.ร.ฎ.

     . ถ้าพยางค์ที่มี ห เป็นอักษรนำ เช่น หญ หล ให้ใช้พยัญชนะตัวที่ออกเสียงเป็นตัวย่อ

ตัวอย่าง           

(๑) สารวัตรใหญ่ = สวญ.            (๒) ทางหลวง = ทล.

. คำที่พยัญชนะต้นเป็นอักษรควบกล้ำหรืออักษรนำ ให้ใช้อักษรตัวหน้าตัวเดียว 

ตัวอย่าง           

(๑) ประกาศนียบัตร = ป.            (๒) ถนน = ถ.            (๓) เปรียญ = ป.

     . ตัวย่อไม่ควรใช้สระ ยกเว้นคำที่เคยใช้มาก่อนแล้ว

ตัวอย่าง            (๑) เมษายน = เม.ย.            (๒) มิถุนายน = มิ.ย.           

 (๓) เสนาธิการ = เสธ.            (๔) โทรศัพท์ = โทร.

     . ตัวย่อต้องมีจุดกำกับเสมอ ตัวย่อตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไปให้จุดที่ตัวสุดท้ายเพียงจุดเดียว ยกเว้นตัวที่ใช้กันมาก่อนแล้ว

ตัวอย่าง           

 (๑) ตำบล = ต.            (๒) รองศาสตราจารย์ = รศ.            (๓) พุทธศักราช = พ.ศ.

     ๑๐. ให้เว้นวรรคเล็กหน้าตัวย่อทุกแบบ

ตัวอย่าง           

 (๑) ประวัติของ อ.พระนครศรีอยุธยา           

 (๒) มีข่าวจาก กทม.ว่า

     ๑๑. ให้เว้นวรรคระหว่างกลุ่มอักษรย่อ

ตัวอย่าง           

(๑) ศ. นพ.            (๒) รศ. ดร.

     ๑๒. การอ่านคำย่อ ต้องอ่านเต็ม

ตัวอย่าง     

       (๑) ๐๕.๐๐ น. อ่านว่า ห้า-นา-ลิ-กา           

      (๒) อ.พระนครศรีอยุธยา อ่านว่า อำ-เพอ-พระ-นะ-คอน-สี-อะ-ยุด-ทะ-ยา

     ยกเว้นกรณีที่คำเต็มนั้นยาวมากและคำย่อนั้นเป็นยอมรับกันทั่วไปแล้ว อาจอ่านตัวย่อเรียงตัวไปก็ได้

ตัวอย่าง            ก.พ. อ่านว่า กอ-พอ

 

ที่มา : หนังสือหลักเกณฑ์การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและเครื่องหมายอื่น ๆ หลักเกณฑ์การเว้นวรรค หลักเกณฑ์การเขียนคำย่อ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ ๖  หน้า ๖๗-๗๐

     งงกับตัวอย่างข้อไหน ก็ถามราชบัณฑิตยสถาน ดูนะครับ ผมถ่ายทอดมา ไม่กล้าแก้ไขต่อเติม มีแก้การสะกดให้ครบถ้วนในบางคำเท่านั้น