เกิดความคิดว่าจะใช้ความตั้งใจของแม่สู่แม่ ที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้

กลุ่มนี้ตั้งชื่อว่า สานสายใยรัก (ช่างแสนหวาน สอดคล้องกับชื่อโครงการเลย) เล่ากันเสร็จ ก็บรรยากาศอีกนั้นแหละ ทำให้เกิดรูปหมู่ขึ้น

      

คุณ ภาวดี เนียมน้อย<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">                เป็นพยาบาลอยู่ตึกหลังคลอด เริ่มทำงานนมแม่มาได้ 2 ปี โดยก่อนหน้านี้จะไม่มีความรู้เรื่อง นมแม่มากนักสังเกตุจากแม่ที่ตึกจะมีปัญหาเรื่องการให้นม เช่น หัวนมสั้น เลยลองรวมกลุ่มแม่เหล่านี้ใช้มุมห้องสอนแม่ ๆ  แต่ก็พบว่าแก้ไขลำบากและต้องใช้เวลามาก พอได้ไปอบรมนมแม่มา มีความรู้มากขึ้น ก็คิดหาทางแก้ปัญหา โดยทำเชิงรุก  ออกใบที่แผนกฝากครรภ์ เริ่มตรวจเต้านม ดูหัวนม ใครมีปัญหาก็ใช้วิธีทำ Hoffman  ลองดูก่อน เมื่อมาครั้งต่อไปก็ใช้ปทุมแก้วหรือ Nipple Puller  เริ่มทำตั้งแต่ท้องได้ 4-5 เดือน นัดติดตามต่อเนื่องบางคนมาเป็น 10 ครั้ง พบว่าได้ผลดีมากแม่พวกนี้หลังคลอดให้ลูกกินนมได้ยาวต่อเนื่อง จึงได้เริ่มชักชวนแม่ที่มีประสบการณ์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาเล่าประสบการณ์ให้แม่ที่มีปัญหาหรือแม่ที่มาฝากครรภ์ฟัง สิ่งที่ทำให้คิดทำคือ เคยได้ยินคนไข้พูดบอกว่าเวลาคุณพยาบาลสอนจะเป็นทฤษฎีและวิชาการ ทำให้ฟังไม่เข้าใจ เลยเกิดความคิดที่ใช้ ความตั้งใจของแม่สู่แม่  โดยตัวเองต้องเจอคนไข้บ่อย ๆ สร้างความเป็นกันเองพูดคุย จนแม่ ๆ เหล่านี้จะเรียกว่า พี่นมแม่  เจอที่ไหนก็จะทักทาย กวักมือเรียกอย่างสนิทสนม การทำงานในคลินิกนมแม่ตัวเองจะรับผิดชอบโดยตรง แต่ถ้าไม่อยู่ก็จะมีอีกคนมาทำงานแทน ซึ่งก็ได้รับการอบรมนมแม่มาเหมือนกันทำแทนได้ ใช้วิธีนัดติดตามตลอด ถึงแม้จะไม่ได้เลย 100 %  เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบข้างด้วย สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  เราต้องมีเครือข่ายในการส่งต่อด้วย เช่น ที่ศิริราช  ก็ได้มีการรวมกลุ่มกันที่คลินิกนมแม่ ( รวมกับสมาชิกในชมรม )  เราสนับสนุนให้เข้ามาโดยจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้ให้ เช่น ถุงเก็บนมที่ปั๊มนมเพื่อให้มาบีบนม เก็บนม จนสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ และแม่เหล่านี้ก็กลับมาเป็นแม่อาสาของชมรมเรา เข้ามาช่วยให้แม่คนอื่น ๆ ได้มีความเข้าใจ เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อไปได้อีก</p>คุณ สุวรรณา แช่มมั่นคง                ตอนนี้ เป็นแม่อาสาของโรงพยาบาลปทุมธานี  โดยเริ่มจากประสบการณ์ของตัวเองที่ต้องให้นมลูก แต่ก็ต้องไปทำงานด้วยเลยเริ่มงดให้นมลูก 2 สัปดาห์ นมไม่ไหลแล้ว ( ลูกกินนมแม่ 3 เดือน ) มีโอกาสได้ไปฟังความรู้เกี่ยวกับนมแม่ ในวันที่ 15 สิงหาคม 2550 รู้สึกประทับใจมาก ถ้าให้คนอื่นดูแลลูก แล้วทำไมลูกไม่ผูกพันธ์กับเรา ไม่อยากหาเราเลย   นมแม่ทำให้ลูกฉลาด เลยเปลี่ยนใจตอนนั้นว่าจะต้องให้ลูกกินนมแม่ต่ออีก 2 เดือน เลยขอลางานต่ออีกโดยไม่ได้รับเงินเดือน ( ตอนนี้ลูกอายุ 4 เดือนแล้ว ) โทรปรึกษาที่นมแม่ที่โรงพยาบาลปทุมธานี  บอกว่าหนูอยากให้ลูกกินนมต่อแต่น้ำนมไม่ไหลแล้ว พี่บอกว่ามาเลย ๆ พี่จะช่วย  พี่เขาให้คำแนะนำต่าง ๆ ให้ใส่ปทุมแก้วด้วยต้องอดทนมากเพราะมันอึดอัดแล้วก็ร้อนมากด้วย  3 วันน้ำนมจึงไหลออกมา แรงจูงใจที่อยากให้ลูกกินนมต่อ ก็คือ สามีและแม่สามีสนับสนุน สามีเป็นคนรักลูกมากสนใจมาก อยากให้ลูกกินนมแม่เพราะรู้ว่ามันดีที่สุด แม่อาสาก็จะพูดตลอดว่า มึงเอาลูกไปให้คนอื่นเลี้ยง มึงไม่สงสารเขาหรือ เขาจะมาดูแลลูกมึง มาเช็ดขี้อย่างนี้มั้ย แล้วเขาตีลูกมึงล่ะ ทำให้ตัวเองคิดอยู่เสมอว่าเลี้ยงลูกด้วยตัวเองคุ้มค่าที่สุด แม้จะไม่ได้ทำงาน สามีทำคนเดียวก็ใช้จ่ายเพียงพอ บ้านไม่ต้องเช่า ใช้จ่ายอย่างเพียงพอ  