จากตอนที่ 1 เรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของ....ไม้กฤษณาหรือไม้หอม วันนี้จะขอเล่าต่อในส่วนประโยชน์จากส่วนต่างๆของกฤษณาดังนี้
การนำส่วนต่างๆของกฤษณามาใช้ประโยชน์

น้ำมันกฤษณา เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้โรคท้องอืดท้องเฟ้อ โรคลำไส้ โรคกระเพราะอาหาร โรคตับ ซึ่งในประเทศไทยรู้จักในนามกฤษณากลั่น ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ทาตัวเพื่อป้องกันไรในทะเลทราย เป็นเครื่องประทินผิว ใช้ทำหัวน้ำหอม ใช้กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ
ชิ้นไม้กฤษณา ใช้บดผสมเป็ยยาบำรุงหัวใจในเลือด ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ใช้ระงับอารมณ์โมโหดุร้าย ผ่อนคลายความตึงเครียด บำรุงสมอง ทำให้เกิดอารมณ์สุนทรีย์
น้ำกลั่นกฤษณา ใช้ทำสบู่หอม ยาสระผม เครื่องประทินผิว ใช้ทำสปาระงับความเครียดหรือรับประทานเป็นประจำเป็นยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเป็นเถาดาน ฯลฯ
กากกฤษณาหลังจากการกลั่น ใช้ทำผงธูปหอม เครื่องป้นต่างๆ
เปลือกกฤษณา ชั้นนอกใช้ทำยากันยุง ชั้นกลางใช้เป็นเครื่องจักสาน ชั้นในใช้ทอเสื้อผ้า เชือกป่าน
ใบกฤษณาหลังจากเกิดกฤษณาแล้ว น้ำจากใบเป็นยารักษาโรคภูมิแพ้ รักษาโรคเบาหวาน ใช้เป็นสีในการทำธูปสีเขียว ใช้กลั่นน้ำมัน ฯลฯ
กิ่งไม้กฤษณา ใช้ทำดอกไม้จันทน์ ใชบดทำปาร์ติเกิ้ล ไม้อัด ทำธูป ใช้ทำเยื่อกระดาษ
เนื้อไม้กฤษณา ใช้บดทำปาร์ติเกิ้ล ไม้อัด ธูป วอลเปเปอร์ ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ใช้ในการก่อสร้าง ใช้ทำเยื่อกระดาษ
เมล็ด ใช้เมล็ดทำน้ำมันกฤษณา

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากกฤษณาอีกที่กำลังเป็นที่นิยมกันก็คือ ชากฤษณา หรือ Jin Ko Tea ซึ่งผลิตมาจากยอดอ่อนของกฤษณา ที่มีใบไม่เกิน 3 ใบ และต้องทำการเก็บในช่วงใกล้สว่างแต่ยังไม่มีแสง นำมาเก็บในที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพ จากนั้นก็นำมาตากและบดเป็นผงต่อไป (วิธีการคร่าวๆ) ชากฤษณานี้ จากการสอบถามผู้ผลิตรับทราบข้อมูลว่าตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการสูงมาก ร้อยละ 98 ของที่ผลิตได้จะถูกส่งออกนอกประเทศ

จากข้อมูลที่นำมาเล่าสู่กันฟังข้างต้น เป็นข้อมูลที่ได้มาจากการสอบถามและเอกสารของคุณ เฉลิมชัย สมมุ่ง ประธานชมรมไม้กฤษณา (ไม้หอม) แห่งประเทศไทย ซึ่งตัวผมเอง ก่อนนี้หน้านี้ก็ไม่มีความรู้มากนักเกี่ยวกับการผลิตไม้กฤษณาทั้งที่ กฤษณาเองก็เป็นพืชที่ปลูกกันมากในจังหวัดตราด ทำรายได้มหาศาลในแต่ละปี มีการคาดการณ์กันว่าร้อยละ 30 ของผลผลิตทั้งประเทศมาจากจังหวัดตราด ข้อมูลดังกล่าวเองผมเพียงนำมาลงเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน คงไม่ได้เป็นการชี้แนะหรือส่งเสริมให้แต่ประการ หากผู้ที่สนใจควรใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจด้วย