มัทนา
มัทนา (พฤกษาพงษ์) เกษตระทัต

อะไรคือ ทันตกรรมผู้สูงอายุ


ช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมานี้ไม่ค่อยว่างได้เข้ามาบันทึกเพราะว่าเริ่มงาน ส่วนที่เป็นทันตแพทย์ประจำบ้านแล้ว แถม thesis ก็ยังต้องทำให้เสร็จ (โค้งสุดท้ายนี่มันยาวเหลือเกินนะคะ เหมือนจะเสร็จๆไม่เสร็จซักที)

วันนี้พอมีเวลาเลยขอเข้ามาเล่าให้ฟังถึงประสบการ์ณใหม่ๆที่ได้รับมาช่วงสองสามเดือนนี้นะคะ

ผู้เขียนเป็น  ทันตแพทย์ประจำบ้าน (หรือ dental resident หรือ resident dentist แล้วแต่คนจะเรียก) เป็นคนแรกของโปรแกรมทันตกรรมผู้สูงอายุ (Geriatric Dentistry) ของ UBC เลยค่ะ

เป็นหนูทดลองโปรแกรมของเค้านั่นเอง

เค้ามีตำแหน่งนี้ขึ้นมาเพราะ คนไข้มีมาก แต่หมอไม่พอ

------------------------------------------

หมอฟันทั่วไปไม่ชอบทำงานกับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวมากๆ เพราะมีข้อจำกัดในการวางแผนการรักษา ต้องระวังว่าการรักษาของเรา หรือ ยาของเราไปมีผลกับโรคประจำตัวของผู้ป่วยหรือไม่

อีกอย่างโปรแกรมนี้เน้นการไปหาผู้ป่วยถึงที่พักหรือโรงพยายาลที่นอนป่วยอยู่ เพราะผู้สูงอายุเหล่านี้ต้องการหาหมอแต่ไม่สะดวกเดินทาง บ้างก็นั่งรถเข็น บ้างก็ต้องนอนตลอด  หมอฟันต้องปรับตัวมาก ไม่มีคลินิกไม่มีอุปกรณ์ที่ครบครัน ต้อง mobile ไปได้ตลอด หลายครั้งก็ต้องไปถึงข้างเตียง

นอกจากนี้ผู้ป่วยเหล่านี้ ไม่สามารถมาตามนัดได้เป๊ะๆ เกิดรู้สึกไม่สบายก็ต้องเลื่อนนัด หมอก็เสียเวลา คนที่ทำงานเป็นตารางนัดเป๊ะๆจะอึดอัดมาก

และที่อึดอัดที่สุดคือการดูแลรักษาผู้ป่วยที่สูญเสียความสามารถในการสื่อสาร เช่น ผู้สูงอายุที่มีกลุ่มอาการโรคสมองเสื่อม (Dementia) หรือ อัลไซเมอร์

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ หมอฟันที่ยอมดูแลประชากรกลุ่มนี้จึงหายากมาก

------------------------------------------ 

สิ่งที่ได้เรียนรู้ทุกๆวันที่ไปทำงานคือ

1. เครื่องมือที่ช่วยในการทำงานแบบ mobile dentistry เช่น กระจกส่องในปากแบบที่มีไฟติดในตัว ไม่ต้องมีไฟฉายส่องช่วย หรือ เครืื่องที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากรถเข็นไปเก้าอี้ทำฟัน (ceiling lift) หรือ กระเป๋าเครื่องมือทำฟันปลอมที่ขนไปไหนมาไหนได้คล่องตัว เป็นต้น

2. การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือ ได้รับยาที่อาจมีผลต่อการทำฟัน (ผู้สูงอายุที่พบ มีโรคประจำตัวอย่างน้อยคนละ 3 โรค ทานยาอย่างน้อย 4 ยาต่อมื้อ)

3. การวางแผนการรักษาที่มักจะต่างไปจากประชากรกลุ่มอื่น 

4. การสื่อสารกับผู้ป่วย และ ญาติของผู้ป่วย

5. การทำงานในโรงพยาบาลร่วมกับ แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่ (unit clerk) ในเรื่องทั่วๆไป กับนักโภชนากรเรื่องอาหาร กับ PT/OT เรื่องท่านั่งนอน ท่าช่วยแปรงฟัน รวมทั้งกับ speech pathologist เรื่องคนไข้มีอาการกลืนลำบาก หรือ dysphagia

6. การบริหารงาน บริหารคน และ เรื่องกฎหมาย หรือ นโยบายต่างๆทั้งระดับโรงพยาบาลถึงระดับรัฐ

