ฟอกรถ ทำยังไง กำไรมหาศาล

                  หลังจากที่มีข่าวกรมศุลกากรทุบรถหรูราคาแพงยี่ห้อ "เฟอร์รารี่" ไปเมื่อ 26 ก.ย.50 ที่ผ่านมา ได้มีเพื่อน ๆ ป.โท ได้มาสอบถามกันหลายคนว่าทำไมกรมฯถึงต้องทุบรถทิ้งน่าเสียดายจัง

                  การจะแฉพฤติกรรมขบวนการแก๊งนี้ลงใน blog นี้ ก็เกรงว่าพวกท่านๆทั้งหลายจะเขม่นเอา ก็ขอสมมติเรื่องหนึ่งแทนนะครับ  สมมตินะครับสมมติ   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานมากจนจำไม่ได้แล้วจบ เอ้า! ล้อเล่นน่า มีนักลงทุนคนหนึ่งมีเงินลงทุนประมาณ 300,000 บาท ต้องการจะซื้อรถยนต์คันหนึ่งเพื่อมาขายต่อเอากำไร ได้ติดต่อเพื่อนชาวต่างประเทศให้หารถยนต์มาให้ รถยนต์ที่จะหามาให้ก็มีหลายรูปแบบ รถหมดอายุการใช้งาน ขโมยมา หนีไฟแนนซ์ เจ้าของขายเองแล้วค่อยแจ้งหาย เมื่อรถยนต์ได้เดินทางเข้ามาในเมืองไทยแล้ว จะด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่ถ้ายังไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรเพื่อเสียภาษีนำเข้า ก็ยังคงเป็นรถเถื่อนอยู่ดี

                   ฉะนั้น ก็จำเป็นต้องทำให้รถเถื่อนเป็นรถที่จดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ให้เจ้าหน้าที่ซักหน่วยงานหนึ่งที่มีอำนาจยึด-จับกุมรถเถื่อนได้ทำใบแจ้งความนำจับไว้ ทำบันทึกจับกุม แล้วนำส่งกรมศุลกากรก็จะผ่านขบวนการขั้นตอนตามกฎหมาย จนกระทั่งถึงวันที่มีการขายทอดตลาด เพื่อนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก    หากรถยนต์ที่ลงทุนสั่งซื้อมาราคาเท่าเงินที่มี เมื่อนำขายทอดตลาดแล้วได้ราคาซัก 1,000,000 บาท เงินสินบนนำจับจะได้ 30 % และผู้จับกุมซึ่งขบวนการนี้จะมีชื่อประมาณ 5 คนเท่านั้น จะได้อีก 25 % รวมแล้วจะได้เงินคืนไป 55 % ของราคาที่ขายทอดตลาดได้ ก็จะได้ 550,000 บาท อีก 45% ก็จะเป็นรายได้แผ่นดิน     จะเห็นว่าลงทุน 300,000 บาท จะมีกำไร 250,000 บาท ในเวลาไม่กี่เดือน  

                 หากรถยนต์คันนั้นคาดว่าจะขายได้ในราคาที่สูงมาก ก็จะถอดชิ้นส่วนบางรายการในตัวรถออกซะ เพื่อรอให้มีราคาประมูลที่ต่ำสุด ๆ ซึ่งก็จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะเสี่ยงประมูลไป   เพราะอุปกรณ์บางอย่างในรถขาดหายไปแล้วก็ไม่มีอะไหล่ด้วย    เพราะจะเป็นอุปกรณ์เฉพาะรถคันนั้นเท่านั้น   เมื่อพวกขบวนการนี้ตั้งใจที่ประมูลซื้อกลับมา   ก็นำอุปกรณ์ที่ตัวเองถอดออกใส่กลับเข้าไปแล้วนำออกขายก็จะทำให้มีกำไรอย่างมหาศาลจำนวนเงินก็ตามข่าวนั่นแหละ นี่เพียงแค่เรื่องสมมติเพียงคันเดียวนะเนี่ย แล้วถ้าพวกเขาทำกันมาหลายคันแล้วล่ะ

              นี่คงจะเพียงพอที่จะเป็นเหตุให้อธิบดีกรมศุลกากร ได้ตัดสินใจที่เด็ดขาดในการที่จะสกัดกั้นขบวนการฟอกรถไว้ก่อนที่จะมีเศรษฐีเกิดขึ้นในเมืองไทยอีกหลายคน ใช่ป่าวครับ เสี่ยงนะเนี่ย เพียงแค่เรื่องสมมติเอง อย่าคิดมาก ก็เลยเล่าสู่กันฟัง