เพราะในปัจจุบันมีผู้นำชื่อของไม้กฤษณา โดยเฉพาะจากจังหวัดตราด ไปหาผลประโยชน์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการขายพันธุ์ เช่นเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสรับคณะดูงานจากจังหวัดน่าน ได้รับทราบข้อมูลว่ามีการขายกล้าไม้กฤษณาในราคาต้นละ 20 - 30 บาท ทั้งๆที่ราคานะแหล่งผลิตมีราคาไม่เกิน 10 บาท ในตอนต่อไปผมจะนำเรื่องของหนึ่งตำบลหนึ่งฟาร์มตำบลนนทรีย์ อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ที่ดำเนินการส่งเสริมการขยายพันธุ์กล้าไม้กฤษณาในพื้นที่อำเภอบ่อไร่มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกท่านต่อไป
สวัสดีค่ะคุณสุดทางบูรพา
ได้อ่านเกร็ดความรู้เรื่องไม้กฤษณาแล้วที่บ้านก็ปลูกไม้กฤษณาประมาณ 50 ต้น ขนาด 1 ปี อยากทราบว่าการเก็บใบไปทำชากฤษณา ต้องเก็บใบจากต้นที่มีอายุมากหรือเปล่า แล้วกรรมวิธีทำอย่างไรบ้างอยากไปทดลองทำดู ขอบคุณค่ะ
ถึงเพื่อน x เขียนเนื้อหาได้ดีจังเลยนะ คงต้องขอความรู้เพิ่มเติมจากเพื่อนแล้วล่ะ โห เพื่อนเก่งมากเลยนะเนี่ยยยยยย..............
เส้นทางของไม้กฤษณา
วิศวะ ศรีเพ็ชรกล้า
ที่ผมจะเล่าถึงต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในเรื่องราวมากมายของไม้กฤษณา ไม้ที่บางคนกล่าวถึงในนาม “ของขวัญจากพระเจ้า” ผมใช้เวลาหลายปี หมดเงินทองไปก็มากมายกับการศึกษาไม้กฤษณา เดินทางเข้าป่าเข้าพงเพื่อหาไม้ป่ากับพรานกฤษณา พบปะผู้คนมากมายเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับไม้กฤษณา ทั้งคนไทย,จีน,ญี่ปุ่น ชาวอาหรับและฝรั่งอีกหลายต่อหลายคน ทั้งนี้ก็เพื่อศึกษาถึงความแตกต่างและความเหมือนของวัฒนธรรมการใช้ไม้กฤษณา และเรื่องตลาดซื้อขายไม้ของประเทศต่าง เพื่อเปรียบเทียบกับการซื้อขายไม้กฤษณาในบ้านเรา
ไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาที่พบเห็นกันอยู่ในบ้านเราและตลาดต่างประเทศนั้น ส่วนใหญ่มาจากต้นกฤษณาเพียง 2 – 3 สายพันธุ์ จากพืชที่ให้สารกฤษณา ได้แก่ Aquilaria และสกุล Gyrinops ทั้ง 2 สกุลในธรรมชาติ ซึ่งส่วนมากมาจากอินเดียตะวันออก,บังคลาเทศลงมาถึงพม่า,จีน,ไทย, ลาว, เวียตนาม, กัมพูชา เรื่อยลงไปถึงคาบสมุทรมาลายู เช่นมาเลเซีย ,บรูไน ,ฟิลิปปินส์,อินโดนีเซียรวมไปถึงปาปัวนิวกินีและบอร์เนียว ที่ยังคงมีกฤษณาน้อย (Gyrinops) อยู่เป็นจำนวนมาก แต่เชื่อหรือไม่ว่ากฤษณากำลังจะหมดไปจากธรรมชาติ ปัจจุบัน ไซเตส ได้ขึ้นทะเบียนกฤษณาสายพันธุ์ Aquilaria malacchensis เป็นสายพันธุ์ที่ “เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการค้า” และสายพันธุ์ A. crassna เป็นสายพันธุ์ที่ “ใกล้สูญพันธุ์ในขั้นวิกฤติ” ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์นั้นเป็นกฤษณาที่มีอยู่ในประเทศไทย โดย A. crassna นั้นเป็นไม้พื้นเมืองที่มีถิ่นฐานอยู่ในตอนบนของประเทศ ตั้งแต่ภาคอีสานไปจนถึงภาคเหนือ และสายพันธุ์Aquilaria malacchensis