------------------------------------------

ผู้เขียนไปดูแลผ้ป่วยตาม ward ผู้สูงอายุที่โรงพยาบาล 2 แห่ง ที่ีบ้านพักคนชราอีก 3 แห่ง แล้วก็ที่ specialty clinic ที่ UBC อีกหนึ่งแห่ง

งานที่ทำก็เหมือนทันตกรรมทั่วไป ไม่มีอะไรหวือหวา แน่นอน ไม่มีการฟอกสีฟัน ไม่มีดัดฟัน

แต่

มีการให้น้ำลายเทียม หรือ เทคนิกต่างๆที่ช่วยผู้ป่วยเรื่องปากแห้ง (xerostomia) จากผลข้างเคียงของการทานยามากมาย  

มีการให้ fluoride mouth rinse หรือ ยา fluoride ทาที่ฟันโดยตรง (vanish)

มีการตัดชิ้นเนื้อตรง เพราะมีรอยโรค (mucosal disorders) น่าสงสัยมากมาย

มีการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเนื้อเยื้อในช่องปากอักเสบและเจ็บปวด (mucositis) หลังการรักษาโรคมะเร็ง (ทั้งฉายรังสีและคีโม)

่ในบางรายต้องมีการให้ยาก่อนรักษาทางทันตกรรม เช่น ยา antibiotic (prophylaxis) หรือ ยา sedation เพราะคนไข้ dementia อาจ agressive

วัตถุประสงค์ในการรักษาคือ ไม่ให้เจ็บ ให้ทานข้าวได้ ให้ยิ้มได้ พูดได้จะได้ไม่มีการปลีกตัวออกจากสังคม (social isolation) แล้วก็ไม่ให้มีการติดเชื้อในช่องปากหรือฟันเพราะปากคือทางเปิดของร่างกายทางหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ปากติดเชื้อก็อาจไปมีผลทำให้ระบบอื่นติดเชื้อได้ด้วย

------------------------------------------

การดูแลผู้สูงอายุนั้น ผู้เขียนเชื่อว่าหมอ GP ทุกคนทำได้ ถ้าได้รับการสรุปสั้นๆว่า ความคาดหวังอะไรบ้าง

ต่สิ่งที่สำคัญคือ "ใจ" ค่ะ

ต้องอดทน และ ปรับตัวได้สูง เพราะเราทำงานในสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย และที่ต้อง "ใจ" มากๆคือ เข้าใจความเป็นไปของชีวิต ความแก่ ความเจ็บ ความตาย มันมีมาให้เห็นทุกวัน หมอฟันหลายๆคนที่เคยคุยเค้ารับไม่ได้ บอกว่ามัน depress ที่ต้องทำงานในสิ่งแวดล้อมแบบนี้

ขอยืนยันค่ะว่า เวลาดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ ถึงเหนื่อยแต่มีความสุขค่ะ อย่างวันก่อน ไปเจอคุณยายนั่งรถเข็นคอตก หน้าป่วยเพราะเจ็บเหงือก ทานข้าวไม่ได้ เราก็แค่กรอแก้ฟันปลอมที่กดเหงือกให้คุณยายนิดเดียว แค่นี้เราก็เห็นว่าท่านยิ้มกว้าง แล้วก็ขอบคุณเราเป็นการใหญ่ อีกอย่างเราไม่ได้รักษากายอย่างเดียว ผู้สูงอายุหลายๆคนเหงาค่ะ เราไปหา ไปคุย เค้าก็มีความสุขแล้ว 

------------------------------------------

ใครอ่านแล้วมีใจ ฮึด ผู้เขียนช่วยเชียร์ค่ะ

ผู้เขียนเชื่อว่ามีผู้สูงอายุที่อยู่บ้าน ที่ออกไปไหนไม่ไหว แต่ต้องการคนไปดูแล ไปเยี่ยมบ้าน ขอให้ทันตบุคลากรเอี่ยวไปด้วยคนนะคะ : ) 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 132599เขียนเมื่อ 28 กันยายน 2007 13:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2012 21:53 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (8)

สวัสดีค่ะ

มาเชียร์ๆๆๆสุดๆๆค่ะ

แพทย์อย่างคุณหมอหายากค่ะ

งานยากๆใครจะอยากทำล่ะคะ มันเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ ต้องมี drive หรือแรงฮึดสูงมากค่ะ

แต่ได้ทั้งบุญและบารมี ไปเป็นเครื่องบำรุงใจด้วยค่ะ

มองเห็นแววตา ของคนไข้ที่มองมา อย่างชื่นชมเหลือเกิน ก็ยิ้มออกแล้วค่ะ

เขียนเล่ามาอีกนะคะ อยากอ่านค่ะ

ขอเชียร์ทั้งอาจารย์และตัวผมเองด้วยครับ กำลังฮึดกับงานที่อาจารย์สั่งจำนวนมากกกก. จนสมองจะระเบิดแล้วครับ สุ้สู้ครับ

