ปี ค.ศ.1989 ได้ยุบหน่วยงานระดับจังหวัด และภูมิภาคทั้งหมด ให้เหลือแต่โรงเรียนเท่านั้น

6.กระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์
       เราได้มีโอกาสได้รับฟังเรื่องที่เป็นประโยชน์ที่กระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์อีกหลายเรื่องคือ
   6.1Multi-Level Teaching Issues
          เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการศึกษาคละชั้นในระดับประถมศึกษา ที่มีอายุห่างกัน 2-3 ปี ในห้องเดียวกัน  หรือบางทีห่างกันถึง 4 ปีก็มี  เนื่องจากมีโรงเรียนขนาดเล็กในนิวซีแลนด์มากที่สุดประมาณ 200 โรงเรียน  ส่วนใหญ่จะสอนแบบคละชั้นกัน  ถ้าโรงเรียนใดมีนักเรียนต่ำกว่า 200 คน ถือเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก  ถ้าต่ำกว่า 50 คนก็ถือว่าเล็กมาก  เด็กเหล่านี้จะสอนแบบคละชั้น คละอายุ
(Multi-Level) 75% ของโรงเรียนเหล่านี้จะอยู่ในชนบท 
        โรงเรียนเหล่านี้จะมีครูน้อยมาก บางแห่งมีเพียง 1-2 คน ผู้บริหารจะต้องเป็นครูสอนด้วย  ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนแน่นแฟ้นมาก  เพราะครูคนเดียวสอนตลอด 
        
ปี ค.ศ.1989 ได้ยุบหน่วยงานระดับจังหวัด และภูมิภาคทั้งหมด ให้เหลือแต่โรงเรียนเท่านั้น   แต่เดิมโรงเรียนมัธยมเท่านั้นที่มีคณะกรรมการสถานศึกษา  แต่หลังปี 1989 ให้ทุกโรงเรียนมีคณะกรรมการสถานศึกษา เหมือนกันหมดและกระจายอำนาจไปที่โรงเรียน การบริหารสถานศึกษาจึงขึ้นอยู่กับโรงเรียนทั้งหมด โรงเรียนขนาดเล็กต้องจัดการและทำงานมากกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ถึง 3 เท่า งานหลักคือการบริหารหลักสูตรและการสอนที่ผู้บริหารต้องสอนด้วย
                พ่อแม่ชอบส่งบุตรหลานไปเรียนที่โรงเรียนขนาดเล็กเพราะไปรับไปส่งได้สะดวก สามารถดูแลได้ใกล้ชิด  จากผลงานที่ปรากฎพบว่าผู้นำที่ดีจะส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพ 
             
ในปีค.ศ.2000ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับโรงเรียนขนาดเล็กพบว่า โรงเรียนขนาดเล็กที่มีคุณภาพจะต้องพัฒนาด้วยตัวเอง โดยปรับตารางสอนเพื่อให้ครูทำงานกับเด็กตัวต่อตัวได้  จะใช้เวลาว่างที่มีทั้งหมดเพื่อการวางแผนและจัดการเรียนการ
สอน  ผู้บริหารแต่ละคนมีตารางกำหนดตัวเองว่าจะต้องทำหน้าที่ทั้งการสอนและการบริหาร  ถ้ามีเวลาว่างก็มาวางแผนประเมินผล  ถ้านักเรียนเกิน 300 คนขึ้นไปผู้บริหารไม่ต้องสอน 
          
หน้าที่ของโรงเรียนยังต้องไปพัฒนาชุมชนและหาผู้ช่วยครูที่ไม่ใช่ครูมาช่วยสอนด้วย  บางครั้งก็ใช้ผู้ปกครองมาช่วยสอนหรือใช้เด็กโตช่วยเด็กเล็ก  จะขอให้พ่อแม่เตรียมลูกให้พร้อมก่อนมาเข้าโรงเรียนจะได้ไม่เป็นภาระแก่โรงเรียนมากนัก 
        
ผลงานวิจัยในปี 2001 พบว่ากระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือโรงเรียน
Multi-Level ในเรื่องต่อไปนี้
       
1.       เพิ่มจำนวนเวลาสำหรับการสอนของผู้บริหาร
       
2.       ฝึกอบรมผู้บริหาร 18 เดือนเพื่อไปอยู่โรงเรียนโดยพัฒนาให้พร้อมก่อนไปอยู่ที่โรงเรียน
      
3.       ให้การสนับสนุนโรงเรียนหรือกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กมาก คืออัตราครูต่อนักเรียน 1:25  
      