เป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในภาคใต้ของประเทศ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันทางกายภาพอย่างมากกับสายพันธุ์ A. agollocha ในอินเดียและพม่า จนเกิดความสับสน ซึ่งความจริงแล้วทั้งสองสายพันธุ์เป็นสายพันธุ์เดียวกัน ในเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของกฤษณาเพราะไซเตส ขึ้นทะเบียน Aquilaria malacchensis เป็นสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากการค้า แต่สายพันธุ์ A. agollocha นั้นไม่ได้ระบุเอาไว้ ทั้งที่เป็นสายพันธุ์เดียวกัน ทำให้ผู้ค้ากฤษณาหัวใสในต่างประเทศทำการค้าขายไม้กฤษณาสายพันธุ์ Aquilaria malacchensis ที่ได้มาจากการหาในธรรมชาติ โดยสวมชื่อสายพันธุ์เป็น A. agollocha ในแปลงปลูก
อีกเรื่องที่เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการสูญพันธุ์ของไม้กฤษณาคือการระบุชื่อสายพันธุ์ เช่นเมื่อไปถามเกษตรกรผู้ปลูกหรือพรานหาไม้กฤษณาป่าในประเทศลาว,เวียตนาม,ไทยหรือประเทศอื่นๆ ว่าไม้ที่เขาเหล่านั้นปลูกหรือหามานั้นเป็นสายพันธุ์อะไร มักจะได้คำตอบที่เป็นชื่อสถานที่ที่ไม้นั้นๆตั้งอยู่ ซึ่งไม่ใช่ชื่อสายพันธุ์สากลที่กำหนดเป็นภาษาละติน ทำให้ไม่สามารถทราบจำนวนที่แท้จริงของสายพันธุ์ไม้ว่ามีเหลืออยู่เท่าไร โดยเฉพาะอย่ายิ่งสายพันธุ์ A. crassna ที่ระบุว่าเป็นไม้พื้นเมืองของอินโดจีนซึ่งใกล้สูญพันธุ์ในขั้นวิกฤติ และมีรายงานเป็นเอกสารว่า เป็นสายพันธุ์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดและมีราคาแพงที่สุดนั้นมักจะมีชื่อเรียกตามถิ่นฐานมากกว่าสายพันธุ์ที่แท้จริง ดังเช่นในประเทศไทยที่เรียกพันธุ์ตราด,พันธุ์เขาใหญ่ หรือพันธุ์เหนือ ความเป็นจริงแล้วล้วนแต่เป็นสายพันธุ์ A. crassna ทั้งสิ้น
นอกจากจะได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกว่ากฤษณาเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ไม้กฤษณายังเป็นไม้ที่มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลและท้าทายเป็นอย่างยิ่ง กลิ่นที่หอมหวานนั้นนอกจากจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายจากความเครียดแล้วยังสามารถดึงดูดผู้คนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหลได้เช่นเดียวกันกับทองคำ เนื่องจากกฤษณาเป็นสินค้าที่มีมูลค่าราคาในตัวเองสูงมากพอๆกับทองคำ จนได้รับการขนานนามในตะวันออกกลางว่าเป็น “ทองคำสีดำ” เป็นเหตุให้เกิดการหาไม้กฤษณาออกจากป่ามาขายกันจนใกล้ที่จะสูญพันธุ์ในปัจจุบัน ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีสินค้ามากเพียงพอกับความต้องการของตลาดโลก