สวัสดีค่ะ อ.มัท : )

พี่แอมป์เข้ามาอ่านเป็นรอบที่ 5 และตั้งท่าตอบเป็นรอบที่ 3 แล้ว (ห้าบวกสามเป็นแปด  อิอิ) หนนี้เอาจริงแล้วละ

ถ้อยคำของ อ.มัท ตอนที่จะยกมาต่อไปนี้  น่าประทับใจมากค่ะ ช่างเรียบง่ายตรงไปตรงมา  และเป็นอย่างที่เป็นจริงๆ ในแทบทุกอาชีพที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับมนุษย์ 

และแน่นอน  งานนั้นย่อมเกี่ยวข้องกับภาวะ  "ทุกขเวทนา"ของมนุษย์ ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง   และยิ่งไปกว่านั้น ยังหมายถึงภาวะจำกัดขาดแคลน คับข้อง บีบคั้น (อย่างแน่นอน)ของผู้เลือกที่จะทำงานนั้นด้วย

"....จุดจุดจุด.....ทั่วไปไม่ชอบทำงานกับ........เพราะมีข้อจำกัดในการ..........ต้องระวังว่าการ...........ของเรา หรือ ......ของเราไปมีผลกับ..............หรือไม่

อีกอย่าง...........ต้องปรับตัวมาก ไม่มี...........ไม่มี........ที่ครบครัน ต้อง..........ไปได้ตลอด หลายครั้งก็ต้องไปถึง............

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ............ที่ยอมดูแล............กลุ่มนี้จึงหายากมาก"

พี่แอมป์ละคำเฉพาะเหล่านั้นเสียด้วยการ จุดจุดจุด เพื่อให้เลือกเติมคำในช่องว่าง  ตามสภาพของอาชีพ หรืองานนั้นๆ   โครงสร้างประโยคชุดนี้ ช่างฟังดูคุ้นๆเสียนี่กระไร  โดยเฉพาะวลีสุดท้าย   จุดจุดจุดจึงหายากมาก ! 

พี่แอมป์จึงอยากขอบคุณมากๆสำหรับถ้อยคำจากใจ ที่ให้กำลังใจทุกคน  ที่เลือกที่จะทำงานยากๆที่คนจำนวนมากไม่อยากทำ     อ่านแล้วรู้สึกสุขใจมาก  แนวๆว่า "ถึง(คนที่เต็มใจทำงานเหล่านั้น)จะหายาก  แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ไม่มี

   ... สิ่งที่สำคัญคือ "ใจ" ....  คนที่มีใจที่จะทำสิ่งยาก ทำด้วยความเสียสละ และทำเพื่อจะ"ให้"ผู้อื่น ด้วยน้ำใสใจจริงนั้น  ยังมีอยู่อีกมากมายนัก  

พี่แอมป์จึงอ่านบันทึกนี้ของ อ.มัทอย่างมีความสุขเหลือเกิน  โปรแกรมคิดถูกแล้วนะคะ  ที่เลือก อ.มัทเป็นหนู : ) เอ๊ยเป็นผู้บุกเบิกนำร่องเป็นคนแรก  เพราะหลักคิดวิถีพุทธแบบไทย  ของ อ.มัท สอดคล้องกับงานของแพทย์รุ่นใหม่อย่างที่สุด 

เพราะหากแพทย์ผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับความ เกิดแก่ เจ็บ ตาย ของมนุษย์ ยังไม่รู้เท่าทันความเป็นไปนี้  ยังจัดการจิตใจของตนให้รับมือกับภาวะ"ทุกข์"นี้ไม่ได้ แล้วจะสร้างให้เกิด "เมตตาสุขภาวะ" ที่แท้จริงได้อย่างไร

พี่แอมป์เคยชอบใจมากที่ อ.มัทเคยอยากบอกโปรเฟสเซอร์ของ อ.มัทว่า  I'm a Buddhist. แต่ไม่ทราบจะบอกอย่างไร  พี่แอมป์คิดว่าทั้งเพื่อนและครูของ อ.มัท จะ เห็น ได้เองจากงานที่ อ.มัทตั้งใจทำนี้

และที่รู้สึกว่าน่ารักมากๆ คือความเห็นข้างบนของทั้งสองท่าน  โดยเฉพาะที่คุณศศินันท์บอกว่า " แพทย์อย่างคุณหมอหายากค่ะ"

อ.มัทจ๊ะ  คำว่า แพทย์ คืออาชีพ แต่คำว่า คุณหมอ  แทนความรู้สึกว่าผู้นี้แหละเป็นผู้รู้  เป็นผู้มีใจเมตตา และจะดูแลรักษา ช่วยให้เราผ่านพ้นภาวะแห่งทุกข์ไปได้  เราจึงเห็นคนยกมือไหว้"คุณหมอ" ด้วยความเต็มใจ  ด้วยความเคารพ และด้วยความรัก