สาระสำคัญที่ได้จากงานวิจัย คือ
       
1.       ใช้ผู้ช่วยครูในการเรียนการสอน
       
2.       ใช้พ่อแม่ช่วยในการเรียนการสอน           
       
3.       นักเรียนรุ่นพี่ช่วยเป็นผู้นำในการพัฒนา
       
4.       มีการวางแผนและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ
       
5.       ใช้แหล่งเรียนรู้และเทคโนโลยีช่วยสอน
       
6.       พัฒนาความพร้อมแก่เด็กเป็นรายบุคคล
       
7.       เน้นการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้
    
6.2 Gifted and Talented Education in New Zealand Schools
      
ผู้นำเสนอเคยเป็นครูโรงเรียนGifted และมาเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของโรงเรียนGifted เป็นการเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 ซึ่งรัฐบาลให้ความสนใจมากและเกิดกิจกรรมมากมายในปี 1998 โดยรัฐบาลได้ตั้งกลุ่มคณะทำงานเรื่องนี้ขึ้น มีการจัดทำ hand book ขึ้น  และปี 2002 ได้กำหนดนโยบายที่เป็นโจทย์ 4 ข้อคือ 1.)อะไรเป็นหลักการพื้นฐาน 2.)อะไรเป็นนโยบายสำคัญ 3.)ควรจะรู้อะไรบ้าง 4.)ควรจะพัฒนาครูตามความต้องการอย่างไร
   
หลักการพื้นฐาน
      
1.       โรงเรียนต้องสนองความต้องการของนักเรียนทุกคนโดยเฉพาะเด็กเก่ง   
       2.      
เด็กเก่งควรอยู่ในทุกกลุ่มของสังคม  
      
หลักสูตรพัฒนาเด็กเก่งต้องมีความกว้าง ความลึกและมีอัตราการก้าวเดินอย่างเหมาะสม  ครูต้องมีการก้าวเดินอย่างมีคุณภาพ อย่างน้อยในห้องเรียนต้องจัดการนโยบายเด็กเก่งให้ได้  ส่วนงานด้านอื่นเป็นด้านรอง  เขาให้ความสำคัญแก่เมารีอย่างมาก แต่ละโรงเรียนมีการเลือกนักเรียนเก่งที่แตกต่างกัน สังคมเมารีจะไม่ค่อยเสนอตัว ครูจึงต้องวิเคราะห์เอง  บางครั้งมีบางคนมาเคาะประตูเพื่อเสนอตัวว่าเป็นเด็กเก่งก็มี ปัจจุบันมีการประเมินผลเพื่อแยกกลุ่มเด็กเก่งหรือมีความสามารถพิเศษที่ชัดเจน  จะจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนหรือหน่วยงานเพื่อไปพัฒนาความสามารถนักเรียนเฉพาะด้านเป็นโปรแกรมพิเศษ 3 ปี โดยพัฒนา 3 เรื่องคือ 1.)นวัตกรรมเกี่ยวกับความสามารถพิเศษ 2.) งานวิจัยเพื่อติดตามการดำเนินงาน 3.) การแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ และได้จัดให้มีการประชุมระดับชาติในเรื่องนี้ด้วย
    
6.3 INZED ( Innovation New Zealand Education )      เป็นบริการสื่อการเรียนการสอนเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้แก่ผู้ปฎิบัติงานในเรื่อง ICT และเรื่องทั่วไป  เพื่อพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้โดยส่งเสริมให้ครูศึกษาหลักสูตรแล้วใช้ICTเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้ ได้นำร่องที่ประเทศมาเลเซียแล้วได้ผลดีจึงทำเป็นบริการขายตรง       
    
ตัวอย่างหนึ่งคือ
Virtual Field Trips เป็นสื่อที่จัดทัศนศึกษาเสมือนจริงคือไปเที่ยวในจอ  โดยส่งคนไปในสถานที่ที่ต้องการศึกษาแล้วพูดรายงานมาให้นักเรียนได้ดูกันสดๆ เป็นต้น
    
6.4 CWA New Media     บริษัทนี้ตั้งมา 13 ปี ผลิตทั้งสื่อและรวบรวมสื่อต่างๆจากการติดต่อที่เสมือนจริง ทำเป็นแหล่งรวมความรู้สำหรับโรงเรียนที่กระทรวงศึกษาจ้างผลิตสื่อให้โรงเรียน นักเรียนสามารถใช้สื่อนี้สำหรับเตรียมการสอบและเข้ามาพูดคุยออนไลน์ได้  มีสื่อทุกสาขาส่งเสริมเยาวชนผลิตและแลกเปลี่ยนกันทางเว็บไซต์เป็นบริษัทที่มุ่งผลิตสื่อสำหรับการศึกษาในศตวรรษที่ 21โดยเฉพาะ  จะมีสื่อมากมายหลายประเภทที่ทันสมัย