เขาหาบเอาดินมาจากก้นหุบเขาด้านล่างที่อยู่ห่างลงไปเกือบร้อยเมตร ขึ้นมาวางเป็นกองๆ แล้วปลูกข้าวสาลีบนนั้น

(๑) ปฐมบท: ชาวจีนเสฉวนยอดคนขยัน

นั่งดูรายการเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิคเมื่อคืน ออกอากาศเรื่องเขื่อนยักษ์ในจีน ชื่อเขื่อนสามผา ที่สร้างขวางแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดในเอเชีย นั่นแหละก็ต้องโยกย้ายชาวบ้านมากกว่าหนึ่งแสนครอบครัว

ทำให้ผมรำลึกถึงบรรยากาศของเมืองแถบนั้น ที่ได้มีโอกาสไปยุ่งเกี่ยวในฐานะมดงานตัวเล็กๆ ที่ไปทำหน้าที่เสาะหาพื้นที่รองรับชาวบ้านที่ต้องโยกย้ายถิ่นฐาน ในช่วงเตรียมโครงการ

ลักษณะงานสำรวจดิน จำเป็นต้องเดินเท้า ตะลุยไปตามซอกหลืบของชนบทที่ห่างไกลใช้เวลาร่วมเดือน ทำให้ได้พบเห็นวิถีชีวิตในมุมมองที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก และแตกต่างจากการท่องเที่ยว จึงถือโอกาสนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ 

พื้นที่ทำงานอยู่ตำบลซินลี่ อำเภอโซ่งเฉียน จังหวัดเสฉวน

การเดินทางต้องนั่งเครื่อง ไปต่อเครื่องอีกทีที่ฮ่องกง ไปลงที่เมืองฉงจิ้ง(จุงกิง)จากนั้นนั่งเรือด่วนล่องไปตามแม่น้ำแยงซีเกียงอีกประมาณสี่ชั่วโมงไปขึ้นฝั่งที่เมืองโซ่งเฉียน  แล้วนั่งรถไต่ขึ้นไปตามไหล่เขาอีกประมาณสองชั่วโมงจนถึงตำบลซินลี่

เข้าเรื่องความขยันของพี่น้องคนจีนเสียที

ขอแสดงด้วยการบรรยายภาพระบบการเกษตรที่พบเป็นน้ำจิ้มไว้ก่อนดังนี้ครับ:

·       ชาวเสฉวนดูแลข้าวโพดทีละต้น มีการพรวนดิน ดายหญ้า พูนโคน ใส่ปุ๋ยทีละต้นทีละต้นไป  ไม่เหมือนบ้านเราที่ปลูกแบบพืชไร่เป็นแปลงใหญ่

·       บนที่ดอนปลูกพืชเหลื่อมฤดู เริ่มที่ข้าวสาลีพอใกล้เก็บเกี่ยวก็เริ่มหยอดเมล็ดข้าวโพด และก่อนเก็บเกี่ยวข้าวโพดก็เริ่มปลูกมันเทศ เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่า

·       ที่นาปลูกข้าวในฤดูฝน แต่บนคันนาปลูกถั่วเหลือง ตามด้วยแตงกวาหรือแตงโมหรือมะเขือในฤดูแล้ง

·       ทุกที่ทุกตารางนิ้วทำการเพาะปลูกหมด บนยอดเขาก็ยังทำนาขั้นบันไดลดหลั่นเป็นขั้นๆ

 ·       ที่น่าประทับใจคือ บนลานหินที่ไม่มีดินอยู่เลย เขาหาบเอาดินมาจากก้นหุบเขาด้านล่างที่อยู่ห่างลงไปเกือบร้อยเมตร ขึ้นมาวางเป็นกองๆ แล้วปลูกข้าวสาลีบนนั้น น่านับถือความขยันของเขาจริงๆ

ความเห็นของผู้บันทึก

·       น่าจะเป็นเพราะเมืองจีนมีคนมากที่ดินมีน้อย

·       เป็นการปรับตัวตามสภาพแวดล้อม และทรัพยากรเพื่อความอยู่รอด

·       เป็นวิถีนิเวศเกษตรอีกรูปแบบหนึ่ง