บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประยุกต์ใช้ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้และเทคนิคผังกราฟฟิกสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ชีวิตรอบตัวเรา 2) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนโดย นักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 3) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 โดยนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 กลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 โรงเรียนบ้านเหล่าหลวงเตาถ่าน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จำนวน 24 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มี 3 ประเภท ได้แก่ (1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลองปฏิบัติ คือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ประยุกต์ใช้ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้และเทคนิคผังกราฟฟิก จำนวน 8 แผน (2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและสะท้อนผลการปฏิบัติ คือ แบบบันทึกประจำวันของครู แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการสอน (3) เครื่องมือในการประเมินผลการวิจัย คือ แบบทดสอบวัดทักษะการคิดและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิจัยครั้งนี้ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการ แบ่งเป็น 3 วงจรปฏิบัติการ คือ วงจรปฏิบัติการที่ 1 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1-2 วงจรปฏิบัติการที่ 2 ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3-5 วงจรปฏิบัติการที่ 3 ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6-8 โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นในการเก็บรวบรวมข้อมูล เมื่อดำเนินการวิจัยเสร็จสิ้นในแต่ละวงจรปฏิบัติการแล้วทำการทดสอบท้ายวงจร เพื่อประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนและสะท้อนผลการปฏิบัติ โดยผู้วิจัยและ ผู้ช่วยผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตในแบบบันทึกประจำวัน แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการ <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p></div></td></tr></tbody></table>สอนของครู มาวิเคราะห์และปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเมื่อดำเนินการวิจัยครบทุกวงจรปฏิบัติการแล้ว ทำการทดสอบเพื่อประเมินผลสรุปอีกครั้งหนึ่งผลการวิจัยพบว่า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">1) นักเรียนจำนวนร้อยละ 83.33 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เฉลี่ยร้อยละ73.33 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ******</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">3) นักเรียนจำนวนร้อยละ 87.50 มีคะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดทักษะการคิด เฉลี่ยร้อยละ 74.83 ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนด</p>
การพัฒนานวัตกรรมการศึกษาด้านการจัดการเรียนการสอน
เรื่อง การประยุกต์ใช้ทฤษฎีสร้างสรรค์ความรู้และเทคนิคผังกราฟฟิกเพื่อพัฒนาทักษะการคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นางสาวสถาพร ชุ่มชื่นดี · 28 ก.ย. 2550
บางทราย · 28 ก.ย. 2550
ummm · 28 ก.ย. 2550
นางสาวสถาพร ชุ่มชื่นดี · 28 ก.ย. 2550
เป็นงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อการศึกษามาก สามารถนำไปอ้างอิงได้
เป็นนวัตกรรมที่ดีมากค่ะ
เป็นนวัตกรรมที่ดีมากค่ะ
คุณเทพอสูรฟ้า ขอบคุณที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นค่ะ บทความในบล๊อคของท่านก็มีประโยชน์มากเช่นกันค่ะ
คุณทวีทรัพย์ คนสวย ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ
ได้ศึกษางานวิจัยฉบับเต็มของท่านแล้ว เป็นงานที่ดีมากและทราบว่า ได้รับยกย่องให้เป็นงานวิจัยระดับดี ในการเสนองานวิจัยของบัณฑิต ของ สกว.ปี 2549 ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย เยี่ยมมากครับ
ขอบคุณค่ะ ดร.ธานี งานวิจัยที่ได้รับรางวัลที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 6 ค่ะ ชื่อเรื่อง การพัฒนาทักษะการคิดพื้นฐานและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนร.ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ส่วนงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับรางวัล Best Practice การนำเสนอนวัตกรรมการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา 11 ที่ภูกุ้มข้าว จ.กาฬสินธุ์ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาคอมเมนต์ค่ะ
เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านกรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ
ขอเรียนตอบคำถามท่าน ศน.ดังนี้ค่ะ
1. วัดทักษะการคิดด้านใด
ประเมินทักษะการคิดของกลุ่มเป้าหมาย โดยอิงตัวบ่งชี้ทักษะการคิดของท่านดร.ทิศนา แขมมณีและคณะ ซึ่งวิเคราะห์มฐ.การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง พบว่า มี
ทักษะการคิดพื้นฐาน จำนวน 7 ทักษะ ได้แก่
1. การสังเกต 2. การสำรวจ 3. การจำแนกแยกแยะ 4. การจัดลำดับ 5. การเชื่อมโยง 6. การเปรียบเทียบและ 7. การจัดหมวดหมู่
ทักษะการคิดขั้นสูง จำนวน 3 ทักษะ ได้แก่
1. การสรุปความ 2. การคิดวิเคราะห์และ3. การจัดระบบความคิด
2. วัดอย่างไร
1. วัดโดยตรวจผลงานจากการเขียนแผนผังกราฟฟิค (Graphic Organizer) ซึ่งในหน่วยนี้ ใช้แผนผังฯจำนวน 5 เทคนิค ดังนี้
1. ผังมโนทัศน์ (Concept map) 2. ผังใยแมงมุม (Spider map)
3. ผังเรียงลำดับ (Event chain) 4. ผังวัฏจักร (Cyclical map)
5. ผังการจำแนกประเภทของข้อมูล (Classsify)
3. การประเมิน
1. ประเมินความก้าวหน้าโดยใช้รูบริคสกอร์
2. ประเมินการผ่าน โดยใช้แบบประเมินทักษะการคิดตามแนวการสร้างของกองวิจัยทางการศึกษาค่ะ
หากท่านมีข้อชี้แนะประการใดจักขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ
อ่านบทคัดย่องานวิจัยแล้ว เห็นว่ามีประโยชน์มาก อยากนำมาเป็นตัวอย่างในการวิจัยของตนเอง ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
ขอบคุณมากค่ะ