เพราะมีประสบการณ์ในท้องแรก ไปจ้างเขาเลี้ยงอายุ 1 ปี ลูกตกน้ำเสียชีวิต ( ลูกคนแรกไม่ได้ให้ลูกกินนมแม่เลย ) ก็อยากได้ลูกมากทั้งตัวเองและสามีพยายามอยู่หลายปีท้องที่สองก็แท้ง มาได้เลี้ยงลูกก็คนนี้เป็นคนที่สาม ตั้งใจจะเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด อยากให้ลูกฉลาด ดูตัวอย่างของหม่อมศรีรัศม์  ที่ทรงเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พระองค์ที ฉลาด ก็อยากจะให้ลูกตัวเองพัฒนาการดีด้วย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตอนนี้ก็เป็นแม่อาสา ให้คำแนะนำคนอื่นด้วย ข้างบ้านไม่ได้ให้ลูกดูดนมเลยมาเป็นเดือน หัวนมสั้น มาขอปรึกษา เราก็ให้คำแนะนำ ให้ยืม Nipple puller ไปใช้ ตอนนี้หัวนมยาวใหญ่ มีน้ำนมออกเยอะลูกกินอิ่ม ภูมิใจมากที่ได้ช่วยคนอื่นๆ  สามีเป็นคนสนับสนุนให้กำลังใจกับภรรยาในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้รับความรู้มาจาก โรงพยาบาลว่านมแม่ดีที่สุดต้องให้ลูกกินช่วงแรกต้องปรับตัวมากหน่อยเพราะลูกร้อง ทำให้ย่าและปู่ไม่พอใจ เห็นว่าเด็กกินนมแม่ไม่อิ่ม แล้วไม่ได้กินน้ำด้วยก็บอกไปว่า ร้องก็ต้องร้อง ต้องให้นมแม่อย่างเดียว ให้นมขวดไม่ได้ เดี๋ยวติดนมขวด ทำได้ 1-2 อาทิตย์ ก็ได้ผล คือ ลูกไม่ร้องกวน  สามีเป็นคนทำอาหารให้ภรรยากินเอง เช่น ไก่ผัดขิง แกงเรียง บำรุงให้น้ำนมมาเยอะ ๆ ก็ได้ผลจริง ๆ ด้วย</p>  วันนี้น คุณสามีเป็นคนเล่าเรื่องเอง ทำให้หลายคนได้เห็นพลังแนวร่วมชัดๆว่าจะฝ่าด่านความยากมันอยู่ที่แนวร่วมจริงๆ   คุณอุบล สัตตวัตรกุล  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นผู้มีจิตอาสา ทำงานให้กับ โรงพยาบาลชลประทาน หลังปลดเกษียณจากอาชีพครู ก็มาสมัครเข้าชมรมผู้สูงอายุเขาช่วยเหลืองาน โรงพยาบาลโดยทำหน้าที่กรอกประวัติผู้ป่วย ( ทำบัตร ) เพราะคนไข้ส่วนใหญ่จะเขียนหนังสือไม่ได้ ทำงานอยู่ส่วนนี้ รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ให้คนอื่น ไม่คิดถึงค่าจ้างอะไร ช่วยเหลือโรงพยาบาลอย่างนี้ในช่วงเช้า โรงพยาบาลเลี้ยงอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายก็มีกิจกรรมในกลุ่มชมรมผู้สูงอายุด้วยกัน เช่น ไทเก๊ก ฯลฯ  มีเพื่อน ๆ ในชมรมผู้สูงอายุ บอกว่าต้องหมุนไปทำงานช่วยเหลือในกลุ่มอื่น ๆ ด้วยก็คงได้ไปช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอดได้อีกในครั้งต่อไป</p>        พ.ญ วิภาภรณ์   เฉลิมวัย     <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นแพทย์ประจำ โรงพยาบาลบางกรวย จบเวชศาสตร์ครอบครัว ทำงานเป็นที่ปรึกษาของก่อนและหลังคลอด รวมทั้งเยี่ยมบ้าน และตรวจครรภ์ โรงพยาบาลจะมีกลุ่มให้สุขศึกษาพยาบาลจะเขียน Note  มาบอกว่ามีปัญหาอะไร หมอพยาบาลดูแลทุกคนเหมือนท้องแรก  จะเน้นมากเวลาตรวจครรภ์ จะดูแลทุกท้องเหมือนท้องแรก คือ ต้องการให้คนท้อง เขาสบายใจว่าลูกเขาไม่มีปัญหาเวลาตรวจท้องจะพูดคุยกับคนไข้ไปเรื่อย ๆ ถามว่ามีอาการอะไรบ้างมั้ย หน้าท้องเท่านี้ประเมินอายุครรภ์ก็เท่ากันนะ เด็กสุขภาพปกติ ( จะไม่พูดว่าเด็กตัวเล็ก  เพราะแม่จะกังวล ) บางคนรู้สึกว่าตัวเองท้องเล็ก ท้องไม่โต แต่เราต้องให้ข้อมูลเขาต่อเนื่อง ต้องไม่ให้เขามาตรวจครรภ์เป็นแค่การรับยาบำรุงต้องเปิดโอกาสให้เขาซักถามอาการผิดปกติ หากตรวจพบว่ามีอะไรที่ไม่เป็นตามเกณฑ์ จะต้องส่งคนไข้ไปรับการตรวจประเมินกับสูติแพทย์ ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าต่อ จะไม่เลี้ยงอาการเด็ดขาด ต้องช่วยเขาให้ถึงที่สุดจะไม่รีรอ บอกว่าดูอาการให้ชัดเจนก่อน เพราะเคยเจอมาว่าการรีรออย่างนี้อายุครรภ์เกินไม่เป็นไร ปรากฏว่า เด็กหยุดดิ้นแล้วเด็กเสียชีวิต จะไม่คิดว่าเขามีสิทธิอะไร ต้องให้เขาได้รับยาอย่างถูกต้องมาตรฐาน ที่โรงพยาบาลมีคลินิกให้คำปรึกษาอยู่แล้ว กำลังอยู่ในขั้นเตรียมการทำเรื่องชมรมสายใยรัก อยู่</p>