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเราสามารถพบหากฤษณาที่มีในธรรมชาติได้ในประเทศ ลาว,เวียตนามและกัมพูชา ซึ่งสาเหตุที่ยังคงมีกฤษณาในธรรมชาติหลงเหลืออยู่นั้นส่วนมากเป็นผลมาจากสงครามที่ทำให้ป่าบางพื้นที่นั้นเต็มไปด้วยกับระเบิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทำให้พรานไม้ไม่กล้าเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลให้ในภาคตะวันตกของกัมพูชานั้นยังคงหลงเหลือกฤษณาขนาดใหญ่อยู่ในปัจจุบัน ขณะที่บางประเทศเช่น ไทย,อินเดีย,บังคลาเทศหรือจีนนั้นยังคงพบเห็นตามธรรมชาติได้บ้างแต่ส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็นไม้ที่ได้รับการปลูกขึ้นในเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็นผลดีต่อการอนุรักษ์สายพันธุ์กฤษณาไม่ให้สูญพันธ์
ในธรรมชาตินั้น ต้นกฤษณาที่มีสภาพปกติจะไม่มีการสะสมของสารกฤษณา การเกิดสารกฤษณานั้นมักพบในกรณีที่เกิดบาดแผล,ความเครียดหรือความบกพร่องกับต้นไม้ แต่สารกฤษณานั้นก็จะหายไปในเวลาอันสั้นในช่วง 2 – 3 เดือนหากไม่มีการอักเสบของบาดแผลหรือเกิดความเครียดที่ต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น เมื่อต้นกฤษณาเกิดบาดแผลไม่ว่าจะกิ่งหักตามธรรมชาติหรือเกิดจากการตัดฟันของมนุษย์ก็ตาม ต้นไม้จะหลั่งน้ำมันออกมาเพื่อปิดและรักษาบาดแผล หากเปรียบกับร่างกายของเราก็เหมือนกับน้ำเหลืองที่ออกมารักษาบาดแผล เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งก็จะกลายเป็นตกสะเก็ดและหลุดออกไปเหลือผิวหนังเป็นปกติ
ต้นกฤษณาก็เช่นเดียวกันเมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่ง ( 2 – 3 เดือน ) หากไม่มีอะไรผิดปกติก็จะสามารถปิดปากแผลและกลับคืนเป็นเนื้อไม้ปกติเช่นเดิม นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ไม้กฤษณามีราคาแพงมาก เพราะเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในธรรมชาติ สำหรับไม้กฤษณาที่มีน้ำมันสะสมมากตามธรรมชาติ จากการตรวจสอบส่วนใหญ่มักจะพบว่า มีเชื้อราอยู่ในเนื้อไม้ที่เกิดน้ำมัน เป็นสาเหตุให้นักวิทยาศาสตร์หลายท่านที่สนใจในการเกิดสารกฤษณาลงความเห็นว่าสารกฤษณานั้นเกิดจากเชื้อรา ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการค้นพบว่า เชื้อราไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดสารกฤษณาในธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเชื้อราก็มีส่วนร่วมในการเกิดกฤษณาตามธรรมชาติ โดยเชื้อรานั้นเข้ามาย่อยสลายเซลล์ที่ตายแล้วบริเวณบาดแผลของไม้กฤษณาซึ่งต้นไม้มีการหลั่งน้ำมันออกมารักษาแผลเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เชื้อดังกล่าวกลับลุกลามไปย่อยเอาเซลที่ยังมีชีวิตต่อเนื่องไปด้วย ต้นไม้จึงเกิดการหลั่งน้ำมันต่อเนื่อง และเมื่อการติดเชื้อนั้นหยุดลงแล้ว ต้นไม้กลับได้สร้างแนวการสะสมน้ำมันเอาไว้และจะทำการสะสมต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนกว่าต้นไม้จะตาย โดยมากมักพบภายในลำต้นมากกว่าบริเวณผิวด้านนอก เพราะจากที่ผมเคยสังเกตมา ไม้ที่สัมผัสกับอากาศนั้นมักไม่ค่อยมีการสะสมน้ำมันจนกลายเป็นไม้เกรดดีๆ ส่วนใหญ่จะกลับคืนตัวกลายเป็นเปลือก
