"Much of life can never be explained but only witnessed."

บันทึกนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากบันทึกเรื่อง " บางครั้งชีวิตก็ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป ..... " ของพี่แอมป์ ดอกไม้ทะเล ค่ะ 

อ่านบันทึกของพี่แอมป์แล้วทำให้นึกถึง บทความเรื่อง "Mystery and Awe" ในหนังสือ Kitchen Table Wisdom ของ คุณหมอ ราเชล นาโอมิ เรเมน

คุณหมอเขียนไว้ว่า เพราะว่าเป็นหมอนี่แหละ เลยถูกฝึกมาให้คิดว่า ถ้าเห็นโรคแล้วต้องคิดให้ได้อย่างเร็วที่สุดว่าจะรักษาจะแก้ไขอย่างไร

ความไม่รู้ คือ ศัตรู

เมื่อมีปัญหาเมื่อไหร่ ก็รู้สึกว่าต้องรีบหาคำตอบ เพราะอึดอัดที่อะไรๆมันไม่อยู่ในการควบคุมของเรา

เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ต้องพยายามหาคำอธิบายให้ได้

ถ้าตอบว่า ฉันไม่รู้ "I don't know" นี่ถือว่าน่าอายมาก 

แต่พอได้สัมผัสกับความตายมากขึ้น ได้มาเป็นผู้ป่วยซะเอง ไอ้สิ่งที่อธิบายไม่ได้ หาทางออก หาคำตอบตายตัวไม่ได้มันมากเหลือเกิน

มีอยู่วันหนึ่งคุณหมอก็คิดได้ขึ้นมา แล้วก็เลิกรู้สึกอึดอัดเวลาเผชิญกับความไม่แน่นอน

ตั้งแต่วันนั้น  หมอเรเชล บอกว่า

"I no longer feel that life is ordinary. Everyday life is filled with mystery. The things we know are only a small pat part of the things we cannot know but can only glimpse. Yet even the smallest of glimpses can sustain us"

"Mystery seems to have the power to comfort, to offer hope, and to lend meaning in times of loss and pain."

หมอบอกว่า บางครั้งหมอฟันธงมอบคำตอบที่แน่นอนให้ผู้ป่วย แต่โดยมากแล้ว อะไรก็ไม่แน่ไม่นอน หมอได้เปลี่ยนวิธีสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติเป็นการให้ความเป็นมิตรและ ความเข้าใจว่าอะไรก็ไม่แน่ไม่นอน สิ่งที่อธิบายไม่ได้ก็มีอยู่กับชีวิตเสมอๆ  

หมอบอกว่า เราไม่ต้องตัดสินใจว่าจะต่อต้านเพราะลังเล หรือ จะยอมรับไอ้สิ่งที่ยังไม่มีการพิสูจน์แต่แค่ให้ทำใจกว้างๆแล้วก็รอ อย่าหมดหวัง

ในนิทานก่อนนอน เรามักคุ้นเคยกับการแก้คำสาปด้วยคาถาวิเศษ นางฟ้าถือไม้ร่ายมนต์ แล้วก็พูดว่า Shazam! หรือ  โอมเพี้ยง! 

หมอเรเชลบอกว่า คาถาของหมอคือ "I don't know"

หมอเขียนลงท้ายไว้ในอีกบทความว่า

"Much of life can never be explained but only witnessed."