คุณฐินินันท์  กุฏีวัฒน์

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นแม่อาสาที่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลอยู่แล้ว ตำแหน่งธุรการ เริ่มจากตัวเองประสบความสำเร็จสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ ตอนนั้นลูกอายุ 5 เดือน มีลูกตอนอายุมากก็จะกังวล กลัวลูกไม่แข็งแรง อากให้ลูกกินนมแม่มากที่สุด หลังคลอดให้นมแม่ได้ 2 เดือน พอเริ่มเดือนที่ 3 ก็ใช้วิธีเริ่มเก็บน้ำนมโดยวิธีบีบออก แช่ตู้เย็นไว้ เพราะต้องให้ปู่ย่าเลี้ยง เราต้องมาเตรียมตัวปู่ย่าให้เข้าใจวิธีการเลี้ยงลูกของเราด้วย โดยส่งเสามีเข้าไปพูดคุยก่อนเป็นการปูทางให้ง่ายขึ้น  ก็เจอปัญหาว่า เด็กกินนมแช่เย็นได้หรือ เด็กไม่กินน้ำได้หรือ น่าจะกินน้ำบ้างเพราะปากแห้งนมแช่ตู้เย็นไม่บูดหรือ เราก็จะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่าหมอเขาบอกว่ามันถูกหลักเกณฑ์ ถูกโภชนาการดี ถ้าเขาแรงมาเราก็เงียบก่อน พอเขาเห็นผลลัพธ์จากหลานไม่ป่วย เขาก็เริ่มยอมรับเรา ตอนนี้เป็นแม่อาสาให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่คนงาน และคนข้างบ้านในการเลี้ยงลูก โดยเฉพาะการเก็บน้ำนมไว้ให้ลูก</p>   และกลุ่มนี้ก็ได้สรุปปัจจัยความสำเร็จได้ ดังนี้1.       มีบุคลิกภาพที่นุ่มนวล สร้างสัมพันธภาพได้ดีมีแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย 2       มีความตั้งใจ มุ่งมั่น เสียสละ กระตือรือล้น3.       มีความรู้แบบองค์รวม4       มีทัศนคติที่ดีต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่5       มีการทำงานเป็นทีม อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ6.       มีแบบอย่างที่ดี 7.       ผลลัพธ์ ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สำเร็จ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"> </p>                                      </span></span></span><p> </p>