จากประสบการณ์ที่ผมเคยศึกษาค้นคว้าจากเอกสารทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมเข้าป่าหาไม้กฤษณากับพรานไม้ พบว่า ต้นกฤษณาบางต้นนั้นสามารถเกิดสารกฤษณาปริมาณมากมายโดยที่ไม่มีบาดแผลติดเชื้อราเลย แต่กลับเกิดการสะสมสารกฤษณาในปริมาณมากได้จากการถูกเถาวัลย์รัดเอาไว้เป็นเวลานานหลายปีจนกลายเป็นไม้เกรด ซุปเปอร์ ซึ่งมีราคาแพงมาก บางต้นเกิดจากการเสียดสีโดยแรงลมกับต้นไม้อื่นเป็นเวลานานๆ หรือเกิดจากน้ำที่ขังในโพรงหรือรูหนอนเจาะเป็นเวลานาน แม้บางช่วงเวลาน้ำจะแห้งไปแต่การเกิดแนวการหลั่งสารกฤษณาก็ยังคงดำเนินอยู่ ทำให้เข้าใจได้ว่า แท้จริงแล้วการหลั่งกฤษณานั้นเกิดจากการมีบาดแผลหรือความเครียดตามปกติอยู่แล้ว แต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการสะสมน้ำมันกฤษณาในเนื้อไม้ก็คือความเครียดหรือการอักเสบ ที่ต่อเนื่อง จนทำให้ต้นไม้เกิดการหลั่งกฤษณาออกมาเป็นเวลานานจนเกิดแนวการหลั่งน้ำมันต่อเนื่องนั่นเอง
ถึงแม้บาดแผลหรือความเครียดที่เกิดต่อเนื่องนั้นได้หยุดหรือหายไปในภายหลังแต่แนวของการหลั่งน้ำมันยังคงอยู่และเกิดการสะสมน้ำมันกฤษณาในเนื้อไม้ต่อไป
จากความไม่เข้าใจในเรื่องการเกิดและสะสมสารกฤษณาดังกล่าว ทำให้เกิดความล้มเหลวในการพยายามสร้างไม้กฤษณาจากแปลงปลูก ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ต้นกฤษณาอันเป็นการสร้างความเสื่อมศรัทธาในกระบวนการกระตุ้นให้เกิดสารกฤษณาของเกษตรกร จนมีเกษตรกรผู้ปลูกกฤษณาหลายรายทำการตัดโค่นไม้กฤษณาที่ตนเองปลูกไว้เป็นเวลาหลายปีเพื่อปลูกยางพาราหรือปาล์มน้ำมันซึ่งสามารถจับต้องผลสำเร็จได้ชัดเจนกว่าการปลูกกฤษณา เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะหากสามารถทำให้เกิดกฤษณาที่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ได้แล้วจะทำให้ประเทศชาติมีรายได้จากไม้กฤษณาต่อปีเป็นจำนวนเงินมหาศาล
ดังนั้น เมื่อทราบถึงปัจจัยเหล่านี้แล้ว ผมจึงได้คิดค้นกระบวนการและเครื่องมือที่สามารถทำให้ต้นกฤษณาที่ปลูกในแปลงปลูกหลั่งน้ำมันออกมาในปริมาณมากและเร็วกว่าการเกิดและสะสมในธรรมชาติ เพื่อความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์และเป็นการลดการหาไม้ป่าซึ่งตามธรรมชาตินั้นการสะสมน้ำมันนั้นใช้เวลาร่วม 100 ปี กว่าจะได้ไม้ดีๆสักชิ้น
แต่กระบวนการที่ได้คิดค้นขึ้นมานั้น สามารถสร้างสารกฤษณาได้เป็นปริมาณมากในต้นกฤษณา คือทำให้ต้นกฤษณาหลั่งและสะสมกฤษณาได้ทั่วทั้งลำต้นโดยใช้เวลาเพียง 1 – 2 ปี ปกติแล้วกฤษณาสามารถสร้างสารกฤษณาได้ทุกส่วนของลำต้น ดังนั้นต้องทำให้ต้นกฤษณาหลั่งและสะสมสารกฤษณาได้ทั้งต้น ไม่เว้นแม้แต่กิ่งเล็กๆ เนื่องจากมูลค่าและราคาที่สูงของไม้กฤษณานั่นเอง
