16 กันยายน 2550 เกิดเหตุเครื่องบินของสายการบิน 'วันทูโก' ลื่นไถลออกนอกรันเวย์จนเกิดการระเบิด เป็นข่าวดังไปทั่วโลก (ต่างชาติคงจะรู้จักประเทศไทยกันก็คราวเนี้ย!)
สาเหตุจากอุบัติเหตุดังกล่าวยังไม่มีใครทราบ เนื่องจากอยู่ในระหว่างถอดรหัสลับจากกล่องดำ (ที่มีสีแสด)
จากคำบอกเล่าของผู้ใกล้ชิด (น้องสาว) ซึ่งได้พูดคุยกับผู้อยู่ในเหตุการณ์ขณะที่เครื่องบินระเบิด ทั้งจากลูกเรือที่รอดชีวิต 2 คน จากจำนวนทั้งสิ้น 7 คน และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบินเอง รวมกับการรับฟังข่าวสารจากสื่อต่างๆ ก็เป็นเหตุให้ต้องสงสัยกับเหตุการณ์หลายอย่าง เป็นต้นว่า...
ลูกเรือจำนวน 7 คน ที่ต้องมาประสบเหตุ จริงๆแล้วในวันนั้น ไม่มีตารางบินในเที่ยวบิน โอจี 268 กรุงเทพฯ-ภูเก็ต แต่อย่างใด แต่ได้ถูกสับเปลี่ยนตารางบินอย่างกระทันหัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสายการบินนี้ที่ไม่มีความแน่นอนของตารางการทำงานของลูกเรือ เพราะน้องสาวของเราก็เคยเจอกับตารางป่วนแบบนี้เหมือนกัน
ลูกเรือในเที่ยวบินนี้ประกอบด้วย 1.) นักบินชาวอินโอนีเซีย ที่ทำงานมาแล้ว 8 วันๆละประมาณ 6-7 ชั่วโมง ซึ่งมากเกินกว่าที่กฏการบินได้กำหนดไว้ 2.) ผู้ช่วยนักบิน ซึ่งมีความสามารถ อายุยังน้อย และสามารถสอบเข้าเป็นนักบินของสายการบินแห่งชาติ 'การบินไทย' โดยจะเริ่มงานในเดือนตุลาคม นี้ 3.) พนักงานต้อนรับบนเครื่อง ชาย 2 หญิง 3 โดย 3 ใน 5 คน อยู่รุ่น 16 กำลังอยู่ระหว่างฝึกบินได้ประมาณ 1 เดือน และต้องตายพร้อมกันในวันที่ 16 เวลาเกือบ 16 นาฬิกา และเหลือพนักงานต้อนรับรอดเพียง 2 คนเท่านั้น!!
เครื่องบินรุ่น MD 82 เป็นรุ่นที่เก่ามากๆ ใช้งานมานานกว่า 30 ปี
เมื่อเครื่องบินลื่นไถลออกนอกรันเวบ์และชนกับภูเขาแล้ว มีกลุ่มควันเกิดขึ้น แต่ยังไม่เห็นประกายไฟ รถดับเพลิงจำนวน 3 คัน มาถึงที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีน้ำสักคันเดียว ต้องรอประมาณ 10-15 นาที กว่าที่หน่วยสนับสนุน (ที่มีน้ำมาด้วย) จะมาถึง ซึ่งก็ได้เกิดเพลิงไหม้แล้ว
ศพที่พบส่วนใหญ่สภาพศพยังดีอยู่แต่ดำและสกปรกไปด้วยเขม่าควัน คาดว่าน่าจะขาดอากาศหายใจ
จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน...ขณะที่เครื่องจะแลนด์ดิ่ง ผู้ควบคุมหอบังคับการแจ้งความเร็วของกระแสลมในขณะนั้นว่า 10 น๊อต ซึ่งในความเป็นจริงคือ 40 น๊อต ...
????
ขณะนี้ เราเชื่อว่าหลายฝ่ายคงอยากรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริง และไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใด เราก็ไม่อยากให้โยนความผิดทั้งหมดให้กับนักบิน เพราะคนตายพูดไม่ได้
เพียงแต่อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษา ที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันป้องกัน แก้ไข โดยใช้มาตรการหรือกฎระเบียบต่างๆ ออกมาควบคุมให้รัดกุมกว่าเดิม ถึงแม้จะเป็นมาตรการ "วัวหายแล้วล้อมคอก" ก็เถอะ