


ไปแบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย จริงๆ สำหรับการประกาศไขก็อกลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกส ทั้งๆที่การแข่งขันศึก พรีเมียร์ชิพ อังกฤษ เพิ่งจะผ่านพ้นไปได้เพียงแค่ 6 นัดเท่านั้น
แม้หลายคนจะทราบกันดีว่า มูรินโญ่ มีปัญหาไม่กินเส้นกับ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม ชาวรัสเซีย แต่ก็แทบไม่มีใครคาดคิดว่า “จ่ามู” จะยอมแพ้และหันหลังอำลาทีมไปแบบรวดเร็วเช่นนี้
การอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ มูรินโญ่ ได้สร้างความแปลกใจให้กับใครหลายคน รวมทั้งบรรดาบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของต่างประเทศ ที่พากันโล่งอกสุดๆกับการลาออกของ มูรินโญ่ เนื่องจากร้านรับพนันต่างๆ อาจจะต้องจ่ายเงินลุกค้ากันแบบกระเป๋าฉีก ถ้าหากกุนซือที่ตกงานเป็นคนแรกในฤดูกาลนี้ เป็นชื่อของ บิลลี่ เดวิส (ดาร์บี้ เคาน์ ตี้), แซมมี่ ลี (โบลตัน วันเดอเรอร์ส) และ คริส ฮัทชิงค์ (วีแกน แอธเลติก)
การแยกทางกันระหว่าง ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส กับ สโมสร เชลซี เป็นไปได้ด้วยความยินยอมเห็นชอบจากทั้ง 2 ฝ่าย และ มูรินโญ่ ก็ไม่ได้ถูก เชลซี ไล่ออกแต่อย่างใด โดยทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” ยอมรับว่า เหตุผลที่ มูรินโญ่ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ฝ่ายดำเนินมาถึงจุดที่ต้องแตกหัก แม้ว่าทุกฝ่ายจะพยายามปรับจูน และหาทางออกร่วมกันแล้วก็ตาม
ต้องยอมรับว่า การลาออกของ “จ่ามู” ย่อมส่งผลกระทบต่อทีม เชลซี แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ อาจะทำให้การลุ้นแชมป์รายการต่างๆในปีนี้ของสโมสร อาจไม่บรรลุผลสำเร็จ เนื่องจาก มูรินโญ่ เป็นผู้ที่มีอิทธิพลอย่างสูงภายในทีม เชลซี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดานักเตะคีย์แมน อย่างเช่น จอห์น เทอร์รี่, ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด
ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ถ้าหากผู้เล่นชื่อดังหลายรายจะตัดสินใจย้ายออกจากถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ตามหลัง มูรินโญ่ ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ แม้ว่า อบราโมวิช เพิ่งจะแต่งตั้ง อัฟราม แกรนท์ อดีตโค้ชทีมชาติอิสราเอล และ ผู้อำนวยการฟุตบอลคนปัจจุบันของ เชลซี วัย 52 ปี ให้เข้ารับมาคุมทีม ร่วมกับ สตีฟ คล้าร์ก ผู้ช่วยผู้จัดการทีมแทน ทันที
ตลอดการทำงาน 3 ปีกว่าๆ ของ มูรินโญ่ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เอฟซี ปอร์โต้ หลังพาทีมคว้าถ้วย ยูฟ่า แชม เปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ มูรินโญ่ ถือเป็นกุนซือที่มีจิตวิทยาอย่างสูงในการควบคุมผู้เล่นในทีม สังเกตุได้จากการที่ไม่มีนักเตะคนใดออกมาบ่นวิพากษ์วิจารณ์เลย แม้ว่าภายในสโมสร จะเต็มไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์มากมาย ในทางกลับกัน ผู้เล่นเหล่านั้น ยังพร้อมออกมาปกป้อง มูรินโญ่ ตลอดเวลาในยามที่ต้องประสบปัญหาหรือขัดแย้งกับบริหารทีม
แม้จะมีจิตยาวิทยาระดับสูงในการเอาชนะลูกทีม แต่ มูรินโญ่ ก็มีช่องโหว่และถือเป็นมูลเหตุสำคัญในการตกงานครั้งนี้ นั่นก็คือ การเป็นคนมีทิฐิสูง และ ไม่ยอมคน ทำให้ มูรินโญ่ มักจะมีปัญหาไม่ลงรอยกับ อบราโมวิช และ ผู้บริหารทีมระดับสูงของทีมเป็นประจำ จนถึงขนาดที่เคยมีข่าวว่า อาจจะถูกไล่ออกจากตำแหน่งด้วยซ้ำ ทั้งๆที่พาทีม เชลซี คว้าแชมป์ได้ตลอดระยะเวลา 3 ปีทำงานกับสโมสร