ในด้านการบริโภคไม้กฤษณาในต่างประเทศนั้น ความต้องการของตลาดนั้นค่อนข้างจะถึงหลากหลาย อันเกิดจากความแตกต่างของวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศนั้นๆ อย่างในโลกตะวันตกหรือตะวันออกกลางนั้น น้ำมันกฤษณาถือเป็นของวิเศษที่พระเจ้าได้ประทานให้แก่มนุษย์เลยทีเดียว เคยมีผู้พรรณนาถึงไม้กฤษณาเอาไว้ว่า “น้ำมันกฤษณาแม้เพียงหยดเดียวนั้น สามารถสร้างความสดชื่น และปลุกเร้าจิตวิญญาณให้มีชีวิตชีวา กลิ่นของมันนั้นแผ่ซ่านละมุนละไมไปทั่วทั้งปอด ราวกับว่ามันได้แทรกซึมไปทั่วทุกอณูของร่างกาย กลิ่นของมันนั้นจะซื่อสัตย์และมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้เวลาจะล่วงเลยไปนานเท่าใดก็ตาม” ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการใช้น้ำมันกฤษณาจนกลายเป็นนิสัยเฉพาะของชาวตะวันออกกลางไปแล้ว
นอกจากเรื่องความหอมซึ่งช่วยผ่อนคลายความเครียดแล้ว น้ำมันกฤษณายังคงมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย โดยชาวตะวันออกกลางนั้นมักจะหยดน้ำมันกฤษณาลงในน้ำชาหรือน้ำร้อนเพื่อดื่มบำรุงหัวใจ ขณะที่ในโลกตะวันออกอย่างญี่ปุ่นหรือจีนนั้นก็ได้มีการบริโภคไม้กฤษณามาตั้งแต่โบราณแล้วเช่นกัน โดยใช้ในรูปของยา สรรพคุณทางยาที่คนจีนหรือญี่ปุ่นใช้นั้นก็เป็นเรื่องการบำรุงหัวใจเป็นหลักไม่ต่างจากตะวันออกกลาง อีกทั้งยังใช้เป็นยาขับลมได้ด้วย สำหรับชิ้นไม้นั้นมีการใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกโดยใช้ในรูปของกำยาน ในญี่ปุ่นนั้นใช้กฤษณาจุดเป็นกำยานประกอบในพิธีชงชา อันเป็นศิลปะขั้นสูง ดังนั้นไม้ที่ใช้จุดต้องเป็นไม้ที่เกรดดีมากๆ ราคากิโลกรัมละนับแสนบาทเลยทีเดียว ในวัดที่ประเทศจีนก็ใช้เช่นเดียวกัน ส่วนในตะวันออกกลางนั้นใช้จุดเพื่อรับแขกเป็นการให้เกียรติแขกที่มาเยือน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายไม่เกิดความหงุดหงิดจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวของทะเลทราย และยังสามารถไล่ไรไม่ให้ไต่ตอมได้อีกด้วย กลิ่นที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับฐานะของผู้ใช้ หากผู้ใช้มีฐานะ เกรดไม้ที่ใช้ก็มักจะสูงตามไปด้วย ไม้กฤษณานั้นเป็นของใช้ประจำในตะวันออกกลางมาช้านานแล้ว ดังจะเห็นได้ว่า หากบ้านใดมีทารกเกิดใหม่ ไม้กฤษณาก็มักจะเป็นของขวัญแรกเกิดให้กับครอบครัวนั้นๆพร้อมกับของรับขวัญอื่นๆ สำหรับไม้กฤษณาที่มีรูปทรงสวยและมีขนาดใหญ่นั้น ผู้มีฐานะมักจะซื้อหามาประดับบ้านและประดับบารมี โดยใส่ตู้กระจกโชว์ไว้ภายในบ้าน และไม้สำหรับโชว์นี้ก็มีราคาที่แพงมากบางชิ้นราคาซื้อขายหลายล้านบาท เนื่องจากกฤษณาเป็นของศักดิ์สิทธิ์ และหายาก เปรียบได้กับพระเครื่องหายากในเมืองไทยนั่นเอง
ราคาซื้อขายไม้กฤษณาในต่างประเทศนั้นสูงกว่าในประเทศไทยหลายเท่านัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณการสะสมน้ำมันในเนื้อไม้ด้วย ไม้ที่มีการสะสมน้ำมันมากจะมีสีดำเข้มและหนัก มีราคาแพง ดังนั้นจึงมีการแยกเกรดไม้ในการซื้อขาย
ทั้งนี้หากต้องการให้ได้ไม้เกรดสูงกว่านี้ต้องบ่มทิ้งเอาไว้นานยิ่งขึ้น
