พรุ่งนี้จะไปพูดคุยเรื่อง KM กับ Patho-OTOP ให้นักศึกษา MBA ของอ.จันทวรรณและอ.ธวัชชัย ฟังที่คณะวิทยาการจัดการ มอ.ของเรา ระหว่างที่เตรียมสไลด์เล่าเรื่องไป ก็ตามเก็บเรื่องราวจากบันทึกต่างๆในบล็อกJoin Smart Path และ ถนน KM ไป ยิ่งดูก็ยิ่งคิดว่า นี่แหละคือ การเรียนรู้เชิงประจักษ์จริงๆ สำหรับทั้งคนทำงานและผู้บริหารเอง เชื่อว่าตอนนี้คุณเอื้อของเรา คงซาบซึ้งกับ KM และการใช้ KM เป็นเครื่องมือพัฒนาคน พัฒนางานเป็นอย่างยิ่ง คนทำงานอย่างพวกเราหลายๆคน รวมทั้งตัวเองด้วยก็ซาบซึ้งกับ KM เพราะสภาวะการณ์รอบๆตัว ความเปลี่ยนแปลงของคนทำงาน พอกลับไปอ่านเรื่องราวทฤษฎี KM ก็จะเข้าใจได้อย่างไม่ยากเย็นเลย จำได้ว่า หลายๆบันทึกของตัวเองที่เกี่ยวกับ KM ก็เกิดมาจากการ"ปิ๊ง" จากสิ่งที่อ่านกับสิ่งที่เห็นอยู่รอบๆตัวในชีวิตประจำวัน อันเกิดมาจากการใช้ KM อย่างถูกทางของคุณเอื้อคนเก่งของเรา
ต้องบอกว่า ณ.วันนี้ที่ในภาควิชาของเราใช้ KM เปลี่ยนแปลงพัฒนาสภาพหลายๆอย่างในการทำงานประจำวันของเราอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ได้แปลว่า คนทุกคนในภาคของเราต้องรู้ว่า KM คืออะไร และไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่ทุกคนจะต้องเข้าใจคำคำนี้ เป็นความแปลกอย่างยิ่งนะคะ เหตุผลของความแปลกนี้อธิบายได้ง่ายดายด้วยสิ่งที่อ.หมอปารมีของเราเขียนไว้ในบันทึก สิ่งที่เรียนรู้จากการทำ KM: (1) เข้าใจแนวคิดหลักการ เป็นการเริ่มต้นที่ดี ขอยกมาวางไว้ตรงนี้อีกที ด้วยความประทับใจนะคะ

คุณโอ๋ ทำให้ได้ทบทวนบันทึกที่เคยเขียนไว้ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
sasinanda
ตามอ่านเป็นประจำค่ะ ได้ความรู้มาก
แต่รูปคนที่อยู่ข้างหลัง โผล่หน้ามายิ้ม คือใครคะ
อาจารย์
คะ ไปโฆษณาบล็อก ถนน KM ของอาจารย์ให้กับนักศึกษากลุ่มนี้มาเรียบร้อยแล้วค่ะ ชอบมากเพราะทุกคนดูจะรักการเรียนรู้ดีจังค่ะ รู้สึกว่าบันทึกของอาจารย์ดีๆทั้งนั้นอยากให้คนเข้ามาอ่านเยอะๆ เพราะยิ่งคนอ่านมาก เขาก็เอาไปต่อยอดเราจะได้มีคุณเอื้อคุณภาพเยอะๆขึ้นเรื่อยๆน่ะค่ะ
คุณ sasinanda คะ ขอบคุณมากค่ะ สำหรับกำลังใจที่มีให้เสมอมา เรียกเจ้าของหน้ามาอ่านความเห็นนี้แล้วค่ะ ยิ้มมากขึ้นอีกหลายเท่า เขาคือ พี่วั้น หนุ่มน้อยคนโตสุดค่ะ พอดีช่วงนี้มีงานกีฬาสีของพวกเราชาวพยา-ธิวิทยา สามหนุ่มก็จะแวะเวียนไปเชียร์ไปซ้อมกีฬากับลุง ป้า น้า อา อย่างสนุกสนานค่ะ รูปนี้เห็นเสื้อสีฟ้าชัดดีเลยตัดมาแปะสำหรับช่วงนี้น่ะค่ะ อีกสักพักคงจะเปลี่ยนเป็นอีก 2 หนุ่มบ้างให้เท่าเทียมกันค่ะ