แม้ มูรินโญ่ จะมีบุคลิกท่าทางที่ยียวนกวนประสาท และ การให้สัมภาษณ์ที่ไม่ค่อยเกรงใจใคร แต่เชื่อหรือไม่ว่า แฟนบอลทีมคู่แข่งในลีก พรีเมียร์ชิพ ทั้งหลาย คงคิดถึง “จ่ามู” กันแทบทั้งสิ้น และ ยังอยากเห็นลีลาท่าทางแบบนั้นของ มูรินโญ่ อีก 


ตัวอย่างเช่น กอร์ดอน บราวน์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ที่ออกมายกย่องให้ กุนซือมาดกวนโอ๊ยรายนี้ เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่สำคัญของวงการลูกหนังเมืองผู้ดี เนื่องจากมีบุคลิกที่โดดเด่น แม้จะทำงานในลีกเมืองผู้ดีได้เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น
สเวน โกรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่า ประหลาดใจกับการอำลาตำแหน่งของ มูรินโญ่ ทั้งๆที่ มูรินโญ่ ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ เชลซี ขณะเดียวกัน การลาออกของ มูรินโญ่ ยังทำให้เวที พรีเมียร์ชิพ อังกฤษ สูญเสียบุคคลที่มีคาแร็คเตอร์ที่โดดเด่นและสร้างสีสันได้ดีที่สุดคนหนึ่งด้วย เนื่องจาก “จ่ามู” เป็นผู้ที่มีสีสันในการแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเด็นต่างๆ
เกวิน พีค็อก อดีตผู้เล่นของทีม เชลซี กล่าวว่า นักเตะ เชลซี เกินกว่าครึ่งทีม คงรู้สึกผิดหวังและเสียใจกับการลาออกของ มูรินโญ่ เนื่องจาก “น้ามู” ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจและสปิริตของสโมสร
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า มูรินโญ่ ตกงานได้ไม่นาน และ คงไม่มีทางอดตายแน่นอน หลังจากได้เงินค่าชดเชยจากการยกเลิกสัญญากับ เชลซี สูงถึง 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,750 ล้านบาท) แต่ถึงแม้จะมีเงินชดเชยก้อนโต้ให้นั่งกินนอนกินในระหว่างว่างงาน แต่ อดีตกุนซือทีม ปอร์โต้ ก็บอกใบ้เป็นนัยๆว่า อยากจะหวนกลับมารับงานคุม ทีมอีกครั้ง เนื่องจากยังคงรู้สึกสนุกกับชีวิตการคุมทีมอยู่
ในเวลานี้ หลายคนต่างพากันคิดไปต่างๆนานาว่า สถานีลูกหนังต่อไปของ มูรินโญ่ จะเป็นทีมใด บ้างก็ว่า อาจ รับงานคุมทีมชาติโปรตุเกส แทน หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เนื่องจาก มูรินโญ่ เคยเกริ่นๆไว้ว่า อยากคุมทีมบ้านเกิดของตัวเอง ในอนาคต หรือ อาจจะตัดสินใจหักดิบอดีตทีมต้นสังกัดเก่า ด้วยการย้ายข้ามฟากไปรับงานคุมทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส แทน มาร์ติน โยล ก็เป็นได้
ซึ่งเรื่องดังกล่าว มูรินโญ่ จะเป็นผู้ที่ตัดสินใจอนาคตของตัวเองในอนาคต แต่สำหรับ เชลซี ภายใต้การนำทีม ของ อัฟราม แกรนท์ และ สตีฟ คล้าร์ก พวกเขามีโปรแกรมยักษ์ต้องเดินทางบุกไปรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายนนี้ ซึ่งถ้าชนะได้ มันก็แล้วไป แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาล่ะก็ คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคงหนีไม่พ้นชายชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่พร้อมจะประกาศก้องสุดเสียงว่า “ขาดฉัน แล้วเธอจะรู้สึก”
ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก
แฟนพันธ์แท้.."สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี..
ทราบมาจากหนังสือแพรว…แต่ไม่มีไอเดียเรื่องกีฬา แค่แวะมาทักทายค่ะ…ฝันดีนะคะ
เขียนบันทึกเยอะน่ะครับ
ขยันเขียนจังครับ