จาก : วิศวะ ศรีเพ็ชรกล้า - - [email protected] โทร 081-9979389 สนใจสอบถามรายละเอียดได้ในทุกๆเรื่องเกี่ยวกับไม้กฤษณาครับ ไม่จำเป็นต้องมีผลประโยชน์ก็โทรคุยได้ครับ เพราะตอนนี้ผมมีตลาดตรงจากตะวันออกกลางหลายเจ้า ดังนั้นเรื่องตลาดไม้นั้น เกษตรกรผู้ปลูกไม่ต้องกังวลครับ
ขอให้จริงใจ จริงจัง ไม่หวังผลประโยชน์
ขอบคุณมากครับคุณต้นที่ให้ข้อมูลมาครับตอนนี้กำลังปลูกได้ 1 ปีแล้วครับถ้าต้นโตแล้วจะให้คุณต้นมาลงสารให้ ครับ
ขอบคุณทุกท่านค่ะ สำหรับข้อมูล
กำลังสนใจจะปลูกไม้หอมกฤษณาอยู่พอดีค่ะ หาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ปลูกไม่มากค่ะ มีพื้นที่แค่ 1 ไร่กว่า และมีความสนใจจะปลูกไม้ผลอื่นๆ ไว้รับประทานด้วย
ขอบคุณค่ะ
เป็นข้อความที่ดีมากๆ
เป็นข้อความที่ดีมาก ๆ ค่ะ และเห็นด้วยที่คุณวิศะเป็นผู้ให้ความรู้กับผู้ที่สนใจ และฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่ทำสารมาแล้ว และได้ผลจริง โดยทดลองใช้กับไม้อายุ 5-6 ปี ในระยะเวลาแค่ 4 เดือน และทดลองตัดกิ่งที่เจาะกระตุ้นสารลงมาดู ตามคำบอกเล่า แล้วพบว่า เนื้อไม้มีสีดำแล้ว AmaZing มากเลยค่ะ และขอย้ำนะว่าได้ผลจริง ๆ ค่ะ
อยากขายแล้วครับไม้หอมอายู12ปีเจาะใส่สารแล้วก่วา15เดือนต้นละ500บาทครับ
081-7811676 สนใจติดต่อมาเลยน๊ะครับ..ช้าอดหมดน๊ะครับ
ตอนนี้ที่สวนปลูกกฤษณาได้ 5 ปีแล้วประมาณ 1000 ต้น ที่สกลนคร อยากได้สูตรทำให้เกิดสารกฤษณา เพราะแต่ละบริษัทจะหวงสูตรมาก พยายามค้นคว้าเกี่ยวกับไม้กฤษณามากพอสมควร
ตอนนี้ที่สวนปลูกกฤษณาได้ 5 ปีแล้วประมาณ 1000 ต้น ที่สกลนคร อยากได้สูตรทำให้เกิดสารกฤษณา เพราะแต่ละบริษัทจะหวงสูตรมาก พยายามค้นคว้าเกี่ยวกับไม้กฤษณามากพอสมควร
อยากขายไม้หอมอายู10ปีเจาะใส่สารแล้วกว่า15เดือน อยู่ จ.ระยอง ต้นละ500บาท
ติดต่อ 081-7811676
มีไม้กฤษณาอายุ 7ปี อยู่50ต้น ไม่มีตังที่จะซื้อสารแพงๆ มาทำครับ ใครมีสารกระตุ้นหรือเทคนิคดีๆ ทีคิดว่าสามารถบอกได้ จักขอบคุณอย่างสูงครับ
สวัสดีคะ หนูอยากรบกวนหน่อยคะ หนูอยากได้วิธีการทำชาจากต้นกฤษณาอย่างละเอียด คะ ช่วยบอกวิธีหน่อยได้ไหมคะ เขาจะสงวนไหมคะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
เก่งจัง
อยากทำสบู่จากต้นกฤษนา
555555555+
อยากมีรายด้าย
อยากมีงานทำ
อยากมีเงินเดือน
อยากทีรายได้....................
รัก
มาก
นะ
ครับ
ขอบ
คุณ
ครับ
อยากปลูกต้นกฤษณา และผมขอข้อมูลและขอเข้าชมรมด้วยครับ
ผมอยู่จังหวัดอุบลครับ
กฤษณา กฤษณา จำหน่ายกล้าพันธุ์ไม้กฤษณาสายพันธุ์ดี จากทีมงานเพาะพันธุ์กล้าไม้มืออาชีพที่มีประสพการณ์สูง
ราคาไม่แพง จำหน่ายทั้งปลีกและส่งทั่วประเทศ ผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั่วประเทศกว่ายี่สิบปี
สนใจติดต่อคุณไก่ 095-4654546 ,0946465654
ID line kai54654546
Email [email protected]
ชมผลงานและคุณภาพกล้าพันธุ์ไม้ได้ที่ www.takuyak.com
หรือที่แฟนเพจ คุณไก่กล้าพันธุ์ไม้
หรือชมคลิปที่ www.youtube.com ช่อง ชัยชนะ เสือเพ็ง
หรือที่แฟนเพจ ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกไม้พะยูงแห่งประเทศไทย