            ในคำว่า "คุณหมอ" นั้น....มีความรักอยู่ด้วย : )

จบแบบมดขึ้นเอาดื้อๆอย่างนี้ละ   ขอบคุณมากๆๆนะคะ อ.มัท     เมื่อไหร่ อ.มัทจะกลับมานะ  พี่แอมป์อยากเจอจะแย่อยู่แล้ว  อยากชวนไปเที่ยวบ้านที่นครศรีฯด้วย  บ้านพี่แอมป์เลี้ยงปลาด้วยละ : )   (ชวนทั้งครอบครัวเลยค่ะ) 

รักษาสุขภาพ และขอให้เสร็จงานไวๆโดยราบรื่นนะคะ อ.มัท

ขอบคุณพี่แอมป์ (ดอกไม้ทะเล) มากๆๆๆๆๆค่ะ 

พี่คงไม่รู้ตัวเลยว่าพี่ทำให้มัทเขียน thesis ได้เพิ่มอีก 1 ย่อหน้า!

มัทจะเขียนเชื่อมโยงงานวิจัยตัวเองกับวิชาชีพอื่นๆค่ะ 

ชอบที่พี่เขียนละคำเฉพาะด้วย จุดจุดจุด มากๆ มัทขออนุญาตนำไอเดียนี้ไปกล่าวถึงในบท discussion นะคะ จะเขียนอ้างอิงถึงพี่นะ ว่าเป็น personal conversation นะ : )

กลับมาเรื่องคนทำงานแนวนี้ ถ้ามัทต้อง recruit คน มัทมองหาคนที่ไม่ต้องเก่งก็ได้ค่ะ

ขอแค่ให้ "ใจ" ก็เอา อย่างอื่นเดี๋ยวมาหัดให้ได้

แต่จะหัดเด็กให้ "ใจ" ได้นี่ ลำบากกว่ามาก งานหนักของเราๆเลยค่ะพี่แอมป์ 

ปล. "ใจ" นี่กลายเป็น adjective ไปนะคะ : )

 เฮ้ย "ใจ" อ่ะเปล่า!

 

 

ขอบคุณค่ะคุณ จารุวัจน์

สู้ๆเช่นกันนะคะ

มัทเคยเข้า workshop ครั้งหนึ่ง

วิทยากรพูดว่า การบริหารเวลาไม่สำคัญเท่าการบริการแรง

ท่านบอกว่า ถ้ามีแรงทำงาน งานก็เสร็จ อย่ามามัวแต่คิดว่า ว้าเวลาไม่พอ เวลาคือสิ่งที่เราตั้งกันขึ้นมา

ท่านบอกว่าให้คิดเรื่อง energy management ไม่ใช่ time management

น่าสนใจดีเหมือนกันนะคะ : )

ขอให้คุณ จารุวัจน์ มีแรงใจแรงกายทำงานได้มากๆนะคะ 

ขอบคุณคุณ sasinanda ทั้งความคิดเห็นและดอกไม้สวยๆเลยนะคะ 

อย่างที่มัทเล่าค่ะ  จะว่างานยากมันก็ไม่ยากเท่าไหร่

คือจริงๆหมอฟันที่ทำศัลยกรรมใหญ่ๆที่ผ่ามะเร็งในช่องปาก ผ่าตัดกราม หมอดัดฟัน หรือหมอรักษารากฟันที่ฟันกรามรากงอโค้ง ท่านทำงานที่ยากกว่ามากทางด้านเทคนิคเมื่อเทียบกับสิ่งที่มัททำอยู่ค่ะ

่งานผู้สูงอายุนี่ ถ้ามีอุปกรณ์ช่วยก็ไม่ยากเลยทางเทคนิคแต่จะทำใจลำบากแล้วก็ไม่คุ้นเคยเท่านั่นเอง

ที่ลำบากนี่คือ ลำบากใจมากกว่าค่ะ 

มัทขอขอบคุณคุณ sasinanda ด้วยใจจริงที่ให้กำลังใจมาอย่างสม่ำเสมอนะคะ แล้วจะเขียนมาเล่าอีกค่ะ : ) 

 

พอดีหาความรู้เกี่ยวกับการรักษารากฟันที่รากงอแล้วมาเจอเข้า(เราเป็นคนไข้น่ะค่ะ)

อ่านแล้วซึ้ง ตื้นตัน ยังไงก็ไม่รู้  งานแบบนี้เหมือนทำบุญ+ทำงานไปด้วยกันเลยนะคะ

ชื่นชมมากเลยค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี